โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปข่าวประจำวันที่ 17 กรกฎาคม 2568

AEC10NEWs

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 06.59 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 23.59 น. • AEC10NEWS

สรุปข่าวประจำวัน ทักษิณเชิญมาฟัง : ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เชิญชวนไปฟังเขาพูดในงานเสวนา “ปลดล็อกอนาคตประเทศไทย สู้วิกฤติโลก” จัดโดย อสมท. โดยจะพูดเรื่องเศรษฐกิจเป็นหลัก

สรุปข่าวประจำวัน

งานนี้จัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 17.00–21.30 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ทักษิณ บอกว่า แม้ว่าสถานการณ์ตอนนี้จะหนักหน่อย แต่เรายังมีความหวัง

ทักษิณ ยังเชื่อว่า เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ แม้วันนี้จะเจอกับสถานการณ์เข้าขั้นหนัก แต่ก็ยังมั่นใจในรัฐบาล ว่าจะพาเศษฐกิจไทยกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง

ถูกเลิกจ้างได้เงินทดแทน 60% :

นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยข่าวดีสำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ถูกเลิกจ้างหรือว่างงาน หลังราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศกฎกระทรวงแรงงานฉบับใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว โดยปรับเพิ่มอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนให้สูงขึ้น เพื่อบรรเทาภาระของผู้ประกันตน และให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ซึ่งสาระสำคัญของกฎกระทรวงแรงงานฉบับใหม่นี้ คือ ให้ลูกจ้างประกันสังคมได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานจากการเลิกจ้าง เพิ่มขึ้นเป็นอัตรา 60% จากเดิม 50% ส่งผลให้ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์ทดแทนสูงสุดไม่เกินเดือนละ 9,000 บาท จากเดิมสูงสุดเดือนละ 7,500 บาท โดยในระยะเวลา 180 วัน (6 เดือน) จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้สูงสุด 54,000 บาท จากเดิมที่จะได้รับสูงสุด 45,000 บาท

ชัชชาติ ไม่ขัด 20 บาทตลอดสาย :

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาท ตลอดสายว่า “ตามนโยบายรัฐบาล (ระยะที่ 2) ในส่วนที่กทม. รับผิดชอบก็ไม่ได้มีข้อขัดข้องใด แต่มีข้อสำคัญอยู่ 2 ประเด็น คือ ในส่วนของสัมปทานของเอกชนที่มีสัญญาอยู่จะมีเรื่องการชดเชยรายได้ที่หายไป จะต้องทำอย่างไร ทั้งนี้ ตัวเลขที่กระทรวงคมนาคมประมาณการมาอาจดูน้อย เพราะปัจจุบันค่าโดยสารเฉลี่ยในส่วนสัมปทานจะอยู่ที่ 34 บาทต่อคน มีผู้โดยสารประมาณ 7 แสนคน และอาจจะเพิ่มขึ้น จึงต้องไปพูดคุยในรายละเอียดส่วนต่างเรื่องตัวเลขอีกครั้ง

หุ้น ตปท.-ไทย :

ปิดตลาด (16 ก.ค. ) ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 44,254.78 จุด เพิ่มขึ้น 231.49 จุด (0.53%) แนสแดก ปิดที่ 22,907.97 จุด เพิ่มขึ้น 23.38 จุด (0.10%) แอสแอนด์พี ปิดที่ 6,263.70 จุด เพิ่มขึ้น 19.94 จุด (0.32%) ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย ปิดตลาด ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย ปิดตลาดที่ 1,157.63 จุด ลดลง 3.38 จุด (0.29%) มูลค่า 42,928.06 ล้านบาท

ทองคำลง 200 บาท :

ราคาทองคำเมื่อวันที่ (16 ก.ค.) มีประกาศของสมาคมค้าทองคำ ราคาทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 51,300.00 บาท ขายออกบาทละ 51,400 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 50,270.56 บาท ขายออกบาทละ 52,200.00 บาท ราคาทองคำลง 200 บาท เมื่อเทียบกับวันที่ 15 ก.ค.

