โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก "สารหน่วงไฟสีชมพู" สยบไฟป่าลอสแองเจลิส ที่รัฐบาลกัมพูชาบิดเบือนเป็นอาวุธเคมีกองทัพไทย

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 28 ก.ค. 2568 เวลา 08.24 น.
สารหน่วงไฟสีชมพูคืออะไร ? อันตรายต่อสิ่งมีชีวิตหรือไม่ ? ถูกใช้เมื่อ 6 เดือนก่อน ในการดับไฟป่าใหญ่ลอสแองเจลิส ของสหรัฐฯ แต่กลับถูกรัฐบาลและสถานทูตกัมพูชา อ้างว่า เป็นพฤติการณ์ไทยใช้อาวุธเคมี

ภาพนี้ เป็นภาพของสำนักข่าว Reuters ที่เผยแพร่ออกมาเมื่อ 6 เดือนก่อน ในช่วงเกิดไฟป่ารุนแรงทั่วนครลอสแอนเจลิส เมืองแห่งอุตสาหกรรมภาพยนตร์สหรัฐฯ คร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 24 ราย

ตอนนั้น เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทั่วทั้งประเทศระดมกำลังเพื่อควบคุมไฟป่า ใช้ทุกกลยุทธ์ เพื่อยุติความพิโรธของเปลวเพลิง รวมถึงการนำสารหน่วงไฟมาใช้ และตอนนี้ ได้แปรเปลี่ยนให้นครลอสแอนเจลิสกลายเป็นสีชมพู

มาวันนี้ รัฐบาลกัมพูชาบอกว่า สารหน่วงไฟสีชมพูที่ใช้ช่วยชีวิตคน กลายเป็นอาวุธเคมีของฝ่ายไทย

สารหน่วงไฟสีชมพูคืออะไร ?

สารสีชมพูที่เราเห็น มีชื่อเรียกว่า สารหน่วงไฟสีชมพู หรือ ‘ฟอส-เช็ก’ เป็นสารหน่วงไฟที่ช่วยให้นักดับเพลิงสามารถช่วยควบคุมไฟป่าที่โหมกระหน่ำได้ ด้วยการช่วยชะลอการแพร่กระจายของไฟป่า ซึ่งจะถูกปล่อยลงมาจากเครื่องบิน

กลยุทธ์การควบคุมไฟป่านี้ของทีมดับเพลิง แปรเปลี่ยนบ้าน, รถยนต์, ถนน, ต้นไม้ และทุกสิ่งอย่างที่อยู่ด้านล่างให้กลายเป็นสีชมพู

สารหน่วงไฟสีชมพู ทำมาจากน้ำที่ผสมกับผง ‘ฟอส-เช็ก’ ซึ่งผลิตโดยบริษัท Perimeter Solutions โดยบริษัทแห่งนี้ได้ผลิตผงฟอส-เช็กมาแล้วหลายรุ่น แต่ทางกรมป่าไม้แห่งสหรัฐฯ เลือกใช้ฟอส-เช็ก รุ่น MVP-Fx ในปัจจุบัน

สารหน่วงไฟสีชมพูทำงานอย่างไร ?

สารหน่วงไฟสีชมพูจะช่วยดับไฟป่า ทำให้การแพร่กระจายของไฟป่าช้าลง โดยขั้นตอนแรก จะต้องนำเอาสารหน่วงไฟไปผสมกับน้ำ เพื่อทำให้เกิดโฟม หรือ สารละลายที่ง่ายต่อการฉีดไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

เมื่อฉีดลงไปยังในพื้นที่ที่ต้องการแล้ว สารหน่วงไฟจะเคลือบและระบายความร้อนกับวัตถุทุกอย่างที่ติดไฟในสภาพแวดล้อมนั้น ๆ ได้ เช่น หญ้า พุ่มไม้ และต้นไม้ หรือแม้กระทั่งสิ่งของอื่น ๆ ที่อาจจะเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีให้เกิดไฟ

กระบวนการนี้จะช่วยทำให้ไฟหมดออกซิเจน และทำให้การเผาไหม้ช้าลง เพราะเกลืออนินทรีย์ที่อยู่ในสารหน่วงไฟ เปลี่ยนวิถีการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง

