โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บช.น.ส่งสำนวนคดีตึก สตง. ถล่ม 9 หมื่นหน้า ให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้อง

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 06.14 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 06.15 น.

กรณีคดีตึก สตง.แห่งใหม่ ย่านจตุจักร ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์นี้คณะพนักงานสืบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ล่าสุดนี้คณะพนักงานสืบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ทำสำนวนการสอบสวนของคดีตึกสตง.ถล่มเสร็จสิ้นแล้ว และในวันนี้คณะพนักงานสอบสวนได้เข้ามาส่งสำนวนคดี ให้อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดา

สำนวนดังกล่าวนี้ มีจำนวน 51 ลัง 233 แฟ้ม เอกสารกว่า 90,000 แผ่น เพื่อให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องผู้ต้องหา ซึ่งเป็นทั้งนิติบุคคล และส่วนตัว รวม 23 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 บริษัทผู้ออกแบบ กลุ่มที่ 2 บริษัทผู้รับจ้างควบคุมการก่อสร้าง และกลุ่มที่ 3 บริษัทผู้รับจ้างก่อสร้าง รวมไปถึงนายเปรมชัย กรรณสูตร อดีตประธานผู้บริหารบริษัท อิตาเลียนไทย จำกัด พร้อมกับผู้ต้องหารายอื่น ๆ ที่ถูกควบคุมตัวและฝากขังไปก่อนหน้านี้ โดยคณะพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องตามความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.227, 230 ในฐานะนิติบุคคล และส่วนตัว ฐานเป็นผู้มีวิชาชีพในการออกแบบ ควบคุม หรือทำการก่อสร้าง ซ่อมแซมหรือรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใดๆ ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลอื่น เป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย

โดยพลตำรวจตรีนพศิลป์พูลสวัสดิ์ และพลตำรวจตรี สมควร พึ่งทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รวมถึงหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน มายื่นสำนวนด้วยตัวเอง พร้อมกับเปิดเผยว่า วันนี้เราได้ดำเนินการสอบสวนคดีตึก สตง.ถล่มเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งได้ส่งสำนวนการสอบสวนทั้งหมด ให้กับพนักงานอัยการ โดยในการสืบสวนเรามีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด 7 บริษัท 18 ราย รวมทั้งหมด 23 ราย ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดยังถูกฝากขัง และยังไม่ได้รับการประกันตัว ขณะนี้อยู่ระหว่างฝากขังผัดที่ 6 ซึ่งทั้งหมดมี 7 ผัด

เมื่อถามว่า ในกรณีของเจ้าหน้าที่รัฐที่พบข้อมูลว่าอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับคดีตึกสตง. ที่ตำรวจส่งสำนวนให้กับ ทางป.ป.ช. ตอนนี้มีการตอบกลับมาหรือไม่ พลตำรวจตรีสมควร ระบุว่า เรื่องนี้มีคนมาร้องทุกข์เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของป.ป.ช. และเราได้มีการส่งสำนวนไปในห้วงเวลา 30 วันแล้ว หลังจากนี้จะต้องไปขยายผลเพิ่ม ในส่วนที่มีผู้มาร้องว่ามีเนื้อหาสาระที่เป็นประเด็นเดียวกันหรือไม่ เพื่อจะรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนจะส่งข้อมูลดังกล่าวให้กับ ป.ป.ช.ทีหลัง และจะมีการมอบหมายให้เกี่ยวหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ซึ่งทาง ป.ป.ช. ได้รับสำนวนไว้แต่ยังไม่ได้ตอบกลับอะไรกลับมา

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าอัยการจะพิจารณาสำนวนทันหรือไม่ก่อนครบฝากขังในผลัดที่ 7 ได้หรือไม่ นายสัญจัย อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ยืนยันว่าเรื่องนี้อย่างไรก็ต้องทำให้ทัน เพื่อจะต้องสั่งทางคดีอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยเรามีคณะทำงานในเรื่องนี้ แม้สำนวนในคดีจะมีเอกสารค่อนข้างเยอะแต่เราก็จะทำโดยละเอียดรอบคอบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และคดีนี้เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจเราจะต้องทำให้ดีที่สุด

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะต้องมีการตั้งคณะทำงานเข้ามาดูแลหรือไม่ นายสัญจัย ระบุว่า คดีนี้เกิดขึ้นในท้องที่สน. บางซื่อ เป็นความรับผิดชอบของสำนักงานอัยการกองคดีอาญา 8 และอาจจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาอีกขั้นตอนนึง

เมื่อถามว่าจะต้องมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาช่วยดูแล และพิจารณาสำนวนในคดีนี้หรือไม่ นายสัญจัย ระบุว่า เบื้องยังไม่ต้องแต่ถ้าหากตรงไหนมีความขัดข้องก็จะประสานกับตำรวจเพิ่มเติม

เมื่อถามว่าวันนี้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลอะไรกันหรือไม่เพื่อให้คดีรวดเร็วขึ้น นายสัญจัย ระบุว่าพึ่งพูดคุยกันในวันนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยมีการพูดคุยกันมาก่อน

เมื่อถามว่าจะต้องมีการสั่งสอบพยานเพิ่มเติมหรือไม่ นายสัญจัย ระบุว่า ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะพึ่งรับสำนวนคดีมา และพึ่งมีการพูดคุยกันเพียงเล็กน้อย จะต้องไปดูในรายละเอียดอีกทีนึง ว่าอะไรขาดตกบกพร่องตรงไหน

เมื่อถามว่าถ้ามีการร้องขอความเป็นธรรมจากฝั่งผู้ต้องหาเข้ามา แล้วระยะเวลาฝากขังเหลือแค่ 1 ฝาก จะสามารถรับไว้พิจารณาได้ทันหรือไม่ นายสัญจัย กล่าวว่า ถ้ามีการร้องขอความเป็นธรรมเข้ามาก็ต้องรับไว้ตามระเบียบอยู่แล้ว ส่วนที่ร้องขอความเป็นธรรม มาแล้วซ้ำกับในสำนวนที่สอบสวนไปแล้วหรือไม่ ก็จะต้องพิจารณาดูอีกที แต่ตนยืนยันว่าจะเร่งทำสำนวนให้ทันอย่างแน่นอน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...