โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Bond Yield ญี่ปุ่นพุ่งแรง สัญญาณเตือน ‘วิกฤตซ้อนวิกฤต’ เศรษฐกิจโลก

Amarin TV

เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 10.36 น.
Bond Yield ญี่ปุ่นพุ่งแรง สัญญาณเตือน ‘วิกฤตซ้อนวิกฤต’ ที่เศรษฐกิจโลกต้องเผชิญ

ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2025 ตลาดการเงินทั่วโลกจับตาไปที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นระยะยาว (Bond Yield) พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 25 ปี โดยเฉพาะพันธบัตรอายุ 30 ปี ที่พุ่งขึ้นแตะ 3.14% และพันธบัตรอายุ 40 ปีพุ่งทะลุถึง 3.6% ซึ่งถือเป็นระดับประวัติการณ์ และกลายเป็น "สัญญาณเตือน" ที่นักลงทุนทั่วโลกไม่อาจมองข้าม

เหตุใดการขึ้นของ Bond Yield จึงสร้างความตื่นตระหนก?

Bond Yield ขึ้น…แปลว่าอะไร?

อัตราผลตอบแทนพันธบัตร หรือ Bond Yield คือผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้รับจากการถือพันธบัตร หาก Yield ขึ้น แสดงว่า "ราคาพันธบัตรลดลง" ซึ่งหมายความว่า ตลาดมีความเชื่อมั่นต่อพันธบัตรลดลง หรือกังวลต่อความเสี่ยงของประเทศผู้ออกพันธบัตรนั้น ๆ

ในทางเศรษฐกิจ Bond Yield ยังสะท้อน "ต้นทุนทางการเงินของทั้งระบบเศรษฐกิจ" เพราะยังถูกใช้เป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง หาก Yield ขึ้น สถาบันการเงิน บริษัทเอกชน และรัฐบาลเองจะต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงขึ้นเมื่อกู้ยืมเงิน ส่งผลกระทบต่อการลงทุน การบริโภค และเสถียรภาพทางการเงินโดยรวม

ทำไม Bond Yield ญี่ปุ่นพุ่ง จึงสะเทือนโลก?

ข้อมูลจาก KAsset ระบุว่า ญี่ปุ่นไม่ใช่แค่ประเทศพัฒนาแล้วอันดับต้น ๆ แต่ยังเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา หากต้นทุนทางการเงินของญี่ปุ่นเพิ่มสูงขึ้น รัฐบาลญี่ปุ่นอาจต้องดึงเงินลงทุนกลับจากต่างประเทศ เพื่อบริหารหนี้ภายในประเทศซึ่งสูงถึง 260% ของ GDP ซึ่งทำให้เกิดกระแสความกังวลว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของ"โดมิโน่ทางการเงิน"หรือไม่ ? วิกฤตที่เศรษฐกิจกำลังเผชิญกับความผันผวนของสงครามการค้าจากภาษีทรัมป์ยังไม่พอ จะเจอซ้อนวิกฤตจากประเด็นเรื่องบอนด์ยีลด์ญี่ปุ่นด้วยหรือไม่?

เบื้องหลัง Bond Yield ญี่ปุ่นพุ่ง: ตลาดบิดเบี้ยวจากนโยบาย BOJ

หนึ่งในเหตุผลที่ตลาดกังวลมาก คือ ตลาดพันธบัตรญี่ปุ่นถูกบิดเบี้ยวจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มายาวนาน โดย BOJ ใช้นโยบายควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทน (Yield Curve Control) มาตั้งแต่ปี 2016 และเคยซื้อพันธบัตรญี่ปุ่นมากถึง 52% ของตลาด ทำให้ราคาไม่สะท้อนความต้องการที่แท้จริง เพราะในยุคนั้นญี่ปุ่นต้องการฟื้นเศรษฐกิจ จึงต้องกดดอกเบี้ยต่ำยาวนาน

แต่ตั้งแต่กลางปี 2024 BOJ เริ่มลดการซื้อพันธบัตร และในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน ได้ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี สู่ระดับ 0.25% พร้อมส่งสัญญาณลดการแทรกแซงตลาด ส่งผลให้ Yield เริ่มปรับขึ้นต่อเนื่องจนมาถึงระดับสูงสุดในปี 2025 นี้

สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้น เมื่อญี่ปุ่นต้องเผชิญกับ

  • เงินเฟ้อที่เริ่มเร่งตัว เช่น ข่าวราคาข้าวญี่ปุ่นแพง
  • ค่าเงินเยนที่อ่อนค่าอย่างหนัก ทำให้เงินทุนไหลออก

สองปัจจัยนี้ยิ่งกดดันให้ BOJ ต้อง “ยอมขึ้นดอกเบี้ย” ซึ่งเป็นอีกแรงผลักดันให้ Yield พุ่งไม่หยุด

‘วิกฤตซ้อนวิกฤต’ กำลังมา?

หาก GDP ของญี่ปุ่นยังคงหดตัวเช่นในไตรมาสแรกของปี 2025 ที่ติดลบ 0.2% แต่ต้นทุนการเงินในระบบกลับสูงขึ้นจาก Yield ที่เพิ่มขึ้น นั่นอาจหมายถึง “เศรษฐกิจถดถอย + ดอกเบี้ยสูง” อาจกระทบทั้งประเทศและลุกลามสู่การเงินโลก

คำถามใหญ่ในตอนนี้คือ BOJ จะทำอย่างไรต่อไป?

  • จะลดการซื้อพันธบัตรตามแผนเดิมหรือหยุดแทรกแซงตลาด?
  • จะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมหรือไม่?
  • จะสามารถสื่อสารนโยบายเพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดได้หรือไม่?

ทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน BOJ ในเดือนมิถุนายน 2025 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทั่วโลกกำลังจับตา

ที่มาข้อมูล :KAsset

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...