โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ทรัมป์" คงภาษีนำเข้าตอบโต้ในระดับสูง บล.กสิกรฯแนะหุ้นป้องกันความเสี่ยง ในภาวะผันผวน

ทันหุ้น

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 07.58 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 07.58 น.

#หุ้นเด่น #ทันหุ้น - บทวิเคราะห์ โดย บล.กสิกรไทย

.

ทรัมป์คงภาษีนำเข้าตอบโต้ในระดับสูง

ทรัมป์ ประกาศรายชื่อ 14 ประเทศที่จะถูกจัดเก็บภาษีนำเข้าแบบตอบโต้ที่สูง รวมถึงไทย โดยประเทศไทยจะยังคงถูกจัดเก็บที่อัตรา 36% ตามที่ประกาศก่อนหน้า

บล.กสิกรไทยเห็นความเสี่ยงด้านขาลงต่อประมาณการการเติบโตของ GDP ที่ 1.1-1.3% EPS ของตลาดอาจลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 85 บาท จากผลกระทบด้านภาษีศุลกากร

บล.กสิกรไทยแนะนำกลยุทธ์การลงทุนแบบป้องกันความเสี่ยงในภาวะที่มีความผันผวนสูง โดยมีหุ้นเด่นคือ CPN, PR9, TRUE, ADVANC, TISCO, CK, CENTEL และ PTT

.

ทรัมป์คงภาษีนำเข้าแบบตอบโต้ในอัตรา 36% สำหรับประเทศไทย ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศรายชื่อ 14ประเทศที่จะถูกจัดเก็บภาษีนำเข้าแบบตอบโต้ที่สูง รวมถึงไทย โดยประเทศไทยจะถูกจัดเก็บที่อัตรา 36%ตามที่เคยประกาศก่อนหน้าในวันที่ 2 เม.ย. อย่างไรก็ดี ภาษีนำเข้านี้จะเริ่มจัดเก็บในวันที่ 1 ส.ค. เลื่อนจากเดิมที่มาตรการผ่อนผันจะจบลงในวันที่ 9 ก.ค. กลุ่มประเทศเหล่านี้รวมถึงไทยยังคงมีเวลาในการเจรจาข้อตกลงการค้าเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญภาษีนำเข้าที่สูง

.

ความเสี่ยงด้านลบต่อประมาณการ GDP และ EPS ภายหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้า 36%สำหรับสินค้าจากประเทศไทย บล.กสิกรไทยเห็นความเสี่ยงเชิงลบต่อประมาณการตัวเลขการเติบโตของ GDP ไทยที่อาจลดลงอยู่ในช่วง 1.1-1.3%จากที่เคยประเมินไว้ที่ 1.4%อีกทั้งมาตรการภาษีจะส่งผลลบต่อกำไรรวมของตลาด โดยคาดว่ากำไรต่อหุ้นของตลาด (EPS) จะมีความเสี่ยงที่จะลดลงจากประมาณการเดิมที่ 88 บาท เหลือ 85 บาท หรือคิดเป็นการปรับลดลง 3.4% โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหลัก ได้แก่ กลุ่มพลังงาน กลุ่มธนาคาร กลุ่มที่อยู่อาศัย และกลุ่มการเงิน

.

ความเสี่ยงเชิงลบส่วนใหญ่สะท้อนอยู่ในราคาแล้ว จะเห็นได้ว่าความเสี่ยงเชิงลบที่เพิ่มเติมขึ้นมาต่อ GDP จากมาตรการภาษีล่าสุดของทรัมป์นั้นค่อนข้างจำกัด ทั้งนี้เนื่องจากผลกระทบส่วนใหญ่ได้ถูกรวมอยู่ในประมาณการกรณีพื้นฐานของบล.กสิกรไทยแล้ว เช่นเดียวกับประมาณการกำไรต่อหุ้นโดยรวมของตลาด (SET EPS) ที่ได้สะท้อนผลกระทบเชิงลบไปแล้วเป็นส่วนใหญ่เช่นเดียวกัน บล.กสิกรไทยจึงยังคงเป้าหมายดัชนี SET สำหรับปี 2568 ที่ 1,145 จุด โดยบล.กสิกรไทยมองหากดัชนี SET มีการย่อตัวลง บล.กสิกรไทยมองว่าที่ระดับ PB 1.0 เท่า หรือเทียบเท่าดัชนีประมาณ 1,050-1,055 จุด เป็นระดับแนวรับสำคัญ โดยอิงจากสมมติฐาน EPS กรณีเลวร้ายที่สุดที่ 81 บาท และ PE 13 เท่า ซึ่งจะให้ระดับดัชนีที่ใกล้เคียงกัน ทำให้บล.กสิกรไทยเชื่อว่าที่ระดับนี้จะเป็นจุดเข้าลงทุนที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนระยะยาว อย่างไรก็ดี หากความบรรยากาศความเชื่อมั่นในตลาดกลับมาจากปัจจัยบวกใหม่ ๆ มูลค่าตลาดอาจฟื้นตัวไปยังช่วง PE 13.0-13.8 เท่า (1,145-1,210 จุด) ซึ่งเทียบเท่าส่วนลดจากค่าเฉลี่ย -1.00 ถึง -0.75 SD

