โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘แดง’ น่ากลัวกว่า ‘ส้ม’

เดลินิวส์

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 18.39 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 00.30 น. • เดลินิวส์
“โรม” ถาม “แม้ว” เมื่อทราบว่า มีบางฝ่ายพยายามสร้างสถานการณ์ให้ถึงทางตัน เหน็บอดีตนายกฯ พูดว่า

ความเคลื่อนไหวทางการเมือง นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “บิ๊กอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย รักษาการนายกฯ ได้มีข้อสั่งการให้ รมว.และ รมช.ทุกกระทรวง เร่งสำรวจข้าราชการที่จะครบวาระเกษียณอายุราชการเป็นการเร่งด่วน และขอให้เร่งรัดแต่งตั้งข้าราชการที่มีความรู้ความสามารถ มีความตั้งใจจริงที่จะทำงาน สนองนโยบายของรัฐบาลเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน

รัฐบาลขอให้ข้าราชการระดับสูงตั้งแต่ปลัดกระทรวงลงมา เร่งเดินหน้าทำตามนโยบายของรัฐบาลให้มีผลเป็นรูปธรรม อย่าปล่อยให้เจ้าหน้าที่ระดับล่างกล่าวหาว่า เข้าเกียร์ว่างก่อนเกษียณ หรือรอดูท่าทีของรัฐบาลเพราะประเทศจะต้องขับเคลื่อนทุกวันไม่มีวันหยุด รัฐบาลจะตรวจสอบผลงานของแต่ละส่วนต่างๆ อย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง เพื่อให้มีผลต่อการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญต่างๆ ของรัฐบาลในทุกมิติ

ส่วนเรื่องทางออกประเทศ หาก “นายกฯ อิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร ต้องพ้นจากตำแหน่งเพราะศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า มีพฤติกรรมผิดจริยธรรม จากกรณีคลิปเสียงหลุดกับฮุน เซน ประธานองคมนตรีกัมพูชานั้น นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความพร้อมของตัวเองว่า “คนเคยเป็นข้าราชการ ไม่ว่าจะทำอะไร ที่ไหน ก็ต้องพร้อม มีประสบการณ์มาเยอะ ความพร้อมไม่ต้องพูดถึง แต่จะเป็นไปได้หรือไม่ รอให้ถึงเวลานั้นก่อน ถ้าไปพูดถึงก่อน แล้วไม่เกิดขึ้นจริง จะอายเปล่าๆ นายทักษิณไม่เคยพูดคุยเรื่องตำแหน่งนายกฯ ถ้าเกิดสถานการณ์ขึ้นจริงก็พร้อมทำงานให้ประเทศโดยไม่มีเงื่อนไข สุขภาพไม่มีปัญหา แข็งแรงดี แต่ถ้าไม่เกิดขึ้นก็ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวต่อไป เชื่อว่า ประเทศชาติไม่ถึงทางตัน เพราะไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุเช่นนั้น”

ที่โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์พ้อยต์ สเปซ พัทยา จ.ชลบุรี พรรคกล้าธรรม จัดเสวนาพรรค โดยนายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร และเลขาธิการพรรคกล้าธรรม กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงจะมีการเลือกตั้งเร็วๆ นี้ และพรรคเราไม่หลบเขตให้พรรคการเมืองพันธมิตร เราอาจจะเน้นได้ สส.เขตเลือกตั้ง คิดว่า สถานการณ์การเมืองขณะนี้ยังไม่ถึงทางตัน คิดว่า ยังไม่มีการเลือกตั้งเร็วๆ นี้ ทางตันยังไม่เกิดขึ้น ยังไม่เห็นเลยว่า มันตันตรงไหน มันมีทางไป

“ผมไม่ได้บอกว่า เสียงรัฐบาลในสภามี 280+ แต่บอก 260 และมาเรื่อยๆ เรื่องขององค์ประชุมไม่ได้เป็นปัญหา องค์ประชุมสบายๆ แม้จะถูกมองว่าเสียงปริ่มน้ำ เราก็ต้องขยันหน่อยเท่านั้น ส่วน 3 สส.อีสาน พรรคภูมิใจไทยโหวตให้รัฐบาล (เลื่อนกฎหมายศูนย์รวมความบันเทิง) เป็นฝีมือของกล้าธรรมหรือไม่ ผมว่า ให้เขาพูดเองดีกว่า”

