โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ดักจับหนุ่มปัตตานีได้คาสนามบินหาดใหญ่ หลังหนีคดียาเสพติดไปประเทศเพื่อนบ้านนาน 14 ปี

สยามรัฐ

อัพเดต 24 ก.ค. 2568 เวลา 02.07 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 02.07 น.

ดักจับหนุ่มปัตตานีได้คาสนามบินหาดใหญ่ หลังหนีคดียาเสพติดไปประเทศเพื่อนบ้านนาน 14 ปี

วันนี้ 24 ก.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.ต.คุณากร รัตนาคม, ร.ต.ต.อารี หมัดเด็น รองสารวัตรปราบปรามทางน้ำ สถานีตำรวจน้ำ 2 กองกำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจน้ำ นำกำลังตำรวจน้ำ สถานีตำรวจน้ำ 2 กองกำกับการตำรวจน้ำ 7 สกัดจับ นายอุสมัน อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดปัตตานี ลงวันที่ 9 กันยายน 2565 ข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า)ไว้ใน ครอบครองเพื่อจําหน่ายโดยผิดกฎหมาย ระหว่างที่นายอุสมัน ลงจากเครื่องบิน และกำลังเดินออกมายังอาคารผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ภายในท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังนายอุสมัน หนีคดีและหมายจับมานาน 14 ปี ก่อนจะเดินทางกลับมาจากประเทศมาเลเซีย

โดยคดีดังกล่าว เมื่อปี 2554 ตํารวจบุกเข้าค้นบ้านหลังหนึ่งใน ตำบลบางปู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี แล้วพบของกลางยาบ้าจํานวนมาก จึงรวบรวมพยายานหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับนายอุสมัน ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านและผู้ครอบครองยาเสพติด แต่นายอุสมัน ไหวตัวทัน และสามารถหลบหนีออกนอกประเทศไทย ช่องทางธรรมชาติ ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งตลาดเวลา ตำรวจแกะรอย ติดตามจับกุมนายอุสมัน ต่อเนื่อง กระทั่งสืบสวนและสายข่าวแจ้งว่า นายอุสมัน ที่หลบหนีคดีนาน 14 ปี จะเดินทางด้วยเครื่องบินจากประเทศเพื่อนบ้าน มายังท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ จึงนำกำลังไปดักจับกุม ก่อนนำตัวนายอุสมัน ไปสอบสวน ซึ่งนายอุสมัน ก็ให้การรับสารภาพ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ยะหริ่ง ดำเนินคดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...