โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กัมพูชาประณามไทย อ้างยิงถล่มปราสาทพระวิหารเสียหายหนัก จ่อฟ้อง-เรียกค่าชดใช้

Thaiger

อัพเดต 27 ก.ค. 2568 เวลา 15.04 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 08.04 น. • Thaiger ข่าวไทย

กัมพูชาออกแถลงการณ์ประณามไทย กล่าวหาก่ออาชญากรรมสงคราม อ้างถูกยิงถล่มปราสาทพระวิหารเสียหายหนัก วอนประชาคมโลกกดดัน เรียกร้องกองทัพไทยยุติการรบ

จากกรณีความรุนแรงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยังรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อชีวิตพลเรือน ทหาร สถานที่ต่าง ๆ รวมทั้งโบราณสถาน ล่าสุด กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชาออกแถลงการณ์ด่วน ขอประณามอย่างรุนแรงต่อการยิงถล่มปราสาทพระวิหารอย่างต่อเนื่องและทวีความรุนแรงขึ้น โดยกองทัพแห่งราชอาณาจักรไทย เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

วันนี้ (27 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊กNeth Pheaktra เผยแพร่แถลงการณ์จากกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ระบุว่า การกระทำอันเป็นการรุกรานที่เกิดขึ้นอีกครั้งนี้ทำให้ปราสาทตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ส่วนสำคัญของโครงสร้างและภูมิทัศน์ศักดิ์สิทธิ์โดยรอบได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงหรือถูกทำลาย

ในฐานะมรดกโลกของยูเนสโก ปราสาทพระวิหารเป็นสัญลักษณ์แห่งอัตลักษณ์ของชาติ ความต่อเนื่องทางประวัติศาสตร์ และมรดกทางจิตวิญญาณของกัมพูชา การโจมตีเหล่านี้ละเมิดอธิปไตยของกัมพูชาและเป็นอันตรายต่อมรดกทางวัฒนธรรมร่วมกันของมวลมนุษยชาติอีกด้วย

การจงใจพุ่งเป้าโจมตีโบราณสถานทางวัฒนธรรมและศาสนาที่มีชื่อเสียงระดับโลก ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง ได้แก่

  • อนุสัญญากรุงเฮก ปี ค.ศ. 1954 ว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินทางวัฒนธรรมในกรณีที่เกิดความขัดแย้งทางอาวุธ
  • พิธีสารฉบับที่สองของอนุสัญญากรุงเฮก ปี ค.ศ. 1999
  • อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลก ปี ค.ศ. 1972 ของยูเนสโก
  • ธรรมนูญกรุงโรมของศาลอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งภายใต้ธรรมนูญนี้ การจงใจทำลายมรดกทางวัฒนธรรมอาจถือเป็นอาชญากรรมสงคราม
  • ความรับผิดชอบของประเทศไทยในฐานะรัฐภาคีของคณะกรรมการประสานงานระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์และส่งเสริมปราสาทพระวิหาร (ICC-Preah Vihear) ตามที่จัดตั้งขึ้นโดยมติของยูเนสโก ปี ค.ศ. 2014

กระทรวงฯ ขอเรียกร้องอย่างเร่งด่วนให้ราชอาณาจักรไทยยุติปฏิบัติการทางทหารทั้งหมดที่พุ่งเป้าไปยังปราสาทพระวิหารและเขตคุ้มครองโดยทันที และปฏิบัติตามพันธกรณีทางกฎหมายระหว่างประเทศภายใต้อนุสัญญาและข้อตกลงที่กล่าวมาข้างต้นอย่างเต็มที่

รวมทั้งเรียกร้องต่อประชาคมระหว่างประเทศรวมถึงยูเนสโก, สหประชาชาติ และองค์กรด้านวัฒนธรรมและสิทธิมนุษยชนทุกแห่งเรียกร้องให้รัฐบาลและกองทัพไทยยุติการสู้รบ, ยุติความเป็นปรปักษ์ และเคารพอธิปไตยของกัมพูชา ประณามต่อสาธารณะต่อการรุกรานอย่างต่อเนื่องของไทยต่อมรดกทางวัฒนธรรม ดำเนินการทางการทูตและทางกฎหมายในทันทีเพื่อให้ผู้รับผิดชอบต้องรับผิด และส่งผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศเข้าประเมินขอบเขตของความเสียหายและช่วยปกป้องสถานที่

กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์บันทึกหลักฐานการทำลายล้างทุกกรณี และดำเนินการตามช่องทางกฎหมายที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) และองค์กรระหว่างประเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อแสวงหาความยุติธรรมและการชดใช้ค่าเสียหาย

ราชอาณาจักรกัมพูชายังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงในพันธสัญญาที่จะปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมของตน และยึดมั่นในหลักการแห่งสันติภาพ ความยุติธรรม และกฎหมายระหว่างประเทศ

ภาพจาก : Neth Pheaktra
ภาพจาก : Neth Pheaktra
ภาพจาก : Neth Pheaktra
ภาพจาก : Neth Pheaktra
ภาพจาก : Neth Pheaktra

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...