โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดีเอสไอ จ่อส่งคดีฮั้วประมูลสร้างตึก สตง. ให้ ป.ป.ช. โยงเจ้าหน้าที่รัฐ 70 คน พ่วงชื่อ ‘มณเฑียร’ผู้ว่า สตง.

The Bangkok Insight

อัพเดต 07 มิ.ย. 2568 เวลา 05.07 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2568 เวลา 04.50 น. • The Bangkok Insight

ดีเอสไอ เตรียมส่งสำนวนคดีฮั้วประมูลสร้างตึก สตง. ให้ ป.ป.ช. สัปดาห์หน้า พบโยงเจ้าหน้าที่รัฐ 70 คน ผู้บริหารกิจการร่วมค้า PKW อีก 6 คน พ่วงชื่อ "มณเฑียร" ผู้ว่า สตง. คนปัจจุบัน

ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีคดีฮั้วประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. เปิดเผยว่า คดีฮั้วประมูลสร้างตึก สตง. มีบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายส่วนทั้งคณะกรรมการการออกแบบ, กลุ่มงานก่อสร้าง, บริษัทกิจการร่วมค้า PKW ผู้ควบคุมงาน, เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง และผู้บริหาร สตง. รวมกว่า 70 คน แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ 70 คน และผู้บริหารจากกิจการร่วมค้า PKW อีก 6 คน

ฮั้วประมูลสร้างตึก สตง.

ทั้งนี้ ดีเอสไอ สรุปการกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย

  • ผู้บริหารองค์กรอิสระ หรือผู้บริหาร สตง. มีพฤติการณ์ล็อคสเปกเพื่อให้ได้มาซึ่งสัญญาในเรื่องการออกแบบ การก่อสร้าง การควบคุมงาน
  • คณะกรรมการออกแบบ-ก่อสร้าง-ควบคุมงาน จำนวน 10 คณะ เป็นการดำเนินงานการตรวจการจ้างด้วยวิธีการต่างๆ
  • คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 27 ประมาณ 15 ราย

ในส่วนของกิจการร่วมค้า PKW พบว่า มีการปลอมแปลงเอกสารลายเซ็นของวิศวกร เพื่อให้ได้งาน และพยานปากสำคัญภายในสำนักงาน สตง. ได้ให้ข้อมูลกล่าวหาเจ้าของกิจการร่วมค้า PKW ร่วมกับ อดีตผู้ว่าการ สตง. และประธาน สตง. มีการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด ตั้งแต่การออกแบบ การก่อสร้าง จนถึงการควบคุมงาน

การกระทำดังกล่าว เป็นความผิดตามกฎหมายฮั้วประมูล มาตรา 11 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 1-4 แสนบาท โดยผู้บริหารระดับสูงของ สตง. มีพฤติกรรมเป็นคนจัดฮั้วประมูลและล็อกสเปก มีการเจาะจงเลือกบริษัท ไมนฮาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด มาเขียนแบบ เพื่อเอื้อให้บริษัทกิจการร่วมค้า ITD-CREC ได้ก่อสร้าง จากนั้นก็นำบริษัท กิจการร่วมค้า PKW เข้ามาควบคุมงาน โดยไม่ได้มีการควบคุมงานจริง ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการนำเงินของรัฐไปทำให้เกิดความเสียหาย

ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์

ทั้งนี้ ดีเอสไอจะเร่งส่งสำนวนคดีฮั้วประมูลสร้างตึก สตง. ให้ ป.ป.ช. ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อทำการไต่สวนต่อไป โดยมีรายชื่อผู้บริหารของ สตง. คนสำคัญที่ปรากฏในสำนวนคดี ได้แก่ พล.อ. ชนะทัพ อินทามระ ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน , ประจักษ์ บุญยัง อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และนายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่า สตง. คนปัจจุบัน

ส่วนกลุ่มเอกชน คือ กิจการร่วมค้า PKW จำนวน 6 รายประกอบด้วย 1.บริษัท พี เอ็น ซิงค์โครไนซ์ จำกัด 2.นายปฏิวัติ ศิริไทย 3.บริษัท เคพี คอนซัลแทนส์ แอนด์ แมเนจเม้นท์ จำกัด 4.นายกฤตภัฏ ปล่องกระโทก 5.บริษัท ว. และสหายคอนซัลแตนตส์ จำกัด โดยนายโชควิชิต ลักษณากร หรือ นายพลเดช เทอดพิทักษ์วานิช และนางปราณีต แสงอลังการ และ 6.นายพลเดช เทิดพิทักษ์วานิช

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...