โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

KTC ชี้เศรษฐกิจไทยเผชิญ “Perfect Storm” ตลาดหรูสวนกระแส

การเงินธนาคาร

อัพเดต 31 ก.ค. 2568 เวลา 16.23 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2568 เวลา 09.23 น.

KTC ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2568 เผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ กำลังซื้อกลุ่มลูกค้าพรีเมียมยังแข็งแกร่ง และแนะผู้ประกอบการปรับกลยุทธ์จับตลาดลักชัวรีที่เน้น "ประสบการณ์" เหนือ "สินค้า"

นายอภิเชษฐ์ เกียรติวรคุณ ผู้อำนวยการ-การเงิน บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ว่าอยู่ในภาวะ "Perfect Storm" หรือพายุที่สมบูรณ์แบบ โดยมีปัจจัยกดดันจากหลายระดับ ได้แก่ สงครามการค้าโลก, ความขัดแย้งระดับภูมิภาคกับประเทศเพื่อนบ้าน, ความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ, และปัญหาหนี้ครัวเรือนในระดับครัวเรือน

โดยประเมินการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ไว้ที่ 1.6 - 2.3% อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐอเมริกาได้ ประเทศไทยอาจถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าสูงถึง 36% ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคการส่งออกซึ่งเป็นสัดส่วนสำคัญของเศรษฐกิจไทย

ขณะที่ภาคการท่องเที่ยว ซึ่งคิดเป็น 12% ของ GDP ก็เผชิญความท้าทายเช่นกัน ตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 6.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวลดลงตามไปด้วย แม้ในช่วง 6 สัปดาห์ที่ผ่านมาจะเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน แต่จำนวนเที่ยวบินจากจีนเริ่มลดลง

ล่าสุดสนามบินสุวรรณภูมิและ AOT ได้เสียส่วนแบ่งตลาดให้กับจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี แม้จะได้อินเดียเข้ามาทดแทนแต่ยอดใช้จ่ายต่อหัวยังไม่เทียบเท่า

นอกจากนี้ ภาวะเงินเฟ้อติดลบยังส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้จะสะท้อนกลับมาว่าเศรษฐกิจจะสามารถเติบโตได้ในระยะสั้นหรือระยะกลางและระยะยาว

ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันอยู่ที่ 1.75% นักเศรษฐศาสตร์คาดหวังว่าผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่อาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการจับจ่ายใช้สอย

โอกาสในตลาดลักชัวรี กำลังซื้อสูงและเทรนด์ที่เปลี่ยนไป

KTC มองเห็นโอกาสในการเติบโตของกลุ่มสินค้าและบริการระดับลักชัวรี ซึ่งสวนทางกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวม โดยคาดการณ์ว่าจะเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 9.8% ในช่วงปี 2568-2575 (ข้อมูลจาก Verified Market Research) การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นจากราคาสินทรัพย์ และกำลังซื้อที่แข็งแกร่งของกลุ่มผู้มีฐานะสูง (High-Net-Worth Individuals) ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม Ultra High-Net-Worth

เทรนด์ที่น่าสนใจ คือ กลุ่มผู้บริโภคลักชัวรีไม่ได้มองหาเพียงแค่แบรนด์ระดับโลกอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับ"ประสบการณ์" และ"ความรู้สึกหรูหรา" ที่สัมผัสได้ ซึ่งอาจไม่ได้บ่งชี้ด้วยโลโก้ขนาดใหญ่ แต่เป็นความประณีตและอัตลักษณ์เฉพาะตัว (Authentic Collection) ที่สะท้อนความเป็นตัวตน

คลื่นลูกใหม่ที่มีอิทธิพลต่อตลาดลักชัวรีคือกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ซึ่งมีจำนวนเกินครึ่งของตลาดลักชัวรีทั่วโลก 95% ของการตัดสินใจซื้อในตลาดลักชัวรีทั่วโลกถูกกระตุ้นด้วย

  • คุณภาพที่บ่งบอกถึงสินค้าและอัตลักษณ์
  • ฐานะ
  • ระบบการให้รางวัล (Reward System)

ดังนั้น กลยุทธ์ในอนาคตจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การนำเสนอสินค้าแบรนด์เนมทั่วไป แต่เป็นการสร้างคุณค่าที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นโจทย์ที่ผู้ประกอบการต้องปรับตัวให้เข้ากับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าแต่ละกลุ่ม

KTC เติบโตสวนกระแสด้วยกลยุทธ์เจาะกลุ่มพรีเมียม

นางประณยา นิถานานนท์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดบัตรเครดิต KTC เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา แม้จะเผชิญความท้าทายหลายด้าน แต่ธุรกิจบัตรเครดิตของ KTC ยังคงเติบโต 4.4% ซึ่งสูงกว่าภาพรวมอุตสาหกรรม โดยมีพอร์ตลูกค้ารวม 2.8 ล้านใบ

กลุ่มลูกค้าพรีเมียมเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต โดยสมาชิก KTC ที่มีรายได้ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป คิดเป็น 20% ของพอร์ต แต่สร้างยอดใช้จ่ายรวมถึง 40% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด ขณะที่กลุ่มรายได้มากกว่า 100,000 บาทต่อเดือน มีสัดส่วน 7-8% และมีการใช้จ่ายถึง 20% โดยหมวดการใช้จ่ายหลักของกลุ่มนี้ได้แก่ ประกันภัย, การท่องเที่ยว, การดูแลสุขภาพ, ร้านอาหาร และน้ำมัน

ข้อมูลจาก Visa หนึ่งในพันธมิตรยังบ่งชี้ว่ากลุ่มลูกค้าพรีเมียมให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพ (wellness), การลงทุน (investment), ครอบครัว (family) และความสัมพันธ์ (relationship) ก่อนที่จะเป็นเรื่องของความหลงใหล (passion) ซึ่งสะท้อนว่าลูกค้ากลุ่มนี้ได้ข้ามผ่านจุดที่ให้ความสำคัญกับวัตถุ (material) ไปสู่การแสวงหา "ประสบการณ์" ที่มีคุณค่าและความหมายต่อชีวิต

KTC ในฐานะผู้ให้บริการชำระเงิน จึงมุ่งเน้นกลยุทธ์การดูแลลูกค้ากลุ่มพรีเมียม 3 แนวทางหลัก เพื่อสร้างคุณค่าเฉพาะบุคคล :

  • Exclusive Value : คัดสรรสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะกลุ่ม ด้วยแนวคิด "By Invitation Only" เช่น แคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้า Ferrari และ Jubilee
  • CRM & Loyalty Program : ร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อขยายฐานสมาชิกและต่อยอดประสบการณ์ลูกค้าบนแพลตฟอร์มที่คุ้นเคย เช่น การแลกคะแนนสะสมระหว่าง KTC และ Siam Piwat ผ่านแอปพลิเคชัน ONESIAM SuperApp
  • Service Excellence : บริการที่น่าเชื่อถือและเข้าใจกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ เช่น Gen Z และกลุ่ม Tech-driven Wealth ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและคุณค่าทางสังคม

“ในการทำการตลาดของบัตรเครดิตซึ่งเป็น ธุรกิจ community บัตรเครดิตในตลาดมีหลายชนิดเรามีคู่แข่งมากมาย ถ้าเราต้องการแข่งขันเราต้องทำเรื่องของเบเนฟิต แต่สิ่งที่ KTC อยากไปให้สุดก็คือการสร้าง Value ให้เกิดขึ้นกับลูกค้า”

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...