เงินบาทแข็งค่า :

สำหรับค่าเงินบาทเทียบเงินสกุลโลก วานนี้ (16 ก.ค.) โดยธนาคารแห่งประเทศไทย กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารพาณิชย์ โดยให้เงินบาทมีค่า 32.6925 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ 43.9641 บาทต่อ 1 ปอนด์, 38.1144 บาทต่อ 1 ยูโร, 22.1793 ต่อ 100 เยน, 4.1811 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ฮ่องกง ,กำหนดค่าเงินบาทที่ 25.6207 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สิงคโปร์ และ 7.7622 ต่อ 1 ริกิ

แนวโน้มค่าไฟงวด ก.ย.-ธ.ค.68 :

นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ระบุถึงแนวโน้มค่าไฟงวดเดือนก.ย.-ธ.ค.2568 โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) จะประกาศผลการคำนวณค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (ค่าเอฟที) และข้อเสนอทางเลือก เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นประกอบการพิจารณาวันที่ 17 ก.ค.นี้ โดยคาดว่า กกพ.จะพยายามดูแลอัตราไฟค่าไฟให้เหมาะสมและเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลในการดูแลราคาค่าไฟงวดปลายปีไม่เกิน 3.99 บาทต่อหน่วย และงวดปัจจุบัน (พ.ค.-ส.ค. 2568 อยู่ที่ 3.98 บาทต่อหน่วย)

โดยสถานการณ์ปัจจุบันมีหลายปัจจัยกระทบต้นทุนค่าไฟ ทั้งต้นทุนพลังงานอย่างราคาก๊าซธรรมชาติเหลว หรือแอลเอ็นจี (LNG) ที่ปัจจุบันอยู่ระดับ 13 เหรียญสหรัฐต่อล้านลูกบาศก์ฟุต (บีทียู) ราคาน้ำมันที่ผันผวนจากสงครามตะวันออกกลาง ภาษีสหรัฐ ค่าเงินบาท

นอกจากนี้ต้องดูเงิน Claw Back หรือเงินที่ กกพ. เรียกคืนมาจาก 3 การไฟฟ้า ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ,การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) กรณีลงทุนไม่เป็นไปตามแผน ซึ่งปัจจุบันเหลืออยู่ประมาณ 8,000 ล้านบาท และการชำระหนี้คืนกฟผ.ที่แบกต้นทุนค่าไฟแทนประชาชนปัจจุบันเหลือประมาณ 80,000 ล้านบาท

สัปดาห์แห่งความพร้อมรบ :

พลตรี เรืองพงษ์ วงษ์ศรีสุข ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 เป็นประธานในการตรวจความพร้อมของกำลังพล และการฝึกเดินทางไกล/เดินเร่งเรีบ ระยะทาง 5.5 กม. ในสัปดาห์แห่งความพร้อมรบในสนาม ประจำปี 2568 ของหน่วยในค่ายเปรมติณสูลานนท์ ประกอบด้วย กองบัญชาการและกองร้อยกองบัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3, กรมทหารม้าที่ 7 และ กองพันทหารม้าที่ 14 กรมทหารม้าที่ 7 มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาความสามารถในการเคลื่อนที่ด้วยเท้าของกำลังพล ให้สามารถช่วยเหลือหน่วยทางยุทธวิธีได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อสถานการณ์บังคับให้ต้องเคลื่อนย้ายด้วยเท้า และเป็นการฝึกความอดทนของกำลังพล

กัมพูชา ติงไทย :

พลเอก เตีย เซยฮา รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ประณามความล้มเหลวของไทย ในการยอมรับเหตุการณ์ที่พลเมืองไทยเป็นผู้รุกราน เหตุการณ์ล่าสุดในชุดเหตุการณ์ระหว่างชาวกัมพูชาและชาวไทยที่ปราสาทในจังหวัดอุดร ใกล้ชายแดนอย่างไรก็ตาม เมื่อวันอาทิตย์ ทหารและนักท่องเที่ยวชาวไทยทั้งคู่ ได้ทำร้ายร่างกายทหารกัมพูชาในพื้นที่เดียวกัน เหตุการณ์ปะทะกันดังกล่าวถูกบันทึกเป็นวิดีโอโดยผู้เห็นเหตุการณ์ ซึ่งทำให้พลเอก เตีย เซยฮา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เรียกร้องให้คนไทยสองคนที่ร่วมก่อเหตุออกมาขอโทษต่อสาธารณชนวิดีโอแสดงให้เห็นทหารไทยในชุดดำแกล้งจับมือทหารกัมพูชา ก่อนจะชกเข้าที่ใบหน้าอย่างกะทันหัน ชายไทยคนหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียงก็สามารถชกทหารกัมพูชาได้สำเร็จ ผู้รุกรานทั้งสองหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุในภายหลัง เขาประณามไทยที่ไม่ยอมขอโทษหรือแม้แต่ยอมรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

