โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Naoris Protocol เตือน “ภัยควอนตัมใกล้จู่โจมบิทคอยน์” อาจเปลี่ยนบล็อกเชนโดยไม่ทันตั้งตัว

Manager Online

เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 13.23 น. • MGR Online

"Naoris Protocol" ส่งเสียงเตือนแรง สะกิดอุตสาหกรรมคริปโตให้ตื่นจากฝันกลางวัน ก่อนคอมพิวเตอร์ควอนตัมผนึกกำลัง AI จะทำลายระบบเข้ารหัสของบิทคอยน์แบบเงียบเชียบเหมือนอุกกาบาตชนไดโนเสาร์ ภัยคุกคามแบบ “เก็บตอนนี้ถอดรหัสทีหลัง” อาจกำลังเกิดขึ้นจริง ขณะที่ชุมชนคริปโตยังไร้การเตรียมพร้อมที่เป็นรูปธรรม แม้เทคโนโลยีควอนตัมจะยังไม่เจาะระบบในวันนี้ แต่เมื่อถึงเวลา บล็อกเชนทั้งเครือข่ายอาจพังครืนในพริบตา โดยไม่มีใครรู้ว่าใครทำ หรือทำอย่างไร

ภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมไม่ใช่เพียงวาทกรรมอีกต่อไป เมื่อ เดวิด คาร์วัลโญ ซีอีโอของ Naoris Protocol ออกโรงเตือนว่า “การนับถอยหลังของบิทคอยน์ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว” และหากอุตสาหกรรมยังไม่เปลี่ยนแปลง ความเชื่อมั่นที่สะสมมากว่าสิบปีอาจถูกบดขยี้ลงอย่างเงียบเชียบในชั่วพริบตา

คาร์วัลโญ ซึ่งเคยเป็นแฮกเกอร์มาตั้งแต่วัย 13 ปี ปัจจุบันได้หันมาใช้ทักษะเดิมในแนวทางใหม่ สร้างระบบรักษาความมั่นคงที่สามารถต้านทานคอมพิวเตอร์ควอนตัมได้ในยุคที่โลกกำลังเข้าสู่ “หลังยุคเข้ารหัสแบบดั้งเดิม” เขาเปรียบภัยควอนตัมเหมือนอุกกาบาตที่พุ่งตรงเข้าชนไดโนเสาร์ จะทำให้ทุกอย่างจะเปลี่ยน โดยไม่ทันตั้งตัว

“ระบบเข้ารหัสของบิทคอยน์ และ อีเธอเรียม นั้นล้าสมัยในระดับอันตราย” เขากล่าว พร้อมเสริมว่าระบบเหล่านี้ไม่ได้แข็งแกร่งกว่าการเข้ารหัสของโลกทั่วไปแต่อย่างใด

ภัยคุกคามแบบ “เก็บตอนนี้ถอดรหัสทีหลัง” เริ่มปฏิบัติการแล้ว

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แนวคิดว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมจะสามารถเจาะระบบเข้ารหัสของ บิทคอยน์ได้ ถูกมองว่าเป็นเพียงนิยายวิทยาศาสตร์ แต่พัฒนาการล่าสุดจากทั้งภาครัฐและองค์กรเอกชนกลับสะท้อนว่า ความเป็นไปได้นั้นใกล้ความจริงขึ้นทุกขณะ

ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ผ่านหน่วยงานเช่น NIST และ NSA ได้เริ่มกระบวนการผลักดันการเปลี่ยนผ่านไปยังระบบเข้ารหัสหลังยุคควอนตัมอย่างจริงจัง พร้อมกรอบเวลากำหนดให้องค์กรต่าง ๆ ต้องอัปเกรดระบบให้เสร็จภายในปี 2035

อย่างไรก็ตาม คาร์วัลโญเตือนว่า แม้คอมพิวเตอร์ควอนตัมในวันนี้ยังไม่สามารถเจาะอัลกอริทึม SHA-256 หรือ ECDSA ที่ใช้รักษาความปลอดภัยของบิทคอยน์ได้โดยตรง แต่กลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐและอาชญากรไซเบอร์ได้เริ่มรวบรวมข้อมูลที่เข้ารหัสไว้แล้วเพื่อถอดรหัสในอนาคตเมื่อเทคโนโลยีพร้อม

