KTC ชี้เศรษฐกิจไทยเผชิญ “Perfect Storm” ตลาดหรูสวนกระแส
KTC ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2568 เผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ กำลังซื้อกลุ่มลูกค้าพรีเมียมยังแข็งแกร่ง และแนะผู้ประกอบการปรับกลยุทธ์จับตลาดลักชัวรีที่เน้น "ประสบการณ์" เหนือ "สินค้า"
นายอภิเชษฐ์ เกียรติวรคุณ ผู้อำนวยการ-การเงิน บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ว่าอยู่ในภาวะ "Perfect Storm" หรือพายุที่สมบูรณ์แบบ โดยมีปัจจัยกดดันจากหลายระดับ ได้แก่ สงครามการค้าโลก, ความขัดแย้งระดับภูมิภาคกับประเทศเพื่อนบ้าน, ความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ, และปัญหาหนี้ครัวเรือนในระดับครัวเรือน
โดยประเมินการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ไว้ที่ 1.6 - 2.3% อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐอเมริกาได้ ประเทศไทยอาจถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าสูงถึง 36% ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคการส่งออกซึ่งเป็นสัดส่วนสำคัญของเศรษฐกิจไทย
ขณะที่ภาคการท่องเที่ยว ซึ่งคิดเป็น 12% ของ GDP ก็เผชิญความท้าทายเช่นกัน ตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 6.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวลดลงตามไปด้วย แม้ในช่วง 6 สัปดาห์ที่ผ่านมาจะเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน แต่จำนวนเที่ยวบินจากจีนเริ่มลดลง
ล่าสุดสนามบินสุวรรณภูมิและ AOT ได้เสียส่วนแบ่งตลาดให้กับจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี แม้จะได้อินเดียเข้ามาทดแทนแต่ยอดใช้จ่ายต่อหัวยังไม่เทียบเท่า
นอกจากนี้ ภาวะเงินเฟ้อติดลบยังส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้จะสะท้อนกลับมาว่าเศรษฐกิจจะสามารถเติบโตได้ในระยะสั้นหรือระยะกลางและระยะยาว
ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันอยู่ที่ 1.75% นักเศรษฐศาสตร์คาดหวังว่าผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่อาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการจับจ่ายใช้สอย
โอกาสในตลาดลักชัวรี กำลังซื้อสูงและเทรนด์ที่เปลี่ยนไป
KTC มองเห็นโอกาสในการเติบโตของกลุ่มสินค้าและบริการระดับลักชัวรี ซึ่งสวนทางกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวม โดยคาดการณ์ว่าจะเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 9.8% ในช่วงปี 2568-2575 (ข้อมูลจาก Verified Market Research) การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นจากราคาสินทรัพย์ และกำลังซื้อที่แข็งแกร่งของกลุ่มผู้มีฐานะสูง (High-Net-Worth Individuals) ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม Ultra High-Net-Worth
เทรนด์ที่น่าสนใจ คือ กลุ่มผู้บริโภคลักชัวรีไม่ได้มองหาเพียงแค่แบรนด์ระดับโลกอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับ"ประสบการณ์" และ"ความรู้สึกหรูหรา" ที่สัมผัสได้ ซึ่งอาจไม่ได้บ่งชี้ด้วยโลโก้ขนาดใหญ่ แต่เป็นความประณีตและอัตลักษณ์เฉพาะตัว (Authentic Collection) ที่สะท้อนความเป็นตัวตน
คลื่นลูกใหม่ที่มีอิทธิพลต่อตลาดลักชัวรีคือกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ซึ่งมีจำนวนเกินครึ่งของตลาดลักชัวรีทั่วโลก 95% ของการตัดสินใจซื้อในตลาดลักชัวรีทั่วโลกถูกกระตุ้นด้วย
- คุณภาพที่บ่งบอกถึงสินค้าและอัตลักษณ์
- ฐานะ
- ระบบการให้รางวัล (Reward System)
ดังนั้น กลยุทธ์ในอนาคตจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การนำเสนอสินค้าแบรนด์เนมทั่วไป แต่เป็นการสร้างคุณค่าที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นโจทย์ที่ผู้ประกอบการต้องปรับตัวให้เข้ากับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าแต่ละกลุ่ม
KTC เติบโตสวนกระแสด้วยกลยุทธ์เจาะกลุ่มพรีเมียม
นางประณยา นิถานานนท์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดบัตรเครดิต KTC เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา แม้จะเผชิญความท้าทายหลายด้าน แต่ธุรกิจบัตรเครดิตของ KTC ยังคงเติบโต 4.4% ซึ่งสูงกว่าภาพรวมอุตสาหกรรม โดยมีพอร์ตลูกค้ารวม 2.8 ล้านใบ
กลุ่มลูกค้าพรีเมียมเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต โดยสมาชิก KTC ที่มีรายได้ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป คิดเป็น 20% ของพอร์ต แต่สร้างยอดใช้จ่ายรวมถึง 40% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด ขณะที่กลุ่มรายได้มากกว่า 100,000 บาทต่อเดือน มีสัดส่วน 7-8% และมีการใช้จ่ายถึง 20% โดยหมวดการใช้จ่ายหลักของกลุ่มนี้ได้แก่ ประกันภัย, การท่องเที่ยว, การดูแลสุขภาพ, ร้านอาหาร และน้ำมัน
ข้อมูลจาก Visa หนึ่งในพันธมิตรยังบ่งชี้ว่ากลุ่มลูกค้าพรีเมียมให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพ (wellness), การลงทุน (investment), ครอบครัว (family) และความสัมพันธ์ (relationship) ก่อนที่จะเป็นเรื่องของความหลงใหล (passion) ซึ่งสะท้อนว่าลูกค้ากลุ่มนี้ได้ข้ามผ่านจุดที่ให้ความสำคัญกับวัตถุ (material) ไปสู่การแสวงหา "ประสบการณ์" ที่มีคุณค่าและความหมายต่อชีวิต
KTC ในฐานะผู้ให้บริการชำระเงิน จึงมุ่งเน้นกลยุทธ์การดูแลลูกค้ากลุ่มพรีเมียม 3 แนวทางหลัก เพื่อสร้างคุณค่าเฉพาะบุคคล :
- Exclusive Value : คัดสรรสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะกลุ่ม ด้วยแนวคิด "By Invitation Only" เช่น แคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้า Ferrari และ Jubilee
- CRM & Loyalty Program : ร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อขยายฐานสมาชิกและต่อยอดประสบการณ์ลูกค้าบนแพลตฟอร์มที่คุ้นเคย เช่น การแลกคะแนนสะสมระหว่าง KTC และ Siam Piwat ผ่านแอปพลิเคชัน ONESIAM SuperApp
- Service Excellence : บริการที่น่าเชื่อถือและเข้าใจกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ เช่น Gen Z และกลุ่ม Tech-driven Wealth ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและคุณค่าทางสังคม
“ในการทำการตลาดของบัตรเครดิตซึ่งเป็น ธุรกิจ community บัตรเครดิตในตลาดมีหลายชนิดเรามีคู่แข่งมากมาย ถ้าเราต้องการแข่งขันเราต้องทำเรื่องของเบเนฟิต แต่สิ่งที่ KTC อยากไปให้สุดก็คือการสร้าง Value ให้เกิดขึ้นกับลูกค้า”