ส่วนเรื่องกฎหมายอภัยโทษ พรรคกล้าธรรมยืนยันไม่เอาด้วยกับการอภัยโทษความผิดตาม ป.อาญา ม. 112 ขอให้รอดูก่อนเพราะกฎหมายเพิ่งวาระแรก รับประกันว่า ครั้งนี้จะไม่มีหมกเม็ดเหมือนที่ผ่านมาแน่นอน วันนี้เราต้องช่วยทำให้บ้านเมืองสลายสีเสื้อ เพราะตอนนี้สีเริ่มสลายแล้ว เรื่อง ม.112 หากย้อนกลับไปดู การอภัยโทษคดี ม.112 มีมาตลอดอยู่แล้ว อย่าไปก้าวล่วงพระราชอำนาจ อย่าเอาเรื่องนี้มาจุดประเด็น เพราะเขาทำกันอยู่แล้ว

“สส.ใบพลู” รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ปชน. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี “อดีตนายกฯ แม้ว” ทักษิณ ชินวัตร กล่าวบนเวทีผ่าทางตันประเทศไทยของเครือเนชั่นว่าการเมืองไทยยังไม่ถึงทางตัน เมื่อวันที่ 9 ก.ค.ว่า เมื่อนายทักษิณทราบว่าอาจจะมีบางฝ่ายที่พยายามจะสร้างสถานการณ์เช่นนั้น คำถามคือเขาจะทำอย่างไร ทราบว่านายทักษิณไม่ได้มีตำแหน่งอะไร แต่เราทราบว่าเขามีอิทธิพลมากแค่ไหน คิดว่า การยุบสภาจะดีที่สุดในเวลานี้ บ้านเมืองจะเดินได้ดีกว่านี้และไม่มีปัญหาหรือความน่ากังวลใดๆ ที่จะเกิดขึ้น

“ที่นายทักษิณระบุด้วยว่าหากแดงกับส้มรวมกันจะเกิดเป็นสีแสดซึ่งแรงเกินไป เป็นสิทธิของนายทักษิณที่จะวิพากษ์วิจารณ์ แต่การพูดเช่นนี้คือความพยายามที่จะทำให้พรรค ปชน.ดูน่ากลัว คิดว่าความน่ากลัวที่สุดไม่ใช่สีส้ม แต่ความน่ากลัวที่สุดคือการบริหารประเทศ โดยคิดเพียงว่าผลประโยชน์ต้องอยู่กับครอบครัวของตนเอง ทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย การบริหารประเทศโดยมีนายกฯ หลายคน นี่คือความน่ากลัวที่พาประเทศไทยสู่ความล้มเหลว ยังไม่นับว่าสถานการณ์ของพรรคเพื่อไทยในวันนี้ที่น่ากลัวยิ่งกว่าพรรคส้มแน่นอน คือการที่ไม่สามารถตอบสนองต่อนโยบายที่เคยให้ไว้กับประชาชนได้ สีแดงตอนนี้น่ากลัวยิ่งกว่า เพราะล้มเหลวในทุกด้าน” นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามว่า ขณะนี้เสียงของรัฐบาลปริ่มน้ำ จะบีบให้รัฐบาลต้องมีความประนีประนอมมาขึ้น โดยหันมาร่วมมือกับพรรค ปชน.ในการโหวตกฎหมายต่างๆ หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องหน้างานที่ต้องโหวตกฎหมายเราต้องพยายามทำอย่างเต็มที่ เพราะถือว่าเป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติ แต่หลักการเราไม่เคยเปลี่ยนคือการพยายามทำให้รัฐบาลเข้าใจว่าการยุบสภาคือทางออกที่ดีที่สุด ซึ่งเมื่อเราพยายามทำอย่างเต็มที่แล้ว แต่ถ้าเขาไม่ดำเนินการ ก็ลำบากที่จะทำให้เขายอมในสิ่งที่เราต้องการได้ ความชอบธรรมของเขาก็ลดลงเรื่อยๆ และสุดท้ายเราก็ยอมรับว่ากลไกเรื่องนิติสงครามก็รออยู่