อินโดนีเซียรับไม่ง่าย กว่าจะดีลภาษีทรัมป์ได้ :

อินโดนีเซียประกาศว่า ได้บรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ แล้ว หลังการเจรจาที่ยืดเยื้อและเข้มข้น ส่งผลให้สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค้านำเข้าจากอินโดนีเซียในอัตรา 19% จากเดิม 32% ฮาซัน นาสบี โฆษกประธานาธิบดีอินโดนีเซีย แถลงต่อสื่อมวลชนว่า นี่เป็นความพยายามที่ยอดเยี่ยมของทีมเจรจา ซึ่งนำโดยรัฐมนตรีกระทรวงประสานงานเศรษฐกิจ พร้อมเสริมว่า ข้อตกลงครั้งนี้ถือเป็นจุดลงตัวที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับร่วมกันได้ โดยอัตราภาษีที่อินโดนีเซียได้รับนั้นต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียน ส่วนนาสบีกล่าวว่า ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ผู้นำอินโดนีเซียได้ต่อสายตรงพูดคุยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเตรียมแถลงข่าวทันทีที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ

กัมพูชาแจงระงับนำเข้าแค่ผักผลไม้-เชื้อเพลิงจากไทย :

กรมศุลกากรและสรรพสามิตกัมพูชา ออกประกาศล่าสุดว่า สินค้าที่กัมพูชาห้ามนำเข้าจากไทยนั้น มีเพียงผัก ผลไม้ น้ำมันเชื้อเพลิง และก๊าซเชื้อเพลิง สำหรับสินค้าอื่น ๆ นอกเหนือจากสินค้ากลุ่มนี้ยังคงอนุญาตให้นำเข้าได้ตามปกติ หากดำเนินการผ่านด่านทางการที่ไม่ถูกสั่งปิด ทางการกัมพูชายังระบุว่า ผู้ประกอบการสามารถใช้ช่องทางขนส่งและจุดผ่านแดนที่ได้รับอนุญาตเพื่อดำเนินการนำเข้าได้ตามขั้นตอนที่กำหนด ยกเว้นบริเวณด่านพรมแดนทางบกที่ติดกับไทย ซึ่งฝ่ายทหารไทยได้สั่งปิดเพียงฝ่ายเดียว ทั้งนี้ กรมศุลกากรฯ ย้ำว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งข้อมูลอัปเดตให้ผู้ค้า นักธุรกิจ และประชาชนทราบเป็นระยะเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าว

จีนเผยชาวต่างชาติเดินทางเข้า-ออกพุ่ง :

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติของจีน (NIA) เปิดเผยว่า จำนวนชาวต่างชาติเดินทางเข้า-ออกจีน แตะ 38.05 ล้านครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ซึ่งเพิ่มขึ้น 30.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งรายงานระบุว่า การเดินทางเข้าจีนโดยไม่ต้องขอวีซ่ายังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีชาวต่างชาติ 13.64 ล้านคนเดินทางเข้าจีนผ่านช่องทางนี้ในช่วงครึ่งปีแรก คิดเป็นสัดส่วนถึง 71.2% ของจำนวนนักเดินทางต่างชาติทั้งหมด และเพิ่มขึ้นถึง 53.9% เมื่อเทียบรายปี เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศพบว่า มีการเดินทางเข้าและออกประเทศรวม 333 ล้านครั้งในช่วงเดือนครึ่งปีแรก เพิ่มขึ้น 15.8% เมื่อเทียบรายปี และล่าสุด จีนได้เพิ่มอินโดนีเซียในโครงการเดินทางผ่านแดนปลอดวีซ่าระยะเวลา 240 ชั่วโมง ทำให้ขณะนี้มีทั้งหมด 55 ประเทศที่ได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการดังกล่าว

