โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คุยกับ ‘ซอสพริกศรีราชาพานิช’ เตรียมพัฒนาสูตรรักสุขภาพ ตั้งเป้าโต 7% ต่อปี เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวซื้อกลับประเทศเป็นของฝาก

TODAY Bizview

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 17.28 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 10.28 น. • workpointTODAY

เมื่อพูดถึงซอสพริกศรีราชา หลายคนอาจนึกถึงเครื่องจิ้มรสจัดที่อยู่คู่โต๊ะอาหารไทยมานาน แต่เบื้องหลังความอร่อยนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 90 ปี และเรื่องราวของแบรนด์ศรีราชาพานิชภายใต้การบริหารงานของบริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) ที่ยังคงรักษารสชาติดั้งเดิมไว้อย่างมั่นคง ในขณะที่ปรับตัวให้เข้ากับโลกยุคใหม่อย่างน่าจับตามอง

จุดเริ่มต้นของ “ซอสพริกศรีราชา” จากครอบครัวหนึ่งในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ที่ต้องการทำน้ำพริกไว้ทานคู่กับอาหารทะเล โดยมีสูตรเฉพาะของพริกดองและส่วนผสมต่าง ๆ ที่ลงตัว ซอสพริกของครอบครัวนี้มีรสชาติโดดเด่น จนถูกนำไปถวายในวัง และได้รับพระราชทานชื่อว่า “ซอสพริกศรีราชา” จากจุดนั้นเองที่ชื่อเสียงของซอสพริกศรีราชากระจายสู่วงกว้างจนได้รับความนิยม แตกแขนงออกเป็นหลายแบรนด์ภายใต้ชื่อเดียวกัน หนึ่งในนั้นคือ “ศรีราชาพานิช” ต้นตำรับซอสพริกศรีราชา

ต่อมาบริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) เจ้าของ “ซอสปรุงรสภูเขาทอง” เข้ามารับช่วงต่อในการดูแลซอสศรีราชาพานิช พร้อมคงรักษาชื่อเสียงและความดั้งเดิมของแบรนด์ไว้อย่างดี หนึ่งในความท้าทายของแบรนด์คือการควบคุมคุณภาพให้ซอสพริกที่ผลิตในระดับอุตสาหกรรมมีรสชาติอร่อยเหมือนที่ทำในครัวเรือน เพื่อรักษาความเป็นต้นตำรับเอาไว้ให้มากที่สุด และให้ผู้บริโภคได้ลิ้มรสชาติแบบดั้งเดิมอย่างแท้จริง

แต่ในโลกยุคใหม่ที่การแข่งขันสูงและความคาดหวังของผู้บริโภคเปลี่ยนไป แบรนด์ศรีราชาพานิชจึงต้องมองไกลกว่าการเป็นเพียง “เครื่องจิ้ม” บนโต๊ะอาหาร กลยุทธ์สำคัญของแบรนด์คือการสร้าง “ประสบการณ์ร่วม” กับผู้บริโภค ผ่านแคมเปญการตลาดที่น่าสนใจและการจับมือกับพาร์ตเนอร์ที่หลากหลาย

หนึ่งในแคมเปญที่สร้างเสียงฮือฮา คือการร่วมมือกับร้านของหวานชื่อดัง After You ในการนำเมนูขนมอย่างคากิโกริมะม่วง จับคู่เสิร์ฟพร้อมซอสพริกศรีราชาพานิช อย่างไม่เคยมีใครทำมาก่อน การจับคู่ที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ระหว่างของหวานกับซอสเผ็ด กลับสร้างกระแสตอบรับดีจากกลุ่มลูกค้าที่แสวงหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการทานของหวาน

แบรนด์ศรีราชาพานิชร่วมมือกับเวทีมวยราชดำเนิน จัดงาน Immersive Brand Experience ผ่านโดมคอนกรีตขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมใช้เทคโนโลยี 3D Projection Mapping ถ่ายทอดเรื่องราวแบรนด์กว่า 90 ปี ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ โดยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่ใช่เพียงแค่การดู แต่คือการ “รู้สึก” ถึงความเป็นไทยผ่านรสชาติและวัฒนธรรม

นอกจากนี้ยังจัดแคมเปญร่วมกับ The Yard Hostel เพื่อจัดกิจกรรมสอนทำอาหารไทยให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำผ่านอาหารไทยให้ผู้มาเยือน

ด้วยกระแสรักสุขภาพที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น แบรนด์จึงได้พัฒนาสูตรซอสพริกใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยซอสพริกศรีราชาพานิชเดิมมีจุดเด่นคือไม่ผสมแป้งและไม่ใส่ผงชูรส ในสูตรใหม่นี้จึงเน้นพัฒนาให้ไร้น้ำตาล ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ทางแบรนด์ย้ำอีกว่า “สุขภาพไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์ระยะสั้น การพัฒนาสูตรจึงต้องละเอียดรอบคอบ และมั่นใจว่าจะสามารถตอบโจทย์ตลาดในระยะยาวได้อย่างแท้จริง”

ปัจจุบันซอสพริกศรีราชาพานิชเติบโตขึ้นถึง 50-60% ในช่วงระยะ 5-6 ปีที่ผ่านมา และปีนี้แบรนด์ตั้งเป้าหมายเติบโต 6-7% โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายหลักคือคนเอเชียทั้งในและนอกประเทศไทย รวมกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยซื้อกลับไปเป็นของฝาก ผ่านการมอบประสบการณ์สุดพิเศษ ทางแบรนด์มองว่า อาหารไทยคือหนึ่งใน Soft Power ของประเทศ และซอสพริกศรีราชาพานิชก็สามารถเป็นฟันเฟืองเล็ก ๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนภาพลักษณ์และเศรษฐกิจของไทยได้เช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...