“ผมคิดว่าพรรคเพื่อไทยจะให้ความร่วมมือหรือไม่ เพราะกฎหมายหลายอย่างที่เราอยากเห็นประเทศเดินหน้า เช่น กฎหมายเกี่ยวกับการนิรโทษกรรม พรรคเพื่อไทยจะให้ความร่วมมือหรือไม่ อาจจะต้องไปถามทางพรรคเพื่อไทยว่ายังมีกะจิตกะใจในการดำเนินการที่จะผ่านกฎหมายใดๆ พรรคเพื่อไทยต้องตอบให้ชัดถึงการที่พรรคเพื่อไทยไม่โหวตร่างกฎหมายเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมของพรรค ปชน.และภาคประชาชน” นายรังสิมันต์ กล่าว

อีกเรื่องหนึ่ง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ว่า "ผมได้มีโอกาสอ่านเอกสารของแพทยสภาที่สื่อสำนักหนึ่งนำมาลงรายละเอียด นักโทษชั้น 14 ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะต้องอยู่ รพ.ตำรวจต่อเนื่องถึง 6 เดือน แพทย์ผู้ตรวจร่างกายตอนกลางวัน เมื่อวันที่ 22 ส.ค.2566 ได้ตรวจร่างกายและเขียนหนังสือส่งตัวให้นักโทษ เนื่องจากมีประวัติจากต่างประเทศ แต่วันเดียวกัน ช่วงเวลากลางคืน เวลา 21.00-22.00 น. พยาบาลได้โทรฯไปปรึกษาแพทย์ผู้ตรวจร่างกายตอนกลางวันว่า นักโทษมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก ความดันโลหิตสูง ออกซิเจนในเลือดต่ำลง สังเกตอาการแย่ลง อ้างว่าได้ปรึกษาแพทย์เวร แนะนำให้ส่งนักโทษไป รพ.ตำรวจ พยาบาลได้ขอใช้หนังสือส่งตัวที่เขียนตอนกลางวัน ซึ่งโดยทั่วไปไม่ควรใช้ใบส่งตัวใบเดียวกัน เนื่องจากการเขียนใบส่งตัวที่เขียนตอนกลางวัน จะเป็นโรคเรื้อรังเก่าที่มีประวัติจากต่างประเทศ ส่วนอาการตอนกลางคืน เป็นอาการวิกฤติที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น

วันที่ 23 ส.ค. แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจขณะนั้นได้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ พูดถึงปัญหาโรคความดัน อ้างเลขตัวบนยัง 170 ตัวล่างยัง 115-120 กลัวว่าพวกความดันสูงมากๆ เดี๋ยวจะมีปัญหาเรื่องสมองขาดเลือดหรือเลือดออกในสมอง แต่จากข้อมูลที่แพทยสภาตรวจพบว่า วันที่ 23 ส.ค.เวรเช้ามีความดันโลหิตที่ 150/100 มิลลิเมตรปรอท ซึ่งแสดงว่าแพทย์ รพ.ตำรวจได้รักษาผู้ป่วยจนอาการทุเลาแล้ว

ในวันที่ 15 ก.ย.2566 ได้มีการออกใบรับรองแพทย์ (ช่วงครบ 30 วันตามกฎกระทรวง) โดยนายแพทย์ชั้น พล.ต.ท. ซึ่งเป็นแพทย์ศัลยกรรมประสาท เขียนว่า การรักษายังไม่สิ้นสุด เพราะต้องรักษาแผลที่ผ่าตัด แต่จากรายงานพบว่ามีการผ่าตัดนิ้วล็อก แพทย์ที่ผ่าตัดได้ให้ถ้อยคำกับแพทยสภาว่า "การอยู่ในโรงพยาบาลของผู้ป่วย ไม่ใช่ปัญหาของด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อ" และรายงานทางเวชระเบียบของแพทย์ผู้ผ่าตัด ก็ไม่พบภาวะแทรกซ้อนใดๆ รวมทั้งความเห็นของราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย (แพทย์กระดูกและข้อ) ว่า โดยปกติการผ่าตัดนิ้วล็อกไม่ต้องนอนโรงพยาบาล และไม่ต้องรับการผ่าตัดเร่งด่วน

กับราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ได้ให้ความเห็นว่า "จากข้อมูลที่ได้รับ โรค อาการ และอาการแสดงทางอายุรศาสตร์ ไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤติที่คุกคามต่อชีวิต หรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะวิกฤติ ณ ขณะนั้น” การออกใบรับรองแพทย์ ในวันที่ 15 ก.ย. จึงไม่มีกลุ่มอาการหรือโรคที่ต้องพักรักษาตัวต่อเนื่องในโรงพยาบาล ได้มีการออกใบรับรองแพทย์ช่วงครบ 60 วันตามกฎกระทรวง โดย พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ ระบุ "ต้องรับการผ่าตัดเร่งด่วน เพราะมีอาการปวดรุนแรง มือและแขนอ่อนแรง" ราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทยชี้แจงว่า ไม่มีอาการปวดไหล่ขวามาก่อน ต่อมาได้มีการวินิจฉัยว่าเป็นไหล่ขวาฉีก ทางออร์โธปิดิกส์จัดว่า หากเกิดขึ้นเฉียบพลัน ไม่ใช่ภาวะเร่งด่วน"

“โดยสรุปการออกใบรับรองแพทย์จากประสาทศัลยแพทย์ ไม่ใช่ผู้มีความชำนาญทางด้านกระดูกและข้อ จึงไม่ควรลงความเห็นแทนแพทย์กระดูกและข้อ ควรให้แพทย์เจ้าของไข้หรือแพทย์ผู้ผ่าตัดเป็นผู้ลงความเห็น รายงานของแพทยสภา ไม่ได้พูดถึงการออกใบรับรองแพทย์ตามกฎกระทรวง ช่วง 120 วัน ว่าใครเป็นผู้ออก และออกด้วยเหตุผลอะไร รายงานชี้ให้เห็นว่า ไม่มีความจำเป็นที่นักโทษชั้น 14 ต้องนอนต่อเนื่องที่โรงพยาบาลตำรวจ อ่านจากรายงานก็พบว่า อาการทุเลาตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค.2566 จากที่มาถึง รพ.ตำรวจ 23 ส.ค.2566”

น.ต.สุธรรม ระหงษ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีผู้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ กกต.ให้ตรวจสอบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีเสนอชื่อ สส.ขึ้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีโดยไม่ผ่านกระบวนการตามข้อบังคับพรรค ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องภายในพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ถึงขั้นต้องนำไปสู่การยุบพรรคตามที่มีการร้องเรียน แต่ยอมรับว่ากระบวนการที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้ดำเนินการตามข้อบังคับพรรคอย่างถูกต้อง ไม่มีมติ ไม่มีบันทึกประชุม ไม่มีการหารืออย่างเป็นทางการ แต่กลับมีชื่อปรากฏในโผรัฐมนตรีหลังโปรดเกล้าฯ ไปแล้ว สะท้อนว่ากระบวนการของพรรคไม่ชอบ กรณีที่มีการประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรคกับ สส. หลังจากมีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ครม. เพื่อให้สัตยาบันย้อนหลังต่อมติ เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น ไม่มีบัญญัติในข้อบังคับพรรค

“ถือได้ว่าเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง เพราะอาจกระทบถึงตัวนายกรัฐมนตรี เนื่องจากการเสนอชื่อรัฐมนตรีที่ไม่เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายภายในพรรค อาจส่งผลกระทบในวงกว้าง” น.ต.สุธรรม กล่าว

ส่วนภารกิจของ “นายกฯ อิ๊งค์” ที่ จ.นครราชสีมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พร้อมด้วยรัฐมนตรีและ สส. ลงพื้นที่ ณ บ้านไร่ หมู่ 1 ต.ท่าอ่าง อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา เพื่อดูปัญหาการจัดการน้ำในพื้นที่ที่มีปัญหาแม่น้ำมูลท่วมพื้นที่นา และชาวบ้านได้ขอให้ขยายสะพานข้ามแม่น้ำมูลที่มีอยู่ เพื่อสะดวกต่อการจราจร นายกฯ อิ๊งค์รับปากจะดูแล และบอกว่า ไม่ว่าจะอยู่ในหน้าที่ไหน ยินดีรับใช้ประชาชนเสมอ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...