บังเอิญเจอกัน :

นางเอกสาว โบว์ เมลดา หลังบินเรียนภาษาเพิ่มเติมที่ประเทศอังกฤษ โดยคอร์สที่เธอลงเรียนนั้นเป็นระยะเวลากว่า 2 เดือนเต็ม ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้ของ โบว์ เมลดา เป็นการลุยเดี่ยวมาคนเดียวจริงๆ เรียกว่ามุ่งมั่นตั้งใจอย่างเต็มที่เพื่อต่อยอดการทำงานในอนาคต ก่อนหน้านี้ โบว์ เมลดา ได้ลงภาพเฟรมเดียวกันกับ บิวกิ้น เป็นการเจอกันโดยบังเอิญกลางถนนในกรุงลอนดอน และยังได้เจอกับ ครูลูกกอล์ฟ อีกด้วย และล่าสุด เป็นการบังเอิญอีกแล้ว โบว์ เมลดา เจอกับพระเอกรุ่นน้อง เทศน์ ไมรอน ในรถไฟฟ้ากลางกรุงลอนดอน โดย เทศน์ ไมรอน นั่งอยู่ก่อนแล้ว และ โบว์ เมลดา ขึ้นอีกสถานีนึง ซึ่งทั้งสองคนเจอกันและทักทายกันอย่างน่ารักมากๆ ต้องบอกว่าอังกฤษนั้นแคบจริง ๆ

“บุ๋ม ปนัดดา” ทำดีไม่มีหยุด :

ถึงจะมีภารกิจรัดตัวแทบทุกวัน แต่ “บุ๋ม–ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” ก็ยังคงทุ่มเททั้งหัวใจให้กับงานเพื่อสังคม ล่าสุดลงพื้นที่ฝ่าแดดฝ่าฝน นำสิ่งของและกำลังใจส่งถึงทหารแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในสถานการณ์ตึงเครียด พร้อมทีมงานจากมูลนิธิ “องค์กรทำดี” ที่เธอก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

พร้อมสู้ศึก :

“หยู” บัลลังก์ ทับทิมแดง รองแชมป์โลก–แชมป์เอเชียนเกมส์ เตรียมลงสนามเทควันโด ในศึกกีฬามหาวิทยาลัยโลก (มหกรรม ม.โลก ครั้งที่ 31) ที่ประเทศเยอรมนี 19 ก.ค.นี้ ยอมรับศึกนี้สุดหิน เจอยอดนักเทควันโดระดับโลกเพียบ แต่มั่นใจความพร้อมเต็มร้อยหลังลุยซ้อมหนักต่อเนื่อง

เตรียมเชียร์ให้สนั่น :

ระเบิดศึกเรือยาวไทย มรดกไทยชิงถ้วยพระราชทาน ประจำปี 2568 ปีนี้จัดเต็ม 7 สนามทั่วประเทศ ประเดิมสนามแรก 20 ก.ค.นี้ ที่ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ คลองรังสิต จ.ปทุมธานี เหล่าเรือดังเตรียมประชันฝีพายอย่างคับคั่ง อาทิ ป.นำโชค และเทพนรสิงห์ 88 แฟนๆ กีฬาพื้นบ้านห้ามพลาด ททบ.5HD ถ่ายทอดสดทุกสนาม เริ่ม 14.30 น. เพื่อสืบสานภูมิปัญญาและสร้างความสามัคคีให้ชุมชนไทย

เด็กไทยสร้างชื่อ :

"แอนดี้ ศรีสังวาลย์" และ "บุญรัตน์ กันทา" โชว์ฟอร์มเด็ด คว้าแชมป์รุ่น 9-10 ปีชายและหญิง ในศึก “Junior World Golf Championship 2025” ที่สหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกันเยาวชนไทยอีกหลายรายทำผลงานน่าประทับใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : รัฐบาล ปลื้ม เชียงใหม่เมืองน่าเที่ยวอันดับ 1 ในเอเชีย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...