โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ทรัมป์” กำหนดเส้นตาย 2 สัปดาห์ ตัดสินใจโจมตีอิหร่าน จับตาดีลการทูต

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 17.07 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 10.07 น.

"ทรัมป์" กำหนดเส้นตาย 2 สัปดาห์ ตัดสินใจโจมตีอิหร่าน ขณะที่อิสราเอลเปิดฉากถล่มศูนย์วิจัยนิวเคลียร์-ฐานยิงขีปนาวุธ ด้านยุโรปเดินหน้าผลักดันการทูต

วันที่ 20 มิถุนายน 2568 เวลา 12.07 น. เว็บไซต์ Yahoo Finance รายงานว่า โฆษกทำเนียบขาวเปิดเผยว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จะตัดสินใจภายใน 2 สัปดาห์ว่าจะสั่งโจมตีอิหร่านหรือไม่ ขณะที่อิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีเป้าหมายด้านนิวเคลียร์ในอิหร่าน และเตือนว่าการโจมตีอาจลุกลามจนถึงขั้นโค่นผู้นำสูงสุดในเตหะราน

แคโรไลน์ ลีวิตต์ (Karoline Leavitt) โฆษกทำเนียบขาว เปิดเผยคำกล่าวของทรัมป์ว่า “เนื่องจากยังมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการเจรจากับอิหร่านในอนาคตอันใกล้ ผมจะตัดสินใจว่าจะเดินหน้าหรือไม่ ภายในสองสัปดาห์”

ทรัมป์ ซึ่งมีกำหนดประชุมความมั่นคงแห่งชาติในห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) วันศุกร์นี้ ได้กล่าวมาแล้วหลายครั้งเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะเข้าร่วมโจมตีอิหร่านเคียงข้างอิสราเอล แต่ท่าทีล่าสุดนี้ถือว่าเป็นการผ่อนคลายลงจากการใช้ถ้อยคำรุนแรงก่อนหน้านี้ ซึ่งรวมถึงการเรียกร้องให้ชาวเตหะรานอพยพ และการที่เขาออกจากการประชุม G7 ที่แคนาดาก่อนกำหนดเพื่อกลับวอชิงตัน

หลังจากลีวิตต์แถลงการณ์ ตลาดฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐลดความตึงเครียดลง ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่น จีน และออสเตรเลียเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลงถึง 2.7% ในวันศุกร์ แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงสูงกว่าระดับปิดของวันที่ 12 มิถุนายนอยู่ประมาณ 11%

ทั้งนี้ทรัมป์มักจะตั้งกรอบเวลาภายในสองสัปดาห์สำหรับการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ มาตลอดทั้งสองวาระในทำเนียบขาว ซึ่งหลายครั้งก็ทำตามนั้น บางครั้งก็ไม่เคยดำเนินการใด ๆ เลย โดยเป้าหมายของทรัมป์ยังเหมือนเดิม คือหยุดยั้งการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่าน และป้องกันไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ โดยลีวิตต์กล่าวว่า“ถ้ายังมีโอกาสสำหรับการทูต ประธานาธิบดีจะเลือกใช้เส้นทางนั้นก่อนเสมอ”

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐได้เริ่มเตรียมพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ในการโจมตีอิหร่าน โดยบางแหล่งข่าวระบุว่าอาจมีการวางแผนปฏิบัติการในช่วงสุดสัปดาห์นี้ หน่วยงานของรัฐบาลกลางบางแห่งก็เริ่มเตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นกัน

กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล (IDF) แถลงผ่าน Telegram เมื่อวันศุกร์ว่า ได้ดำเนินการโจมตีหลายระลอกในเตหะราน ซึ่งรวมถึงโรงงานผลิตขีปนาวุธ และสำนักงานใหญ่ด้านวิจัยและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขีปนาวุธของอิหร่านได้ยิงใส่โรงพยาบาลในอิสราเอลเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น โดยกระทรวงสาธารณสุขของอิสราเอลระบุว่า โรงพยาบาล Soroka ในภาคใต้ได้รับความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยในพื้นที่ที่ได้รับการอพยพแล้ว ขีปนาวุธดังกล่าวมาพร้อมหัวรบที่แยกออกเป็นหัวระเบิดย่อยนับสิบ ก่อนระเบิดกระจายบนพื้นดิน

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่าเป้าหมายทางทหารของอิสราเอลยังคงเป็นการ ทำลายความสามารถด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่าน

นอกจากนี้รายงานยังระบุว่าเครื่องบินรบของอิสราเอลได้โจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่านจำนวนมากตลอดทั้งคืน รวมถึงเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ไม่ได้ใช้งานในเขต อารัก (Arak) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่นานาชาติเคยจับตามอง เนื่องจากมีศักยภาพในการผลิตพลูโตเนียม ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ได้หากมีการแปรรูปต่อ

ทางด้านยุโรปยังพยายามผลักดันเส้นทางการทูต โดยเคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เรียกร้องให้ทรัมป์เปิดช่องสำหรับการเจรจาต่อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ และทูตพิเศษ สตีฟ วิตคอฟฟ์ (Steve Witkoff) ได้พบกับรัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ เดวิด แลมมี (David Lammy) ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งแลมมีกำหนดจะเข้าร่วมการหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศสและเยอรมนี ร่วมกับอับบาส อารักชี (Abbas Araghchi) รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านในวันศุกร์ที่เจนีวา

อันโตนิโอ ตายานี (Antonio Tajani) รัฐมนตรีต่างประเทศอิตาลี ได้โทรศัพท์หารือแยกต่างหากกับรูบิโอและอารักชี ในวันพฤหัสบดีเช่นกัน ขณะที่ ดร. อันวาร์ การ์กัช (Anwar Gargash) ที่ปรึกษาทางการทูตของประธานาธิบดีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เรียกร้องให้หยุดการสู้รบ และกลับสู่เส้นทางเจรจา

อ้างอิง : finance.yahoo.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...