โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รอยร้าวในสังคม สัญญาณอันตรายของคนอเมริกัน

สยามรัฐ

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 23.01 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 23.00 น.

คุยเฟื่องเรื่องต่างประเทศ / ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

แทบไม่น่าเชื่อเลยว่า ขณ ะนี้สหรัฐฯกำลังมีสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความแตกหักที่แบ่งแยกแตกออกเป็นสองฝักสองฝ่ายที่เพิ่งเกิดขึ้นให้เห็นแบบเด่นชัด เมื่อวันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน 2025 โดยฝ่ายหนึ่งก็คือ “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์”ที่วางตนเป็นจอมเผด็จการ มิมีนโยบายที่แน่นอนกลับไปกลับมาพลิกลิ้นอยู่ตลอดเวลาแบบตามใจตนเอง

ส่วนอีกขั้วหนึ่งเป็นฝ่ายของพลังประชาชนทั่วประเทศที่ต่างก็อดรนทนไม่ไหวต้องออกมาประท้วงต่อต้านอำนาจเผด็จการ!!!

นโยบายหลักที่ประธานาธิบดีทรัมป์ออกมานำเสนอก็คือ ต้องการที่จะกวาดล้างชาวต่างด้าว ซึ่งนั่นก็คือ บรรดาชาวต่างชาติที่เข้าไปสหรัฐฯอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับปรากฏว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่ต้องการที่จะปกป้องคนเหล่านี้เอาไว้ เพราะถือว่าพวกเขาต่างก็เป็นฟันเฟืองที่ทำให้วงล้อเศรษฐกิจของสหรัฐฯหมุนไปได้

อย่างไรก็ตามเมื่อวันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน 2025 ที่เพิ่งผ่านมาไม่กี่วันนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ เพิ่งจะจัดงานเฉลิมฉลอง “วันกำเนิดกองทัพสหรัฐฯ”ครบรอบ 250 ปี แถมเขายังฉลองวันเกิดอายุ 79 ปีของเขาพร้อมกันไปอีกด้วย

แต่กลับดูเหมือนว่าเมื่อวันเสาร์ที่เป็นวันคล้ายวันเกิดของเขาในครั้งนี้ กลับเป็นวันที่มีผู้คนแห่แหนออกมาประท้วงเขากันทั่วประเทศ โดยมีการผนึกพลังจากประชาชนหลากหลายสาขาอาชีพกว่า 2,000 จุดทั่วประเทศ ที่กอปร์ไปด้วยมวลหมู่มหาประชาชนคนอเมริกันกว่าห้าล้านคน

ส่วนผู้ที่เข้าไปร่วมในพิธีสวนสนาม ณ เมืองหลวงของสหรัฐ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.มีอยู่ราวๆสองแสนกว่าคน มีทหารเข้าร่วม 6,000 พัน และมีรถถังเข้าร่วมในพิธีสวนสนาม 128 คัน โดยประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการที่จะให้งานนี้แสดงถึงความเป็นมหาอำนาจอันยิ่งใหญ่ของสหรัฐฯ

ส่วนจุดก่อหวอดที่เป็นชนวนให้มีการรวมพลังของประชาชน เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2025 สาเหตุสืบเนื่องมาจาก “U.S. Immigration and Customs Emforcement” หรือที่เรียกย่อๆว่า “ICE” หรือ “เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐอเมริกา” เข้าไปจับกุมผู้ต้องสงสัยที่อยู่อย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมายที่ลานจอดรถของ “ร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง Home Depot” ที่คนหางานมักจะไปรวมตัวกันที่นั่น และยังมีร้านขายเสื้อผ้า “Ambiance Apparel” ที่เป็นร้านยอดนิยมของบรรดาลูกค้าชาวเม็กซิกัน โดยเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชันจับกุมพนักงานแห่งนี้ไปกว่ายี่สิบคน

และทันทีที่มีการจับกุมข่าวนี้ก็ได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ชุมชนชาวเม็กซิกันรวมตัวออกมาประท้วงกันอย่างทันทีทันควัน!!!

ทั้งนี้สมาชิกในครอบครัวของผู้ที่ถูกจับกุมต่างพากันวิตกกังวล และออกมาตั้งคำถามว่า พ่อ แม่ พี่ น้อง ลูกๆ หลานๆของพวกเขาถูกจับกุมไปอยู่ที่ไหน? และเพราะเหตุใด?ถึงถูกจับกุม แถมเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นก็มิได้ให้คำตอบอย่างกระจ่างชัด ทำนองเดียวกันกับบรรดาสื่อมวลชนก็มิได้รับคำอธิบายที่ชัดเจนเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ก็ยิ่งทำให้ประชาชนในนครลอสแอนเจลิสและเมืองใกล้เคียงเกิดไม่พอใจต่อการกระทำของหน่วยงานอิมมิเกรชั่น ซึ่งมีผลทำให้ผู้คนต่างเดินทางไปรวมตัวประท้วงกันที่ สำงานใหญ่ของอิมมิเกรชัน ที่ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองนครลอสแอนเจลิส

และขณะที่ประชาชนเริ่มรวมตัวประท้วงกันที่อาคารของอิมมิเกรชันกันอยู่นั้น กลับปรากฏว่าประธานาธิบดีทรัมป์ ออกคำสั่งให้ “กองกำลังป้องกันชาติสหรัฐฯ” หรือหน่วย “California National Guard”ซึ่งเป็นกองกำลังทหารสำรองที่ขึ้นอยู่กับรัฐแคลิฟอร์เนีย เดินทางไปยังลอสแอนเจลิส และยังออกคำสั่งให้หน่วยนาวิกโยธินอีก 700 นาย เข้าไปประจำตามสำนักงานต่างๆของรัฐบาลกลางอีกด้วย