ทั้งนี้ ผนังเซลล์พืชประกอบด้วย เซลลูโลส โดยปกติจะสลายหายไป เมื่อโดนความร้อน และผลิตเป็นเชื้อเพลิงมากขึ้นให้กับไฟ อย่างไรก็ตาม Perimeter Solutions ระบุว่า สารหน่วงไฟจะเปลี่ยนการสลายของเซลลูโลส และสร้างคาร์บอนที่ไม่ติดไป ซึ่งจะไม่ก่อให้เกิดเปลวไฟ

“กระบวนการนี้จะลดเชื้อเพลิงในการเกิดไฟ ลดความเข้มข้นของไฟ และการแพร่กระจายของไฟ” Perimeter Solutions ระบุลงในเอกสารข้อมูลของตัว MVP-Fx

นอกจากนี้ สีชมพูสดใส จะช่วยให้นักบินและนักดับเพลิงมองเห็นสารหน่วงไฟได้ชัดเจนตั้งแต่บนพื้น จนถึงอากาศ โดยสีนี้จะค่อย ๆ จางหายไป เมื่อโดนแสงแดด

ขณะเดียวกัน สำนักข่าว New York Times รายงานว่า เป็นเรื่องยากที่จะวัดประสิทธิภาพของสารหน่วงไฟ เพราะว่าเป็นเพียงหนึ่งกลยุทธ์ของการดับไฟป่า โดยกลยุทธ์การดับไฟป่าอื่น ๆ ได้แก่ สร้างแนวกั้นไฟ และฉีดน้ำ ทั้งบนดินและอากาศ

แต่ปัญหาของการใช้น้ำเพียงอย่างเดียวในการดับไฟป่า คือ มันจะระเหยไปทันที ในทางตรงกันข้าม สารหน่วงไฟ ที่มีส่วนผสมของปุ๋ย และอื่น ๆ จะไม่ระเหยไป เมื่อน้ำที่ผสมอยู่หมดไป ทำให้ไฟลามได้ช้าเป็นเวลาหลายวัน หลายสัปดาห์ หรือ นานกว่านั้น และเมื่อไฟป่าลามช้า มันก็จะช่วยให้นักดับเพลิงมีเวลาในการลงพื้นที่

สารหน่วงไฟสีชมพูอันตรายหรือไม่ ?

มีข้อกังวลหลายด้านเกี่ยวกับการใช้งานของสารหน่วงไฟ ผลการศึกษาในปี 2024 ซึ่งตีพิมพ์ผ่านวารสาร Environmental Science and Technology Letters พบว่า สารหน่วงไฟในระยะยาวมีส่วนผสมของโลหะที่เป็นพิษ ได้แก่ ตะกั่ว, สารหนู และแทลเลียม

ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซาท์เทิร์นแคลิฟอร์เนีย คาดการณ์ว่า ตั้งแต่ปี 2009-2021 สารหน่วงไฟได้เพิ่มโลหะที่เป็นพิษเข้าสู่สิ่งแวดล้อมมากกว่า 400 ตัน หรือประมาณ 380,000 กิโลกรัม

ผลการศึกษานี้ ยังได้ศึกษาสารหน่วงไฟ รุ่น LC95W ซึ่งเป็นรุ่นเก่าที่ทางกรมป่าไม้สหรัฐฯ เลิกใช้ไปเมื่อไม่นานมานี้

ตัวแทนจากทางกรมป่าไม้สหรัฐฯ กล่าวกับ สำนักข่าว NPR ว่า ในปี 2025 ทางหน่วยงานจะยกเลิกใช้ LC95 ทั่วประเทศ และจะหันไปใช้ MVP-Fx แทน ซึ่งจากข้อมูลที่ระบุบนเอกสาร เผยว่า MVP-Fx มีค่าความเป็นพิษน้อยกว่ารุ่นก่อน และตอนนี้ ทางรัฐแคลิฟอร์เนียได้ใช้รุ่นนี้ในการควบคุมไฟป่า

โฆษกของ Perimeter Solotions กล่าวกับสำนักข่าว New York Times ว่า สารหน่วงไฟใข้สำหรับการดับเพลิงทางอากาศ ผ่านการทดสอบอย่างเข้มข้น เพื่อยืนยันว่า เป็นไปตามมาตรฐานที่เข้มงวด เพื่อให้ปลอดภัยต่อสัตว์น้ำ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