และในกรณีที่ดีที่สุด หากประเทศไทยสามารถเจรจาข้อตกลงทางการค้าได้เทียบเท่าหรือดีกว่าประเทศในภูมิภาคก่อนวันที่ 1 ส.ค. บล.กสิกรไทยเชื่อว่าดัชนี SET อาจฟื้นตัวได้ถึงระดับ 1,275จุด โดยคิดจาก PE 14.5เท่าหรือส่วนลด -0.50 SD

.

โอกาสภายใต้กรณีเลวร้ายของข้อตกลงทางการค้า แม้ว่าบล.กสิกรไทยจะเชื่อว่าการเข้าซื้อเมื่อราคาหุ้นปรับตัวลง (buy the dip) อาจให้ผลตอบแทนที่ดีสำหรับนักลงทุนระยะยาว แต่ความผันผวนในระยะสั้นของตลาดยังมีแนวโน้มสูง ดังนั้นบล.กสิกรไทยจึงแนะนำกลยุทธ์การลงทุนแบบเชิงรับในช่วงที่มีความผันผวนสูง โดยเน้นลงทุนในบริษัทที่มีรายได้มั่นคง มีความเสี่ยงจากภาษีนำเข้าต่ำ และอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง โดยบล.กสิกรไทยชอบกลุ่ม defensive เช่น อสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีก กลุ่มโรงพยาบาล และกลุ่มโทรคมนาคม ซึ่งได้รับประโยชน์จากอุปสงค์ที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพและกระแสรายได้ที่ต่อเนื่อง ในกลุ่มการเงิน TISCO มีความโดดเด่นจากการมีสัดส่วนเงินกู้ดอกเบี้ยคงที่สูง การพิจารณาสินเชื่ออย่างระมัดระวัง และอัตราตอบแทนจากเงินปันผลที่ระดับ 8% นอกจากนี้ บล.กสิกรไทยยังมองเห็นโอกาสจากหุ้นที่มีมูลค่าต่ำ ซึ่งซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลังที่ -2SD ของ PBV และให้ผลตอบแทนเงินปันผลสูง พร้อมปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของ ROE ในระยะยาว ซึ่งเป็นการวางกลยุทธ์ที่เหมาะสมในสภาวะที่ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกยังคงเพิ่มขึ้น หุ้นเด่นที่บล.กสิกรไทยแนะนำ ได้แก่ CPN, PR9, TRUE, ADVANC, TISCO, CK, CENTEL และ PTT

.

CPN

CPN มีรายได้ที่มั่นคง โดยประมาณ 90% ของรายได้รวมมาจากค่าเช่าพื้นที่ค้าปลีก เราคาดว่า GPM จะมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 61-62% ในไตรมาส 2/2568 หนุนจากต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ลดลง โครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค คาดว่าจะเปิดตัวในเดือน ส.ค. 2568โดยมีอัตราการเช่าเบื้องต้นอยู่ที่ 80-90% นอกจากนี้ CPN ยังมีโครงการขนาดใหญ่อยู่ในแผนพัฒนาต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 ซึ่งรวมถึงโครงการในย่านสีลม กระบี่ ขอนแก่น รัตนาธิเบศร์ พหลโยธิน สยามสแควร์ และพระราม 9ซึ่งคาดว่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของกำไรในอนาคต

.

PR9

PR9มีแนวโน้มที่จะเป็นโรงพยาบาลที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน หนุนโดยการเติบโตอย่างรวดเร็วของผู้ป่วยชาวต่างชาติ โดยเฉพาะจากตะวันออกกลาง CLMV และจีน ซึ่งเพิ่มขึ้น 88% YoY ในไตรมาส 1/2568 และคาดว่าจะยังคงเติบโตในไตรมาส 2/2568แนวโน้มดังกล่าวสนับสนุนการขยายตัวของอัตรากำไรอย่างต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวอาจส่งผลให้รายได้จากผู้ป่วยในประเทศและผู้ป่วยนอกลดลง แต่ PR9 น่าจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าโรงพยาบาลทุติยภูมิอื่น ๆ เนื่องจากมีจุดยืนด้านความคุ้มค่าและค่ารักษาพยาบาลที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกัน

.