ส่วน “ผู้ว่าฯแกวิน นิวซัม”ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า “การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ออกปากสั่งการณ์เยี่ยงนี้ เป็นการละเมิดต่ออำนาจหน้าที่ ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของผู้ว่าการของรัฐฯ” จึงได้ออกมาประท้วงและยื่นฟ้องต่อผู้พิพากษาศาลกลางในทันที

เมื่อวันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน 2025 ผู้พิพากษาศาลกลางได้ทำการพิพากษา โดยมองๆไปแล้วเข้าข้างผู้ว่าฯรัฐแคลิฟอร์เนีย และยังได้กล่าวตำหนิต่อประธานาธิบดีทรัมป์ว่า “ล่วงละเมิดต่อรัฐธรรมนูญ” แต่ประธานาธิบดีทรัมป์กลับมิยอมแพ้เชื่อฟังต่อคำสั่งศาล โดยเขาสั่งให้ทีมงานของเขาอุทธรณ์ในทันที ทว่าศาลอุทธรณ์กลับตัดสินให้มีการเลื่อนคดีออกไปวันอังคารที่ 17 มิถุนายน 2025

และขณะที่เหตุการณ์วุ่นวายกำลังเกิดขึ้นระหว่างหน่วยงานอิมมิเกรชันกับชาวนครลอสแอนเจลิสกันอยู่นั้น ก็ยังมีเหตุวุ่นวายแทรกเสริมขึ้นมาอีกโดยเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2025 “วุฒิสมาชิกอเล็กซ์ พาดิลลา” (Alex Pedilla) วุฒิสมาชิกของนครลอสแอนเจลิสขวัญใจของชาวลาตินได้ถูกเจ้าหน้าที่เข้าไปขัดขวางจนถูกใส่กุญแจมือจับกุม ขณะที่เขากำลังจะเดินเข้าไปฟังการให้สัมภาษณ์ของ “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯคริสตี โนเอม” ณ นครลอสแอนเจลิส จึงถือเป็นการเติมเชื้ออารมณ์โกธรของผู้คนให้ปะทุเพิ่มขึ้นไปอีกระดับหนึ่งวุฒิสมาชิกอเล็กซ์ พาดิลลา เป็นนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลของรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเขามีประวัติจบการศึกษาจาก MIT อีกด้วย

ขณะที่ปรอทการเมืองของสหรัฐฯกำลังร้อนจัดปรากฏว่ามีข่าวการลอบสังหารสองสามีภรรยานักการเมืองคนสำคัญเกิดขึ้นที่ รัฐมินนิโซตา และค้นพบต่อมาว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ที่ชื่นชอบต่อประธานาธิบดีทรัมป์มากเป็นพิเศษ

อีกทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐยังสืบพบว่า ฆาตกรผู้ยังมีรายชื่อนักการเมืองอยู่ในบัญชีของเขาอีก 11 คนที่อยู่ในข่ายจะถูกฆาตกรรม แต่โชคดีที่คนร้ายคนนี้ถูกจับกุมไปแล้วเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2025!!

และเนื่องจากเกิดแรงผลักดันอย่างหนักปรากฎว่า ท้ายที่สุดแล้วประธานาธิบดีทรัมป์กลืนน้ำลายของตนเองที่บ้วนถ่มถุยไป แล้วออกมาประกาศว่า “จะไม่เข้าไปแตะต้องบุคลากรของภาคอุตสาหกรรมที่มีชาวต่างชาติทำงานอยู่กว่าเจ็ดล้านคน เพราะบุคคลพวกนั้นถือเป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจอันได้แก่ คนงานของอุตสาหกรรมด้านการเกษตร คนงานในอุตสาหกรรมการบริหาร พนักงานของอุตสาหกรรมด้านการโรงแรมและพนักงานตามร้านอาหาร รวมไปถึงบรรดาพนักงานของอุตสาหกรรมด้านโรงงานแปรรูปอาหาร ฯลฯ

ทั้งนี้อาจจะสืบเนื่องมาจากประธานาธิบดีทรัมป์วิตกกังวลเกี่ยวกับคะแนนนิยมของเขาที่ลดฮวบดิ่งลงอย่างเลวร้าย และจากโพลของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2025 เปิดเผยออกมาว่า ชาวอเมริกันไม่พอใจการบริหารประเทศของประธานาธิบดีทรัมป์ ถึง 52% และที่พอใจมีเพียง 44% แถมคนอเมริกันยังไม่พอใจเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2025

แถมท้ายมาด้วยโพลของ “มหาวิทยาลัย Quinnipiac” เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2025 ที่ออกมาเปิดเผยว่า ชาวอเมริกันมีความพอใจในการบริหารประเทศของประธานาธิบดีทรัมป์แค่เพียง 38% เท่านั้น

กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้นการเกิดเหตุการณ์ประท้วงครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2025 นับเป็นการแบ่งขั้วแบ่งฝักแบ่งฝ่ายให้เห็นอย่างชัดเจนที่กำลังเกิดขึ้นระหว่าง “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์”กับพลังของเหล่าประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นรอยร้าวลึกที่แสนอันตรายต่อสหรัฐฯ และเมื่อเมียงๆมองๆดูแล้ว ยังเดาไม่ออกเลยว่าเรื่องราวเหล่านี้จะจบลงเมื่อไหร่และจะจบลงอย่างไรละครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...