โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ทนาย”ทักษิณ”ขอศาลงดเผยแพร่คำเบิกความพยานชั้น 14

INN News

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 14.12 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 07.12 น. • INN News

"ทนายวิญญัติ" ยอมรับ ขอศาลออกข้อกำหนดงดเผยแพร่คำเบิกความพยานคดีชั้น 14 หวั่น ถูกนำไปวิเคราะห์สร้างความสับสน ปัดตอบความเห็น “ทักษิณ”

ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดไต่สวนคดีหมายเลขดำที่ บค.1/2568 เกี่ยวกับการบังคับโทษจำคุกของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นานกว่า 3 ชั่วโมง

นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ เปิดเผยว่า ของดให้รายละเอียดเกี่ยวกับการไต่สวนพยาน เนื่องจากศาลกำชับไว้ว่าคำเบิกความ ข้อเท็จจริงข้อมูลส่วนบุคคล หรือข้อมูลสุขภาพ ของจำเลย ขอให้งดเว้นเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยการนัดไต่สวนพยานทั้ง 5 ปากในวันนี้เรียบร้อยหมดแล้ว มีการไต่สวนประกอบเอกสารหลายส่วน และมีหมายเรียกพยานเพิ่มอีก 2 ปากในวันที่ 25 ก.ค.68 นอกจากนี้ยังจะมีการนัดไต่สวนพยานในวันที่ 8, 15, 18 และ 25 ก.ค.68 ด้วย

นายวิญญัติ ยอมรับว่าตนเองเป็นคนยื่นให้ศาลออกข้อกำหนดนี้ เนื่องจากครั้งที่แล้วมีการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร และบุคคลต่าง ๆ นำข้อมูลการไต่สวนของศาลไปวิเคราะห์หรือแสดงความคิดเห็นในที่ต่าง ๆ ทั้งที่คดียังอยู่ระหว่างการไต่สวน เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเอาไปวิเคราะห์ให้เกิดความสับสน ศาลจึงมีคำสั่งให้งดเว้นการนำเสนอในลักษณะนี้

อย่างไรก็ตาม หลังศาลนัดไต่สวนคดีในวันนี้ ตนเองได้รายงานไปยังผู้ใกล้ชิดของนายทักษิณ ซึ่งท่านยังไม่มีความเห็นอะไร ส่วนตัวที่ทำงานใกล้ชิดกับนายทักษิณ ท่านก็ไม่ได้มีความเห็นอะไร เพียงแต่ถูกปฏิบัติกระบวนการทางกฎหมาย ไม่สามารถที่จะเลือกเองได้อยู่แล้วว่าจะไปไหน หรือป่วยแล้วจะขอออกไปโรงพยาบาล

สำหรับการจำกัดคนเข้าฟังการพิจารณาคดีเป็นคำร้องของตนเอง แต่ศาลเห็นว่ายังไม่ควรใช้มาตรการนี้ สื่อมวลชนและผู้ที่เข้าฟังสามารถเข้าฟังได้ แต่จะมีการอนุญาตเป็นกรณี ตนเองสามารถ ยื่นคำร้องถึงสาเหตุเป็นนัด ๆ ได้เพื่อให้ศาลมีการพิจารณาแล้วแต่กรณี

นายวิญญัติ มองว่า การให้ความเห็นทางคดีของหลายคน เป็นการสร้างความสับสน อาจทำให้พยานปากที่เหลือหลังจากนี้ที่ศาลจะเรียกมา ทราบข้อมูลข้อเท็จจริงที่ไม่ถูกต้องและอาจจะทำให้ ศาลรับรู้ข้อมูลแบบไม่ครบถ้วน เป็นข้อกังวลที่เชื่อว่าศาลได้มีการพิจารณาอย่างละเอียด ส่วนตัวก็มีความกังวลนี้เช่นเดียวกัน

ขณะเดียวกัน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี ตั้งข้อสังเกตหลังการเข้าร่วมรับฟังการไต่สวนของศาลฎีกา ว่า มีความเชื่อมโยงระหว่างพยาบาลเวร แพทย์เวร และแพทย์ผู้ทำการตรวจร่างกาย ซึ่งเป็นผู้ทำหนังสือส่งตัว แต่ในภาพรวมทั้งหมดเป็นการดำเนินการของพยาบาลเวรเป็นหลัก ที่แม้แต่แพทย์เวรไม่รู้เรื่องอะไรเลย ทั้งนี้ยังมีเรื่องระยะเวลาการส่งตัวนักโทษผู้ป่วยรายนี้ไปที่โรงพยาบาลตำรวจใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งศาลได้ถามว่าทำไมไม่ส่งไป ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ก่อนเพราะอยู่ใกล้ ประมาณ 200 เมตรใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที หากผู้ป่วยมีอันตรายจะทำอย่างไรก็เป็นมุมที่ตนได้สังเกตแล้วว่าตอบยาก

ส่วนที่มีการถามว่ารู้หรือไม่ว่านักโทษรายนี้คือ อดีตนายกรัฐมนตรี หากปล่อยไว้ 2 ชั่วโมงแบบนั้นที่อ้างว่าเจ็บหน้าอกหรือหายใจหอบขึ้นมา หากเป็นอะไรไปจะเป็นอย่างไร และในประเด็นสุดท้ายภาพรวม พยาบาลเป็นผู้ประสานงานในการเลือกโรงพยาบาลตำรวจ

ด้านนพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลตำรวจอยู่คนละตึกกับชั้น 14 จึงอยากให้ตั้งข้อสังเกตว่าหากฉุกเฉิน ควรจะต้องส่งตัวไปที่ห้องฉุกเฉินก่อน โดยหลักการหากตรวจแล้วไม่ฉุกเฉินจริงสามารถรักษาผู้ป่วยนอกได้ก็สามารถรักษาและส่งกลับเรือนจำ หากฉุกเฉินและมีอาการหนักจริงชั้น 14 ก็ไม่เหมาะสมอยู่ดี ซึ่งเป็นข้อสังเกตส่วนตัวในฐานะที่เป็นหมอคนหนึ่ง คิดว่าประชาชนและแพทย์ทั่วไปน่าจะเห็นด้วยและตั้งข้อสังเกตในคดีนี้

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...