โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“มาร์กอส” เตรียมพบ “ทรัมป์” 22 ก.ค. ถกปมขึ้นภาษี 20% เสริมแนวร่วมสหรัฐในเอเชีย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 13.36 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 06.36 น.

"มาร์กอส" เตรียมพบ "ทรัมป์" 22 ก.ค. ถกปมขึ้นภาษี 20% ท่ามกลางความกังวลกรณีสหรัฐประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าฟิลิปปินส์เป็น 20% เสริมแนวร่วมสหรัฐในเอเชีย

วันที่ 11 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.30 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เตรียมพบกับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่กรุงวอชิงตันในเดือนนี้ โดยหนึ่งในหัวข้อสำคัญที่จะหารือคือเรื่องการขึ้นภาษีการค้าต่อฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านกลาโหมหลักของสหรัฐ ตามคำยืนยันของรัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์เมื่อวันศุกร์

นางเธเรซา ลาซาโร รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ให้สัมภาษณ์ระหว่างการประชุมสุดยอดภูมิภาคในมาเลเซีย โดยยืนยันว่าการพบกันของทรัมป์กับมาร์กอส ซึ่งจะเป็นครั้งแรกของผู้นำทั้งสอง เกิดขึ้นในช่วงที่ทั้งสองประเทศเพิ่มความร่วมมือด้านทหารอย่างต่อเนื่อง

“ประเด็นเรื่องภาษีจะถูกหยิบยกขึ้นมาหารือด้วย ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับเรา เราได้ส่งทีมเจรจาไปหารือในประเด็นนี้แล้ว” ลาซาโรกล่าวกับ Reuters

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า การประชุมจะมีขึ้นในวันที่ 22 กรกฎาคม ขณะที่สำนักงานของมาร์กอสระบุว่าเขาจะเดินทางเยือนสหรัฐ ระหว่างวันที่ 20–22 กรกฎาคม

รัฐบาลฟิลิปปินส์แสดงความกังวลต่อการที่ทรัมป์ประกาศ เพิ่มอัตราภาษีเป็น 20% ในสัปดาห์นี้ ซึ่งสูงขึ้นจากระดับ 17% ที่เคยขู่ว่าจะใช้ในเดือนเมษายน โดยไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม ทั้งนี้สหรัฐมีตัวเลขขาดดุลการค้าสินค้ากับฟิลิปปินส์ในปี 2567 อยู่ที่ 4.9 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 21.8% จากปี 2566

ฟิลิปปินส์ยังคงยืนยันว่าจะเดินหน้าการเจรจาการค้าอย่างต่อเนื่อง และจะส่งคณะผู้แทนเดินทางไปวอชิงตันในสัปดาห์หน้าเพื่อผลักดันข้อตกลง

ทั้งนี้ความสัมพันธ์ระหว่างกรุงมะนิลาและวอชิงตันแน่นแฟ้นขึ้นภายใต้การนำของมาร์กอส ซึ่งหันมาใกล้ชิดกับสหรัฐมากขึ้น และอนุญาตให้ทหารอเมริกันขยายการปรากฏตัวในฐานทัพของฟิลิปปินส์

ฟิลิปปินส์ ซึ่งเคยเป็นอาณานิคมของสหรัฐ ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในความพยายามของวอชิงตันในการถ่วงดุลอิทธิพลของจีนในทะเลจีนใต้และประเด็นไต้หวัน

ทั้งสองประเทศมีสนธิสัญญาป้องกันร่วมกันที่มีมานานกว่า 70 ปี และจัดการซ้อมรบร่วมกันหลายครั้งต่อปี รวมถึงการทดสอบระบบขีปนาวุธ Typhon ของสหรัฐ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้จีน

แนวทางของมาร์กอสที่แสดงออกชัดเจนว่าใกล้ชิดสหรัฐ และแสดงจุดยืนแข็งกร้าวต่อจีน ทำให้ปักกิ่งไม่พอใจ และกล่าวหาฟิลิปปินส์กับสหรัฐว่าพยายามจุดชนวนความตึงเครียด

ลาซาโรกล่าวเพิ่มเติมว่า การเจรจาจัดทำประมวลปฏิบัติ (Code of Conduct) ระหว่างอาเซียนกับจีนในทะเลจีนใต้กำลังล่าช้าเกินไป โดยฟิลิปปินส์จะผลักดันให้เจรจาเสร็จสิ้นเมื่อได้รับตำแหน่งประธานอาเซียนในปีหน้า

“เรามองว่ามันใช้เวลานานเกินไป สิ่งสำคัญคือเราต้องเดินหน้าให้ได้ …จีนเองก็มีหน้าที่ต้องร่วมมือให้การเจรจานี้เสร็จสิ้น โดยกำหนดเดิมคือภายในปี 2569”

ทั้งนี้ทะเลจีนใต้ยังคงเป็นจุดขัดแย้งสำคัญระหว่างจีนกับประเทศในอาเซียน เช่น ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และมาเลเซีย โดยความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์อยู่ในระดับตึงเครียดที่สุดในรอบหลายปี ท่ามกลางเหตุเผชิญหน้าที่ถี่ขึ้นและเสียงเตือนว่าอาจลุกลามกลายเป็นความขัดแย้ง

ลาซาโรยังกล่าวถึงสถานการณ์ในเมียนมา โดยระบุว่า “การเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในประเทศที่ถูกปกครองโดยรัฐบาลทหารอย่างเมียนมา จะได้รับการยอมรับก็ต่อเมื่อมีความครอบคลุมและสงบเรียบร้อยเท่านั้น”

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...