โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สวน ‘นายกฯ’ อย่าเบี่ยงประเด็นกล่าวหา ‘อนุทิน’ ย้ำจีนเตือนจริง มีหลักฐานชัด

เดลินิวส์

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 17.02 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 09.42 น. • เดลินิวส์
“พลพีร์” สวน “นายกฯ” อย่าเบี่ยงประเด็นกล่าวหา “อนุทิน” ใส่สี ย้ำจีนเตือนจริง มีหลักฐานชัด

เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2568 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ตอบโต้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.วัฒนธรรม ให้สัมภาษณ์พาดพิง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ว่าใส่สีตีไข่เรื่องคำเตือนจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ต่อรัฐบาลไทย กรณีกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร โดยอ้างว่ากาสิโนมีสัดส่วนเพียง ร้อยละ 10 และจีนไม่ได้ตำหนิอย่างชัดเจนนั้น โดยยืนยันว่า คำพูดดังกล่าวเป็นการลดทอนข้อเท็จจริง และเบี่ยงเบนประเด็นหลักจากสิ่งที่ถูกหารือในการประชุมระดับผู้นำ ซึ่งมีบันทึกอย่างเป็นทางการชัดเจนว่าจีนได้แสดงความกังวลต่อกฎหมายดังกล่าว ไม่ใช่การคาดเดาหรืออ้างลอย ๆ พร้อมเรียกร้องอย่านำคำว่า "ใส่สีตีไข่" มาใช้ลดทอนความน่าเชื่อถือของข้อมูลจากเวทีระดับสูง

“แม้กาสิโนจะเป็นเพียง ร้อยละ 10 แต่ก็เป็น ร้อยละ 10 ที่จีนให้ความสำคัญ เพราะขัดต่อกฎหมายจีนและส่งผลต่อพฤติกรรมการเดินทางของชาวจีนโดยตรง แค่มีอยู่ก็เพียงพอให้จีนแสดงท่าทีตอบโต้ได้” นายพลพีร์ กล่าว

สำหรับประเด็นที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า สาเหตุหลักที่นักท่องเที่ยวจีนลดลงเกิดจากปัญหาความปลอดภัยในประเทศไทยนั้น นายพลพีร์ กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวมีมานานแล้ว ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่จีนเริ่มลดการสนับสนุนการท่องเที่ยวไทยหลังรัฐบาลไทยเริ่มผลักดันกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร จึงขอให้รัฐบาลยอมรับความจริงและทบทวนนโยบายดังกล่าวอย่างจริงจัง

นายพลพีร์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า การเปรียบเทียบไทยกับสิงคโปร์หรือมาเก๊าไม่เหมาะสม เพราะไทยไม่มีช่องทางความร่วมมือหรือกลไกควบคุมร่วมกับจีนแบบเดียวกับที่เขตเศรษฐกิจพิเศษเหล่านั้นมี อีกทั้งไทยยังพึ่งพานักท่องเที่ยวจีนเป็นจำนวนมาก จึงเสี่ยงต่อผลกระทบโดยตรงหากจีนใช้มาตรการตอบโต้ ขอถามดัง ๆ เลยว่า จีนเตือนแล้วใช่หรือไม่ แล้วทำไมถึงไม่คิดทบทวนนโยบายให้รอบคอบเสียก่อน

ส่วนกรณีการตัดไฟฟ้า-ตัดอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ที่มีปัญหา ซึ่ง น.ส.แพทองธาร กล่าวหาว่ากระทรวงมหาดไทยในยุคนายอนุทิน ทำงานล่าช้านั้น นายพลพีร์ กล่าวว่า ในเรื่องการตัดน้ำตัดไฟที่ส่งให้ประเทศเพื่อนบ้านที่มีสัญญาซับซ้อนอย่างประเทศเมียนมา กระทรวงมหาดไทยไม่สามารถดำเนินการได้เอง ต้องเป็นมติจากสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน สมช. เร่งประชุมเพื่อให้เกิดมติชัดเจน ความล่าช้าจึงไม่ได้เกิดจากกระทรวงมหาดไทย แต่เป็นเพราะ สมช.ไม่ยอมประชุมและไม่มีมติให้ดำเนินการ จนกระทั่งเมื่อมีการประชุมและมีมติออกมา ภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมง กระทรวงมหาดไทยก็ได้สั่งการไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้ตัดไฟฟ้าทันที

“เรื่องนี้ชัดเจนว่าไม่ใช่ความล่าช้าจากฝ่ายมหาดไทย แต่เป็นเพราะ สมช.ไม่ขยับ หากอยากให้บ้านเมืองเดินหน้า อย่าโยนบาปกันไปมา ควรพูดความจริงให้ประชาชนรับรู้” นายพลพีร์ กล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...