อย่างไรก็ตาม Perimeter Solutions ระบุบนข้อมูลเอกสารความปลอดภัยของ MVP-Fx ว่า ผลิตภัณฑ์นี้อาจจะก่อให้เกิดผลข้างเคียงในระยะยาวต่อสภาพแวดล้อมทางน้ำ

ทั้งนี้ สารหน่วงไฟชนิดนี้ ถูกห้ามใช้ในบางพื้นที่ รวมถึงทางน้ำ และที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่ถึงกระนั้น ก็มีข้อยกเว้นบางอย่าง หากว่าชีวิตมนุษย์ หรือ ความปลอดภัยทางสาธารณะถูกคุกคาม การใช้สารหน่วงไฟก็อาจจะสามารถให้ใช้ในพื้นที่ที่ถูกห้ามใช้ได้ เมื่อคำนึงถึงภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจากไฟ

สารหน่วงไฟสีชมพูประกอบด้วยสารอะไรบ้าง ?

ส่วนผสมที่อยู่ในสารหน่วงไฟสีชมพูส่วนใหญ่ จะเป็นปุ๋ยแอมโมเนียฟอสเฟต และส่วนประกอบอื่น ๆ อีกเล็กน้อยที่ผสมกับน้ำ

ทาง Perimete Solutions ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดส่วนประกอบอื่น ๆ ของผงรุ่น MVP-Fx แก่สาธารณชน โดยให้เหตุผลว่า เป็น “ความลับทางการค้า” และกังวลว่า ใครก็จะสามารถนำไปผลิตลอกเลียนแบบได้

อย่างไรก็ตาม ส่วนผสมหลัก 80-90% คือ โมโนแอมโมเนียมฟอสเฟต ซึ่งมักใช้เป็นปุ๋ย นอกจากนี้ ยังประกอบด้วยไดแอมโมเนียฟอสเฟต และสารเติมแต่งชนิดอื่น ๆ

อันตรายต่อมนุษย์หรือไม่ ?

จากเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยของฟอส-เช็ก รุ่น MVP-Fx ระบุไว้ว่า MVP-Fx ไม่มีสารประกอบอันตรายใด ๆ ที่ทำให้เกิดมะเร็ง, อันตรายต่อพัฒนาการ หรือ การสืบพันธุ์

แม้จะไม่มีสารอันตราย แต่ก็มีคำเตือนเรื่องการใช้งานของผลิตภัณฑ์ MVP-Fx ว่า ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสที่ไม่จำเป็น ทั้งบริเวณดวงตา, ผิวหนัง และเสื้อผ้า

ทั้งนี้ Perimeter Solutions อธิบายว่า MVP-Fx มีการระคายเคืองต่อดวงตาค่อนข้างน้อยมาก และไม่ค่อยระคายเคืองต่อผิวหนัง แต่ถ้าหากสูดดมเข้าไป มันก็อาจจะเคืองต่อระบบทางเดินหายใจได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับเหตุไฟป่า คำเตือนเรื่องอันตรายของการใช้ ‘ฟอส-เช็ก’ ก็ดูกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย เพราะว่า ไฟป่าไม่ได้เพียงแต่เผาทำลายชีวิตและทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังผลิตควันพิษที่สามารถคงอยู่ในอากาศไปได้อีกหลายสัปดาห์ หรือ หลายเดือน

เดเนียล แมคเคอรี รองศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเซาท์เทิร์นแคลิฟอร์เนีย กล่าวกับ NPR ว่า ประชาชนที่อยู่บริเวณเพลิงไหม้น่าจะมีความกังวลเร่งด่วนเรื่องไฟป่ามากกว่าฟอสเช็ก

“ในแง่ของข้อกังวลเร่งด่วน สิ่งสำคัญที่ผมกังวล ไม่ว่าเราจะใช้สารหน่วงไฟ หรือ ไม่ก็ตาม คือ มลพิษทางอากาศ ถ้าคุณเดินไปรอบ ๆ พื้นที่ที่มีการเผาไหม้ มันอาจจะยังคงมีหมอกควันหนามาก ฉะนั้น ควรสวมหน้ากากป้องกันระบบทางเดินหายใจ” แมคเคอรี กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...