“ศัตรูกำลังสร้างคลังข้อมูลรอวันถอดรหัส เมื่อถึงวันนั้น พวกเขาจะไขความลับของระบบย้อนหลังไปนับสิบปีได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที” คาร์วัลโญระบุ

AI คือกุญแจสำคัญ เป็นตัวเร่งหายนะ

แม้ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่จะกังวลกับการใช้ควอนตัมโจมตีระบบเข้ารหัสแบบ brute force แต่คาร์วัลโญกลับชี้ว่า อันตรายที่แท้จริงอยู่ที่การผนวก AI เข้ากับควอนตัม

AI ในมือแฮกเกอร์สามารถเรียนรู้พฤติกรรมระบบ ตรวจสอบกระเป๋าเงินโอเพนซอร์สอัตโนมัติ หาช่องโหว่ และจำลองการตอบสนองของระบบแบบเรียลไทม์ หากผนึกกำลังกับควอนตัมที่สามารถถอดรหัสคีย์ส่วนตัวได้ ผลลัพธ์จะไม่ใช่การโจมตีครั้งใหญ่เสียงดัง แต่คือการ "ล่มสลายแบบเงียบๆ" ของทั้งเครือข่าย

“ไม่มีเสียงเตือนล่วงหน้า ไม่มีใครบอกคุณว่ากระเป๋าเงินบิทคอยน์อายุ 10 ปีของคุณถูกแฮ็ก คุณแค่เห็นเงินหายไป และไม่มีใครรู้ว่าใครทำ” เขากล่าว

บิทคอยน์ อาจมีช่องโหว่ในระบบที่อ่อนแอกว่าที่คิด

แม้บิทคอยน์ จะถูกโปรโมทในฐานะระบบการเงินกระจายศูนย์ แต่โครงสร้างพื้นฐานกลับยังพึ่งพาเทคโนโลยีแบบรวมศูนย์อย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นบริการคลาวด์ พูลขุด หรือแม้แต่ API จากบริษัทเอกชนไม่กี่แห่ง สิ่งเหล่านี้คือ “จุดอ่อน” ที่ศัตรูจะใช้เจาะเข้าสู่ระบบ

“การกระจายอำนาจที่พึ่งโครงสร้างแบบรวมศูนย์ เท่ากับไม่มีการกระจายอำนาจเลย” คาร์วัลโญกล่าวอย่างเฉียบขาด

สัญญาณตอบโต้เริ่มชัดเจนขึ้น

แม้ภัยจะใกล้เข้ามา แต่องค์กรและโครงการบางแห่งก็เริ่มตอบโต้ โดย Naoris Protocol เองได้พัฒนาเฟรมเวิร์กด้านความปลอดภัยแบบกระจายศูนย์ที่ออกแบบมาเพื่อโลกยุคหลังควอนตัมพร้อมทั้งโปรเจกต์อื่น ๆ ก็เริ่มเสนอ BIP (Bitcoin Improvement Proposals) เพื่ออัปเกรดระบบเข้ารหัส พร้อมทดสอบระบบคีย์ใหม่ที่ปลอดภัยจากควอนตัม เช่น STARKs จาก StarkWare หรือ address แบบ post-quantum

แต่คำถามใหญ่ยังคงอยู่ว่า "ชุมชนคริปโตจะลงมือเปลี่ยนแปลงก่อนที่หายนะจะเกิดขึ้นหรือไม่" เพราะหากไม่สิ่งที่ล่มสลายอาจไม่ใช่แค่สินทรัพย์ดิจิทัล แต่เป็น “ความไว้วางใจ” ที่เชื่อมโยงผู้คนกับบล็อกเชนมาตลอดกว่า 15 ปี

“นี่ไม่ใช่การขโมยเหรียญธรรมดา แต่คือการทำลายรากฐานของระบบการเงินแห่งอนาคตโดยไม่มีใครทันสังเกตเห็น” คาร์วัลโญทิ้งท้ายอย่างหนักแน่น

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...