โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศึก Tariff War ของไทย.. จะไปอย่างไรต่อ?

Finnomena

เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 04.48 น. • MacroView

ประเด็นฮ็อตของสัปดาห์นี้ คงจะหนีไม่พ้นสงครามภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่สหรัฐให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ประจวบเหมาะกับเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้มีโอกาสร่วมเป็นวิทยากรในงานสัมมนาว่าด้วยวิกฤตภาษีทรัมป์ ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงขอนำเนื้อหาบางส่วนมาถ่ายทอดในคอลัมน์นี้

บทความนี้ จะขอพูดถึงความเป็นไปได้ของหน้าตาการเจรจา Tariff Rate ดังกล่าว รวมถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการลงทุนตลาดหุ้นในบ้านเรา

โดยที่สหรัฐได้ประกาศออกไปเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา ประเทศส่วนใหญ่ Tariff rate ยังคงเดิม โดยมีที่ลดลงได้แก่ กัมพูชา จาก 49% เหลือ 36% ส่วนที่เพิ่มขึ้นได้แก่ ญี่ปุ่นและมาเลเซียที่เพิ่มจาก 24% เป็น 25% ทว่ายังมีอีกกลุ่มหนึ่งอันประกอบด้วย ยุโรป อินเดีย และ ไต้หวัน ที่มีโอกาสจะประกาศดีลการค้าในช่วงระหว่างวันนี้ถึง 1 สิงหาคม

ผมขอประเมินภาพรวมของสถานการณ์บ้านเรา ท่ามกลางบรรยากาศการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐ ดังนี้

หนึ่ง ผมมองในแง่ที่ดีว่าไทยไม่ได้ตามหลังชาติอื่นในอาเซียน สำหรับการเจรจารอบนี้ ยกเว้นเวียดนาม ซึ่งถูกบีบด้วยสถานการณ์บังคับเนื่องจากส่งออกไปสหรัฐถึงราว 47% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ทำให้ต้องรีบเจรจาลดภาษีการค้าโดยด่วนแล้วมาจบที่ 20% โดยที่ต้องยกเว้นภาษีการนำเข้าทั้งหมดให้สหรัฐ นอกจากนี้ มาเลเซียก็ถูกเพิ่มอัตราภาษีการค้าจาก 24% เป็น 25% อีกต่างหาก ทำให้มองว่าบ้านเราน่าจะยัง On Par กับชาติอื่นในอาเซียนสำหรับการประกาศ Tariff Rate ใหม่ ภายใน 1 สิงหาคมนี้ โดยหากมีการประกาศสำหรับชาติอาเซียน เราก็น่าจะอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย

สอง โอกาสที่ไทยจะได้รับอัตราภาษีใหม่ น่าจะอยู่ที่ 20-25% โดยโอกาสที่จะได้ 20-22% น่าจะราวร้อยละ 90 อย่างไรก็ดี เราอาจจะได้รับอัตรา 25% ทว่าโอกาสที่จะเกิดขึ้นน่าจะราวร้อยละ 10 โดยหัวใจสำคัญของการจะได้มาซึ่งอัตราภาษีใหม่ที่ 20% คือการเปิดตลาดสินค้าเกษตรให้กับสหรัฐ ซึ่งในประเด็นนี้ อินเดียก็มีปัญหาคล้ายคลึงกับบ้านเราที่ต้องพยายามปกป้องผลประโยชน์ต่อเกษตรกรของตนเอง ทำให้เราต้องรอผลลัพธ์การเจรจาระหว่างสหรัฐกับอินเดียที่คาดว่าน่าจะออกมาภายในสัปดาห์หน้า เพื่อที่จะใช้แนวทางการเปิดตลาดภาคเกษตรกรรมของอินเดีย เป็นต้นแบบต่อการเจรจาสินค้าเกษตรของบ้านเรากับสหรัฐ โดยอย่างน้อยเราควรต้องได้เงื่อนไขที่ไม่ด้อยกว่าของอินเดียที่ได้รับมา

สาม ความเสี่ยงที่การเจรจาจะไม่ลงตัวในการซื้อผลิตภัณฑ์ด้านพลังงานจากสหรัฐสำหรับการเจรจาของไทยกับสหรัฐ น่าจะถือว่าอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คุณพิชัย ชุณหวชิร มีความเชี่ยวชาญด้านพลังงานเป็นลำดับต้น ๆ ของเมืองไทย รวมถึงด้านหมวดสินค้าภาคอุตสาหกรรมด้วย

นอกจากนี้ เจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ และ สก็อตต์ เบสเสนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ น่าจะถือได้ว่าเป็นทีมที่แม้จะดูเขี้ยวลากดินด้านการเจรจา ทว่าก็พอจะมีความสมเหตุสมผลและค่อนข้างมีวินัยในการเจรจาในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี ผมมองว่าตัวตัดสินว่าเราจะได้อัตราภาษีมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับว่าสหรัฐจะเข้มกับอินเดีย สำหรับผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตรมากน้อยแค่ไหน

สี่ ผมประเมินว่าผลกระทบต่อภาคการส่งออกต่อเศรษฐกิจของบ้านเรา เมื่อพิจารณาจากสัดส่วนการส่งออกไปสหรัฐต่อมูลค่าการส่งออกทั้งหมดที่ 18%โดยประเมินว่าหากเราได้ Tariff Rate จากทางการสหรัฐที่ 20% ในท้ายที่สุด น่าจะส่งผลกระทบต่อจีดีพีไทยอยู่ประมาณ 1.1% โดยอาจจะสูงหรือต่ำจากระดับนี้ ขึ้นอยู่กับว่าสภาวะเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ทางการเมืองของบ้านเราจะดีหรือไม่ดีมากแค่ไหน

ด้านตลาดหุ้นไทย ผมประเมินโดยใช้วิธีการ Simulation จากข้อมูลที่ได้จาก Market Reaction เมื่อวันที่ 2 และ 9 เมษายน หรือ Liberation Day ที่ผ่านมา ปรากฏว่า หากเราได้รับ Tariff Rate 20% ในวันที่ 1 สิงหาคม ประเมินว่า SET ในวันถัดไป น่าจะทรง ๆ หากได้รับ 21-25% ประเมินว่า SET ในวันถัดไป น่าจะลดลง -1.74% และ หากได้รับ 36% ประเมินว่า SET ในวันถัดไป น่าจะลดลง -2.12%

นอกจากนี้ หากทรัมป์ตัดสินใจลด Tariff Rate ให้กับทุกประเทศ ในวันที่ 1 สิงหาคมมาอยู่ในระดับ 10-20% ประเมินว่า SET ในวันถัดไป น่าจะเพิ่มขึ้น +2.80% ในทางกลับกัน หากทรัมป์ไม่ยอมลด Tariff Rate ให้กับประเทศใด ๆ เลยหนำซ้ำยังประกาศเงื่อนไขที่แย่ลงอีกในวันที่ 1 สิงหาคม ประเมินว่า SET ในวันถัดไป น่าจะลดลง -4.54%

ท้ายสุด Tariff War น่าจะอยู่กับเราไปตลอดที่โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้นำสหรัฐ โดยจะกลับมาให้เจรจากันเป็นระยะๆ จึงถือเป็นความเสี่ยงและโอกาสสำหรับการลงทุน รวมถึงตลาดหุ้นในบ้านเราด้วย

ดร. บุญธรรม รจิตภิญโญเลิศ, CFP

MacroView, macroviewblog.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...