โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทำไม “กูลิโกะ” เลือกไม่ไปต่อในตลาดไอศกรีมไทย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 18.18 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 06.17 น.

มองเหตุ “กูลิโกะ” ยุติการจำหน่ายไอศกรีมในประเทศไทย ตลาดโตแต่แข่งดุ สู้ไม่ไหว ตลาดอิ่มตัวหรือกำลังหักหัวเรือโฟกัส “ขนม-นมอัลมอลด์” รับเมกะเทรนด์หวังทำกำไรและเติบโตได้ดีกว่า

ตลาดไอศกรีมในประเทศไทยเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยในปี 2568 คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดไอศกรีมในประเทศไทยจะอยู่ที่ประมาณ 14,400 ล้านบาท ซึ่งได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากสภาพอากาศที่ร้อนตลอดทั้งปี และความนิยมในการบริโภคไอศกรีมเพื่อคลายร้อนและสร้างความสดชื่น

อย่างไรก็ดีตลาดไอศกรีมในประเทศไทยเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง การตัดสินใจยุติการจำหน่ายไอศกรีมในประเทศไทยของกูลิโกะภายในสิ้นปี 2568 นั้น สันนิษฐานได้จากหลายปัจจัยทางธุรกิจและการแข่งขันในตลาดไอศกรีมที่ดุเดือด ซึ่งอาจสรุปได้ดังนี้:

1. การแข่งขันที่รุนแรงและตลาดที่อิ่มตัวในบางเซกเมนต์:

  • ผู้นำตลาดที่แข็งแกร่ง: ตลาดไอศกรีมในไทยมี "วอลล์" เป็นผู้นำตลาดมาอย่างยาวนาน ด้วยช่องทางการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุม โปรโมชั่นที่หลากหลาย และการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง
  • คู่แข่งรายใหม่และคู่แข่งเดิม: ในขณะที่กูลิโกะเข้ามาทำตลาดไอศกรีมในไทยตั้งแต่ปี 2559 โดยเน้นกลุ่มพรีเมียมและซูเปอร์พรีเมียม แต่ตลาดนี้ก็มีคู่แข่งที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว เช่น Haagen-Dazs, Cold Stone และแบรนด์ไทยที่เกิดขึ้นมาใหม่และได้รับความนิยมอย่าง Molto, Guss Damn Good นอกจากนี้ ยังมีผู้เล่นรายใหม่ที่เข้ามาตีตลาดในกลุ่มราคาที่เข้าถึงง่ายอย่าง Mixue และ Bing Chun ซึ่งเพิ่มการแข่งขันด้านราคาอย่างมาก
  • ความท้าทายในการสร้างความแตกต่าง: แม้กูลิโกะจะพยายามนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น Palitte, Giant Cone, Panapp และ Seventeen Ice แต่การสร้างความแตกต่างและดึงดูดลูกค้าให้คงอยู่ท่ามกลางตัวเลือกมากมายในตลาดอาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย

2. การปรับกลยุทธ์และจัดสรรทรัพยากรใหม่:

  • มุ่งเน้นธุรกิจหลักที่แข็งแกร่ง: กูลิโกะมีธุรกิจขนมขบเคี้ยว (Confectionery) เช่น ป๊อกกี้ (Pocky), เพรทซ์ (Pretz), โคลลอน (Collon) ที่มีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในประเทศไทย การยุติธุรกิจไอศกรีมอาจเป็นการตัดสินใจเพื่อรวมศูนย์ทรัพยากรไปที่กลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพในการทำกำไรและเติบโตได้ดีกว่า
  • การขยายสู่ธุรกิจใหม่ที่มีแนวโน้ม: ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ไทยกูลิโกะมีการขยายธุรกิจสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เช่นนมอัลมอนด์ กูลิโกะ อัลมอนด์ โคกะ (Glico Almond Koka)ซึ่งเป็นตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงจากกระแสรักสุขภาพ การย้ายทรัพยากรไปสู่ธุรกิจใหม่ที่สอดรับกับเมกะเทรนด์อาจเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญกว่า
  • การพิจารณาผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI): แม้กูลิโกะจะมีการลงทุนและโปรโมทไอศกรีมในไทยตั้งแต่ช่วงแรกที่เข้ามา แต่หากผลตอบแทนจากการลงทุนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย หรือไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับธุรกิจอื่น ๆ การถอนตัวออกจากตลาดที่ไม่เป็นไปตามคาดการณ์ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล

3. ปัจจัยภายในองค์กรและกลยุทธ์ระดับภูมิภาค:

  • เป้าหมายการเติบโตในภาพรวม: บริษัทอาจมีการประเมินประสิทธิภาพของแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ในตลาดต่าง ๆ ทั่วโลก หากไอศกรีมในไทยไม่สามารถสร้างการเติบโตหรือส่วนแบ่งการตลาดได้ตามเป้าหมายระดับโลก การยุติธุรกิจในตลาดใดตลาดหนึ่งจึงเป็นส่วนหนึ่งของการปรับกลยุทธ์องค์กร
  • การบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์: การตัดสินใจถอนสินค้าออกจากตลาดไม่ใช่เรื่องแปลกในโลกธุรกิจ หากบริษัทต้องการบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเน้นเฉพาะสินค้าที่สร้างมูลค่าเพิ่มและมีแนวโน้มการเติบโตสูงในระยะยาว

ดังนั้นอาจสรุปได้ว่าการที่ "กูลิโกะ" ตัดสินใจยุติการจำหน่ายไอศกรีมในไทย น่าจะเป็นผลมาจากการประเมินศักยภาพการแข่งขันในตลาดไอศกรีมที่ดุเดือด ประกอบกับการปรับกลยุทธ์ของบริษัทเพื่อมุ่งเน้นทรัพยากรไปยังกลุ่มธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งและมีแนวโน้มการเติบโตสูงกว่าในระยะยาว เช่น ขนมขบเคี้ยวและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...