โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“แบงก์” เผยธุรกิจไทยในเขมรยังดี สินค้าไทยกลายเป็นของหายาก

อีจัน

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 21.04 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 23.00 น. • อีจัน

วันนี้ (4 ก.ค.68) นายไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงสถานการณ์ธุรกิจในประเทศกัมพูชา ธนาคารยังไม่พบปัญหานักธุรกิจที่เข้ามาลงทุน แต่ติดปัญหาความขัดแย้งจนต้องชะลอการลงทุน หรือการขอสินเชื่อออกไปก่อน เพราะที่ผ่านมา นักลงทุนได้เข้ามาขอสินเชื่อและได้ลงทุนธุรกิจไปหมดแล้ว

นายไชยฤทธิ์กล่าวว่า ธนาคารปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจกัมพูชาเป็นส่วนใหญ่ เช่น กลุ่มผลิตอาหารสัตว์ ผลิตซีเมนต์ ธุรกิจการส่งออกและการนำเข้าสินค้า เป็นต้น

ขณะที่ธุรกิจไทยยังเป็นส่วนน้อย ตัวอย่าง ซีพี หรือ เบทาโกร ได้ตั้งบริษัทผลิตสินค้าและส่งขายในประเทศ ซึ่งเป็นสินค้าจำเป็น กลุ่มนี้จะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

ขณะเดียวกัน ส่วนของธุรกิจยังเป็นปกติ แม้ข่าวที่เผยแพร่ออกไปอาจจะดูรุนแรง แต่ในเชิงธุรกิจไม่ได้มีอะไรรุนแรง โดยการดำเนินธุรกิจธนาคารในส่วนของสาขา ได้ประเมินลูกค้าสินเชื่อ ที่ต้องพิจารณาว่าลูกค้ารายใดมีการทำธุรกิจการขาย หรือสั่งซื้อสินค้าในไทย จากที่พบมีจำนวนน้อยมาก ลูกค้ากลุ่มนี้ทำธุรกิจลักษณะซื้อมาขายไป ดังนั้น ทำให้ส่วนของความเสี่ยงด้านเครดิตไม่มีความน่าเป็นห่วง

อย่างไรก็ตาม ธนาคารจะต้องมาดูเรื่องการจัดการด้านปฏิบัติการ เพราะเป็นห่วงพนักงานท้องถิ่นของธนาคารเป็นอย่างไร เพราะธนาคารเป็นธุรกิจของไทย จึงต้องพิจารณาหลายกรณี เช่น 1.หากมีการชุมนุมหน้าธนาคารจะมีทางออกกรณีฉุกเฉินอย่างไร 2.ประกันครอบคลุมหรือไม่ 3.ธนาคารสามารถปิดทำการได้หรือไม่

“ธนาคารกรุงเทพมีสาขา 1 แห่ง ที่เมืองพนมเปญ ซึ่งการทำงานของแบงก์จะไปสร้างความสัมพันธ์ ต้องทำความรู้จักกับสถานีตำรวจบริเวณใกล้เคียงไว้ เพื่อขอให้มารักษาความปลอดภัย“นายไชยฤทธิ์กล่าว

นอกจากนี้ ธนาคารมีบทเรียนช่วงวิกฤตโควิด ทำให้ธนาคารได้แบ่งสาขาออกเป็น 2 แห่ง รวมถึงแบ่งพนักงานไปดูแลครึ่งหนึ่งด้วย เพื่อรองรับกรณีที่ธนาคารสาขาหลักไม่สามารถเปิดดำเนินการได้ จะมีอีกสาขายังดำเนินการอยู่ต่อเนื่อง รวมถึงล่าสุด ได้เปิดสาขาที่ 3 แถวพระราม 3 เพื่อดำเนินการติดต่อกับธนาคารในกัมพูชาโดยเฉพาะแล้ว

ประเมินความเสี่ยงเชิงธุรกิจในกัมพูชา โดยการสำรวจผู้ประกอบการร้านอาหารไทยว่ามีคนแอนตี้อาหารหรือไม่ พบว่าเกิดการขายน้อยลง แต่ไม่ถึงขั้นต้องปิดตัวลง ส่วนที่ไปช็อปขายสินค้าไทย หรืออาหารไทย พบว่ายังขายสินค้าได้ดี และมีราคาสูงขึ้นด้วย

“เมื่อสินค้าไทยถูกบล็อกก็มีการนำเข้าสินค้าในกัมพูชาได้น้อย สินค้าไทยในกัมพูชาจึงกลายเป็นของหายาก และมีการปรับราคาขึ้นด้วย“นายไชยฤทธิ์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...