โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อดีตบิ๊ก ทอ.” แนะไทยรักชาติด้วยปัญญา! จี้รัฐบาลใช้การทูตแก้ปมขัดแย้ง สงครามไม่ใช่ทางออก

เดลินิวส์

อัพเดต 07 มิ.ย. 2568 เวลา 18.46 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2568 เวลา 11.39 น. • เดลินิวส์
“อดีตบิ๊ก ทอ.” แนะไทยรักชาติด้วยปัญญา! จี้รัฐบาลใช้การทูตแก้ปมขัดแย้ง “ปราสาทตาเมือนธม” ยันสงครามไม่ใช่ทางออก

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. พล.อ.อ.ฐากูร นาครทรรพ นายทหารนอกประจำการ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองทัพอากาศ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Thak Na ระบุว่า ทหารเก่าอย่างผมขอแสดงความคิดเห็นบ้างครับ ผมเองเป็นทหารตั้งแต่อายุ 16 เคยเขียนลงในเฟซบุ๊กให้อ่านกันด้วยว่า ทำไมเป็นทหาร แล้วก็รับราชการมาจนเกษียณอายุเมื่อ 30 กันยายน 2567 แน่นอนครับ เรื่องของความรักชาติผมมั่นใจว่าไม่เป็นรองใครในแพลตฟอร์มโซเชียลแน่นอน

แต่วันนี้อยากจะให้ข้อคิดว่า รักชาติแบบไหน… ที่ไม่จำเป็นต้องทำสงคราม ในเวลาที่คนจำนวนไม่น้อยเรียกร้องให้ไทยใช้กำลังผลักดันกัมพูชาออกจากพื้นที่ขัดแย้ง
ผมอยากชวนให้คิดอีกมุมว่า… รักชาติจริง ๆ มันจำเป็นต้องใช้กำลังรบหรือ? เพราะถ้าไทยเริ่มใช้กำลัง แม้จะอ้างว่า “เพื่อปกป้องแผ่นดิน” แต่เวทีโลกจะมองไทยเป็น “ผู้เริ่มใช้ความรุนแรง” ทันที

ผลลัพธ์ที่น่าจะตามมาก็คือ… อาเซียนจะไม่เข้าข้าง สหประชาชาติ (UN) อาจออกมติประณาม สหภาพยุโรป (EU) และประเทศต่าง ๆ อาจมองไทยเป็น ประเทศก้าวร้าว ความเชื่อมั่นในเวทีโลกที่สะสมมานาน… พังทลาย เราจะเสียมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะชีวิตของลูกหลานที่ต้องตายในสนามรบ

ขณะที่คนปลุกกระแส… นั่งสะใจอยู่หน้าจอโทรศัพท์ คนที่หวังผลทางการเมืองนั่งยิ้มกริ่ม เอ็งพังแล้วข้าเกิดแน่..

เราทุกคนเห็นเหมือนกันว่า…สงครามทุกสงครามจบลงด้วยการเจรจา ยกเว้นสงครามที่จบลงด้วยการยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข หรือการทำลายล้างระบอบศัตรูอย่างสิ้นเชิง แบบในสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นไปได้ยากมากในทางปฏิบัติ และแทบจะไม่เกิดขึ้นแล้วในโลกปัจจุบัน เพราะกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ คอยกำกับให้สงครามเป็น “มาตรการสุดท้าย” และอยู่ภายใต้กรอบที่มีเหตุผล

ดังนั้นสิ่งที่ประเทศชาติต้องการในยามนี้ ไม่น่าใช่การบดขยี้กำลังทหารของฝ่ายตรงข้ามด้วยแสนยานุภาพอันเหนือกว่า ด้วยเสียงปืนใหญ่ที่ดังต่อเนื่อง หรือเสียงเครื่องยนต์กระหึ่มของเครื่องบินรบที่ติดระเบิดไปโจมตีเป้าหมายทางทหารในดินแดนคู่ขัดแย้ง หากแต่เป็นผู้นำรัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์ สามารถวางแผนการเจรจาทางการทูตได้อย่างมีประสิทธิภาพ บรรลุเป้าหมายของประเทศชาติ โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อหรือทรัพยากรแม้แต่น้อย

และผมก็ยังบังอาจเชื่ออีกว่า…ยังมีคนไทยอีกจำนวนมากที่ปรารถนาจะเห็นประเทศของเรายืนหยัดอย่างสง่างามบนเวทีโลก ด้วยสติปัญญาและศักยภาพทางการทูต ไม่ใช่ด้วยอำนาจการยิง!

จงอย่ากลัวที่จะแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง และอย่าหวั่นไหวกับคำว่า “ไม่รักชาติ” เพราะการรักชาติที่แท้จริงคือการกล้าคิด กล้าพูด และกล้าที่จะตักเตือนกันด้วยเหตุผล ก่อนที่ปัญหาจะบานปลายจนเกินแก้ไข

ในวัย 61 ปี เป็นทหารที่รับใช้ชาติมาตั้งแต่วัยเยาว์ วันนี้ผมปรารถนาที่จะรักชาติในแนวทางที่ทุกชีวิตปลอดภัย โต๊ะเจรจาทางการทูตไม่ใช่สัญลักษณ์แห่งความอ่อนแอ หากแต่เป็นการแสดงออกถึงวุฒิภาวะและความเข้มแข็งทางสติปัญญา

แต่ครับแต่ ผมก็มีคำขอร้องต่อรัฐบาลที่พวกกระผมฯ และเพื่อนๆ อีกหลายๆ คนไม่ได้กาคะแนนให้ท่าน คืออยากจะบอกว่า พวกเราประชาชนพร้อมสนับสนุนการเจรจา แล้วชนะสงครามด้วยการทูต แต่สิ่งที่เรายังไม่เห็นเลย คือ ท่าทีที่มั่นใจ ชัดเจน และเป็นมืออาชีพของรัฐ ขอร้องว่าช่วยทำสิ่งนี้ให้พวกเรามั่นใจได้มั้ย

ผมขัดใจทีมงานโฆษกของท่านมาก สื่อสารกับประชาชนก็ช้าไม่ทันอาการ สื่อสารแต่ละครั้ง เหมือนคนที่เพิ่งอ่านสรุปมาแค่ครึ่งหน้า ถ้าอยากให้คนทั้งประเทศเชื่อมั่น ช่วยเลิกพูดแบบคนกำลังหลบในปี๊บ แล้วออกมานำหน้าประชาชน ประเทศนี้ต้องการคนที่นำด้วยปัญญา ไม่ใช่แค่ตำแหน่งและอำนาจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...