โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

TFM พลิกโฉมอุตสาหกรรมอาหารสัตว์น้ำ นำร่องโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในฟาร์มกุ้ง

Wealthy Thai

อัพเดต 28 พ.ค. 2568 เวลา 08.39 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2568 เวลา 05.48 น.

บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำและอาหารสัตว์เศรษฐกิจของไทย ผสานความร่วมมือกับ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์น้ำสู่ความยั่งยืน ผ่านโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกระบวนการเลี้ยงกุ้ง (Shrimp Decarbonization Project) ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในฟาร์มกุ้ง 25-35 เปอร์เซ็นต์ พร้อมส่งเสริมให้เข้าถึงตลาดพรีเมียม หนุนสร้างความยั่งยืนตลอด Value Chain ในทุกมิติ
นายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ มุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้เป้าหมายเดียวกันกับไทยยูเนี่ยน โดยตั้งเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ขอบเขตที่ 1,2 และ 3 ลง42 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2573 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero) ภายในปี 2593 ดังนั้นเพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ การใช้พลังงานหมุนเวียนและการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตโดยปัจจุบันโรงงานมหาชัยและระโนดได้ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ กำลังการผลิตรวม 3.1 เมกะวัตต์ (มหาชัย 2.3 เมกะวัตต์ และระโนด 0.8 เมกะวัตต์) สำหรับการผลิตอาหารสัตว์ นอกจากนี้ โรงงานมหาชัยยังเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass) แทนเชื้อเพลิงฟอสซิลได้ถึง70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในปีที่ผ่านมา TFM สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยการผลิตได้มากถึง 40 เปอร์เซ็นต์
นอกจากนี้ TFM ยังมุ่งเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงาน โดยปรับปรุงระบบ Boiler และนำพลังงานจากโซลาร์เซลล์มาใช้ในโรงงานมหาชัยและระโนด รวมถึงการใช้เครื่องจักรที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น รถยกระบบไฟฟ้า (Electric Forklift) การใช้รถยนต์บรรทุกไฟฟ้า (EV Truck) และการปรับระบบไอน้ำให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ตลอดจนการนำน้ำควบแน่นกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นระบบ ส่วนในด้านสิ่งแวดล้อม TFM สามารถลดการใช้น้ำได้ 10 เปอร์เซ็นต์ ต่อหน่วยการผลิต และสามารถลดปริมาณขยะได้มากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ผ่านการนำของเสียมาใช้ประโยชน์และรีไซเคิล โดยโรงงานทั้งที่มหาชัยและระโนดยังเป็นโรงงานที่ดำเนินการแบบ Zero Discharge ไม่มีการปล่อยน้ำเสียหลังบำบัดสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้ร่วมมือกับไทยยูเนี่ยน ผลักดันโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่เกิดจากกระบวนการเลี้ยงกุ้ง (Shrimp Decarbonization Project)เพื่อเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของการผลิตกุ้งให้ได้ 25-35 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ได้จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ได้แก่ 1.) ใช้อาหารกุ้งที่มีส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองที่ไม่มีแหล่งที่มาที่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่าและต้องได้รับมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับ โดยองค์กร FEFAC หรือ European Feed Manufacturers' Federation 2.) ปูบ่อกุ้งหรือขอบบ่อด้วย PE หรือ Polyethylene ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเลี้ยง พร้อมใช้เครื่องให้อาหารอัตโนมัติ หรือ Autofeed เพื่อลดปริมาณอาหารส่วนเกิน 3.) ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ที่สามารถจ่ายไฟฟ้าเฉลี่ยในฟาร์มได้อย่างน้อย 80 เปอร์เซ็นต์ ในเวลากลางวัน นอกจากนี้ มีข้อกำหนดเพิ่มเติมตามความสมัครใจ คือ การติดตั้งอุปกรณ์ HydroNeo ซึ่งเป็นเทคโนโลยี Smart Farming ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าในฟาร์ม โดยสามารถวัดคุณภาพน้ำได้แบบเรียลไทม์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TFM กล่าวเพิ่มเติมว่า เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับประโยชน์ คือ 1) ลดต้นทุนอาหารโดยตรง โดยเกษตรกรจะได้รับส่วนลดค่าอาหารกุ้งจาก TFM เมื่อจำหน่ายกุ้งที่ผ่านเกณฑ์คุณภาพตามโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในฟาร์มกุ้ง (Shrimp Decarbonization Project) ให้กับกลุ่มไทยยูเนี่ยน 2) ประหยัดค่าไฟฟ้าในฟาร์มจากการติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยหากเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ Solar Farm ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับพันธมิตรของกลุ่มไทยยูเนี่ยน เกษตรกรจะไม่ต้องลงทุนเริ่มต้นเองและสามารถลดค่าไฟฟ้าได้ตั้งแต่เริ่มโครงการ และ 3) เกษตรกรจะได้รับการส่งเสริมให้เข้าสู่ตลาดพรีเมียมที่ต้องการกุ้งจากแหล่งผลิตที่ยั่งยืนและได้การรับรองมาตรฐานสากล โดยปัจจุบันมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการแล้ว 19 ราย ตั้งเป้ายอดขายในช่วงระยะเริ่มต้นของโครงการ 1,500 - 2,000 ตัน
ทั้งนี้ โครงการ Shrimp Decarbonization Project จะก่อให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่ายในห่วงโซ่อุตสาหกรรมกุ้ง ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เริ่มตั้งแต่ TFM ซึ่งเป็นผู้ผลิตอาหารกุ้งสามารถออกผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมการเลี้ยงกุ้งอย่างยั่งยืนสอดคล้องกับเจตนารมณ์ขององค์กร และตอบสนองกับเทรนด์การบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป อีกทั้ง ยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์ ในส่วนของฟาร์มกุ้งนั้นได้รับประโยชน์หลากหลายด้านโดยเฉพาะในส่วนของต้นทุนที่ลดลงทั้งจากส่วนลดค่าอาหารกุ้งและต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้ รวมถึงเปิดโอกาสให้ฟาร์มได้พัฒนาตัวเองไปสู่ระดับสากล ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคปลายทางให้ความสำคัญ และสำหรับไทยยูเนี่ยน ได้ประโยชน์เมื่อมีฟาร์มที่เข้าร่วมโครงการมากขึ้น และจะมีแหล่งกุ้งที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานความยั่งยืนเพิ่มขึ้น นับเป็นการสอดคล้องกับเป้าหมายความยั่งยืนขององค์กร ทั้งในมิติของการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์และยกระดับซัพพลายเชนให้ยั่งยืน ตลอดจนสามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มคู่ค้าที่เป็นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกระดับโลกเพื่อให้มีแหล่งสินค้าที่สอดคล้องกับนโยบายความยั่งยืนของแต่ละบริษัทฯ และสุดท้ายคือนำไปสู่ผู้บริโภคปลายทางที่จะมีตัวเลือกในการจับจ่ายสินค้ามากขึ้นเพื่อสะท้อนถึงความตระหนักรู้และความรับผิดชอบต่อโลกอีกด้วย
นอกจากนี้ TFM ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์น้ำ ด้วยการเป็นโรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำแห่งแรกในเอเชียที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ASC Feed ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสากลจาก Aquaculture Stewardship Council (ASC) ที่ครอบคลุมทั้งด้านสิทธิแรงงาน การจัดหาวัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมระบบตรวจสอบย้อนกลับที่โปร่งใสและเชื่อถือได้ โดยตามข้อกำหนดล่าสุดของ ASC ฟาร์มที่ต้องการการรับรอง ASC จะต้องเริ่มใช้อาหารสัตว์น้ำจากโรงงานที่ได้รับการรับรอง ASC Feed ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2025 เป็นต้นไป ทำให้ TFM อยู่ในตำแหน่งที่พร้อมสนับสนุนลูกค้าในการเข้าสู่มาตรฐานสากล เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดส่งออกและตลาดพรีเมียมทั่วโลก พร้อมสร้างความแตกต่างและมูลค่าเพิ่มให้กับแบรนด์ของลูกค้าในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...