TRUE และ ADVANC

กลุ่มโทรคมนาคมของไทยมีลักษณะเป็นกลุ่ม defensive และมีความยืดหยุ่น โดย TRUE และ ADVANC ให้อัตราตอบแทนจากเงินปันผลประมาณ 4%การประมูลคลื่นความถี่ล่าสุดมีการแข่งขันน้อยกว่าที่คาดไว้ ซึ่งสะท้อนถึงโครงสร้างตลาดที่เป็นลักษณะกึ่งผูกขาด และผลกระทบจากการประมูลน่าจะหมดไปจนกว่าจะมีการประมูลรอบใหม่อีกในอีก 3-5 ปีข้างหน้า เราคาดว่าผลประโยชน์ด้านการประหยัดต้นทุนจากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตใหม่ของ กสทช. จะอยู่ที่ประมาณ 1.2 บาทต่อหุ้นสำหรับ ADVANC และ 1.7 บาทต่อหุ้นสำหรับ TRUE แม้ว่า ARPU อาจเติบโตช้าลงตามการปรับประมาณการ GDP แต่ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นและการแข่งขันที่ผ่อนคลายน่าจะช่วยชดเชยผลกระทบและสนับสนุนการเติบโตของกำไรโดยรวมได้

.

TISCO

ได้รับผลกระทบจากการลดอัตราดอกเบี้ยน้อยลงและมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงหากอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยถูกปรับลดลงจาก 1.75% เหลือ 1.25% TISCO จะได้รับผลกระทบน้อยที่สุดในกลุ่มธนาคาร โดยพอร์ตสินเชื่อของบริษัทมีสัดส่วนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ 65% ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านมาร์จิ้น และมีเพียง 5-6%ของพอร์ตสินเชื่อที่เป็นสินเชื่อส่งออก SME ซึ่งจำกัดความเสี่ยงจากมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ นอกจากนี้ การปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังของ TISCO ยังช่วยให้การเพิ่มขึ้นของ NPL โดยเฉพาะในสินเชื่อรายย่อยยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ โดยปัจจุบันหุ้นมีอัตราตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ประมาณ 8%

.

PTT

PTT ซื้อขายเพียง 0.7เท่าของ PBV ปี 2569 (-2SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว และต่ำระดับในปี 2551) โดยมีอัตราตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ประมาณ 6.9% ผู้บริหารให้คำมั่นว่าจะคงเงินปันผลประจำปีที่ 2.1 บาทต่อหุ้นไว้อย่างน้อย 5 ปี หนุนจากงบลงทุน (CAPEX) ที่ลดลงซึ่งช่วยเพิ่มกระแสเงินสดอิสระ การซื้อหุ้นคืนจำนวน 1.6 หมื่นล้านบาท และการขายสินทรัพย์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 คาดว่าจะช่วยยกระดับ ROE และจำกัด downside เราคาดว่าผลกระทบจากมาตรการภาษีตอบโต้จะเกิดขึ้นในระดับบริษัทย่อย ผ่านการปรับลดประมาณการราคาพลังงาน ซึ่งเราประเมินผลกระทบอยู่ที่ประมาณ -8%

.

CK

ได้รับผลกระทบจากภาษีศุลกากรสหรัฐฯ น้อยลงด้วยมูลค่าที่ต่ำที่ -2SD กำไรของ CK น่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ ตลอดเวลาที่เหลือของปี หนุนจาก backlog จำนวนมาก โดยในอดีตมากกว่า 70% ของโครงการของ CK มาจากภาครัฐ ซึ่งช่วยป้องกันบริษัทจากภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ณ ไตรมาส 1/2568 CK มี backlog อยู่ที่ 2แสนล้านบาท (+65% YoY) หรือประมาณ 5.2เท่าของระดับก่อนโควิด-19ซึ่งเพียงพอรองรับรายได้มากกว่าสี่ปี ในปัจจุบัน CK ซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PBV -2SD

.

CENTEL

CENTEL ยังคงเป็นหุ้นเด่นในกลุ่มโรงแรม ด้วยแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ซึ่งน่าจะสามารถสร้างการเติบโตของอัตรารายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPar) ที่ระดับ 2-3% ได้ แม้แนวโน้มการท่องเที่ยวจะอ่อนตัว และมีผลขาดทุนเบื้องต้นจากรีสอร์ทใหม่ในมัลดีฟส์ในไตรมาส 2/2568 เราคาดว่าธุรกิจโรงแรมจะฟื้นตัวในไตรมาส 3/2568 ตามฤดูกาลท่องเที่ยวของเกาะสมุย ในส่วนของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม การบริโภคของภาคเอกชนที่อ่อนตัวอาจกดดันประมาณการของเราให้ลดลง 2% (โดยเราคาด SSSG ปี 2568 ที่ +1%) CENTEL ซื้อขายที่ระดับประมาณ -2SD ของค่าเฉลี่ย PBV ระยะยาว ซึ่งถือเป็นจุดเข้าลงทุนที่น่าสนใจ

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้

Facebook คลิก https://www.facebook.com/thunhoonnews

Youtube คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...