โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

พลโทบุญสิน ชี้สถานการณ์ ไทย-กัมพูชา ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ไม่ถึงขั้นใช้อาวุธ

The Reporters

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 10.20 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 10.20 น.

พลโทบุญสิน ปัดให้ความเห็น สมเด็จฮุนเซน ไลฟ์สดพาดพิง บอกเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องจัดการเอง ชี้สถานการณ์ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง - ไม่ถึงขั้นใช้อาวุธ ขอรอกัมพูชาตัดสินใจร่วมวงเจรจา RBC ย้ำหน้าที่มีเพียงปกป้องอธิปไตย เชื่อสถานการณ์ ไทย- กัมพูชา จบก่อนเกษียณ ขณะที่ข้าราชการแห่ขอถ่ายรูปให้กำลังใจ

วันนี้ (27 มิ.ย. 68) พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงกรณีที่ สมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ไลฟ์สดพาดพิงประเทศไทยได้รับรายงานเรื่องนี้แล้วหรือไม่ว่า คงเป็นเรื่องของรัฐบาล แต่ตนเองก็ติดตามอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรีและทีมงานที่ต้องไปแก้ไข ส่วนกองทัพก็ดูแลเรื่องของความมั่นคง พื้นที่ตามชายแดนเป็นหลัก

เมื่อถามถึงสถานการณ์ชายแดนว่าขณะนี้เป็นเช่นไร พลโทบุญสิน กล่าวว่าเราก็ตรึงกำลังอยู่ ส่วนทางกัมพูชาก็ยังไม่ได้มีการถอนกำลังออกจากพื้นที่ เพื่อรอความชัดเจนจากทั้งสองประเทศ แต่อย่างไรก็ต้องยึดตามนโยบายของผู้นำทั้ง 2 ประเทศเช่นกัน ว่าจะคุยกันอย่างไรต่อ ส่วนทหารก็ต้องทำหน้าที่ของทหารต่อไป คือการควบคุมกำกับดูแลตามแนวชายแดน ให้เป็นปกติดีที่สุด

เมื่อถามว่าได้รับสัญญาณบวกจากทางกัมพูชาบ้างหรือไม่พลโทบุญสินระบุว่า ก็ดี มีการพูดคุยกันตลอด มีสัญญาณบวกตั้งแต่การปรับกำลังที่ช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี แต่รอการเจรจาระหว่างผู้นำ 2 ประเทศ

ส่วนกรณีที่สมเด็จฮุนเซน ตั้งตนเองเป็นเสนาธิการทหารสูงสุดกัมพูชา และลงพื้นที่ตามแนวชายแดน มีนัยสำคัญทางการทหารหรือไม่ พลโทบุญสิน ระบุว่า เรื่องนี้ตนเองไม่แน่ใจ แต่สมเด็จฮุนเซน คงจะแสดงออกถึงความเป็นผู้นำ แต่ความเคลื่อนไหวตามแนวชายแดนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

เมื่อถามว่าอยากจะฝากอะไรถึงคนไทยที่กำลังรับข่าวสาร จากสมเด็จฮุนเซน ที่สื่อสารผ่านทางช่องทางออนไลน์ในขณะนี้ พลโทบุญสิน ระบุว่าตนฝากประชาชนคนไทยว่าปัญหาแนวชายแดน ปัญหาเส้นเขตแดน ยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง ในการที่จะนำมาซึ่งการใช้อาวุธต่อกัน รุนแรงถึงขั้นที่ต้องใช้อาวุธ ด้านกองทัพทั้ง 2 ประเทศตอนนี้พยายามจะคุยกัน ตั้งแต่ระดับผู้ปฏิบัติ ให้หลีกเลี่ยงการใช้อาวุธ เวลาที่มาพบกันในจุดเจรจา ทั้งสองฝ่ายก็ไม่ได้นำอาวุธขึ้นมา จึงอยากขอให้ประชาชนทั้งสองประเทศ และคนไทย มีความมั่นใจว่า ตอนนี้ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง สถานการณ์ชายแดนอยู่ในขั้นปกติที่ยังสามารถควบคุมได้

เมื่อถามว่าได้มีการประเมินสถานการณ์ตามแนวชายแดนจะเป็นอย่างไร จะดีขึ้นหรือไม่หรือต้องรอให้เสถียรภาพทางการเมืองนั้นดีขึ้นก่อน พลโทบุญสิน ยังคงย้ำว่าขึ้นอยู่กับผู้นำทั้ง 2 ประเทศ ส่วนทางกัมพูชาก็ขึ้นอยู่กับผู้นำของเขาเช่นกัน ถ้าผู้นำของกัมพูชาได้คุยกับผู้นำของไทย และพูดคุยเข้าใจตกลงกันได้ ก็เชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

เมื่อถามว่าสถานการณ์ไทยกัมพูชาจัดจบก่อนที่จะเกษียณอายุราชการหรือไม่ พลโทบุญสิน ถึงกับยิ้มก่อนกล่าวต่อว่า น่าจะจบก่อนครับ

ส่วนความคืบหน้าการประชุม RBC พลโทบุญสินกล่าวว่า จะต้องรอความชัดเจนจากผู้นำกัมพูชา แต่ขณะนี้ยังไม่มีการตอบรับมา ซึ่งฝ่ายไทยพร้อมเจรจา

ส่วนจำเป็นต้องปิดปราสาทตาเมือนธม หรือไม่นั้นพลโทบุญสินกล่าวว่าการปฏิบัติที่ประสาทตาเมือนธม มีข้อปฏิบัติมานานแล้ว ตั้งแต่บรรพบุรุษของเรา ที่อนุโลมให้ชาวกัมพูชาได้ขึ้นมาได้ ซึ่งเราได้ขอความร่วมมือ กับประชาชนทั้ง 2 ประเทศ ให้งดการแสดงออกที่ล่อแหลมหรือก่อให้เกิดความไม่เรียบร้อย และเรื่องนี้ได้มีการพูดคุยกันตลอด ก่อนย้ำว่าสถานการณ์ยังไม่มีอะไร

ส่วนกรณีที่สมเด็จฮุนเซน ไลฟ์สดและพูดพาดพิงถึงการสนทนากับนายกรัฐมนตรี และมีการพาดพิงถึงแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นการหมิ่นและทำให้ประเทศชาติเสียหาย นั้น พลโทบุญสิน ระบุว่า เป็นเรื่องของสมเด็จฮุนเซน เราทำหน้าที่ของเรา ปกป้องอธิปไตย อย่างเดียว เขาจะพูดอะไร ก็เป็นเรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับเรา ตนเองไม่เคยหวั่นไหว ถ้ามาเกี่ยวข้องกับแนวชายแดนก็พร้อมที่จะทำหน้าที่ส่วนกรณีที่สมเด็จฮุนเซนตั้งตนเองเป็นเสนาธิการทหารสูงสุดกัมพูชา และลงพื้นที่ตามแนวชายแดน เท่านั้นเอง

สำหรับบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลมีทั้งข้าราชการและหน่วยงานต่าง ๆ มาขอถ่ายรูปกับแม่ทัพภาคที่ 2 กันอย่างคึกคัก พร้อมทั้งให้กำลังใจ ซึ่งพลโทบุญสิน ระบุว่า มีกำลังใจทำงานเพื่อประเทศชาติต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...