ป.ป.ช. ย้อนคดี “หมอเลี้ยบ” แทรกแซงตั้ง กก.สรรหาบอร์ดแบงก์ชาติ!
ติดตามสกู๊ปพิเศษเปิดเบื้องหลังการทำคดีทุจริตที่สำคัญของ ป.ป.ช.ที่คดีถึงที่สุดแล้ว ใน Fight against corruption พร้อมชนคนโกง ตอนย้อนคดี “หมอเลี๊ยบ” แทรกแซงตั้ง กรรมการสรรหาบอร์ดแบงก์ชาติ
โดยย้อนกลับไปเมื่อปี 2551 ขณะที่นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สมัยรัฐบาลพรรคพลังประชาชน ขณะนั้นตำแหน่งประธานและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในบอร์ดธนาคารแห่งประเทศไทยว่างลง จึงเป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงการคลังต้องดำเนินการสรรหาใหม่
ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังในขณะนั้น รวบรวมรายชื่อ ผู้ที่มีคุณสมบัติ พร้อมทำเป็นบันทึกถึงปลัดกระทรวงการคลัง เสนอต่อนายแพทย์สุรพงษ์ ให้ความเห็นชอบแต่งตั้งตามขั้นตอน ในบันทึกดังกล่าว มีการทำเครื่องหมายดอกจันท้ายรายชื่อบุคคล ที่มีคุณสมบัติต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551 ซึ่งระบุชัดเจนว่า ต้องไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่มีการขัดกันแห่งผลประโยชน์ และส่วนได้ส่วนเสียกับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อป้องกันการแทรกแซงความเป็นอิสระของธนาคารแห่งประเทศไทย
แต่นายแพทย์สุรพงษ์ กลับแทรกแซงการแต่งตั้ง และเคาะชื่อ 3 บุคคล ซึ่งเป็นกรรมการของสถาบันการเงิน ทั้งที่มีการทำเครื่องหมายดอกจันกำกับว่า มีคุณสมบัติต้องห้าม
ในที่สุดการแต่งตั้งผู้ที่มีคุณสมบัติต้องห้ามมาดำรงตำแหน่งกรรมการบอร์ดธนาคารแห่งประเทศไทย ถูกร้องเรียนผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน มีการวินิจฉัยว่า การแต่งตั้งเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก่อนแจ้งให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาระงับการทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงแต่งตั้ง ต่อมาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ได้ชี้มูลความผิด ก่อนยื่นฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
บางช่วงบางตอนของคำพิพากษาระบุว่า บอร์ดธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ได้เป็นแค่ผู้ควบคุมการบริหารงานของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างเดียว แต่ยังเป็นเกี่ยวเนื่องกับการทำหน้าที่กำหนดนโยบาย เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ โดยการแต่งตั้งบุคคลทั้ง 3 คน ซึ่งเป็นผู้บริหารของสถาบันการเงิน ถือเป็นผู้มีคุณสมบัติต้องห้ามตามกฎหมาย และอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นอิสระของธนาคารแห่งประเทศไทย เพราะฉะนั้นจะต้องเป็นผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับกับการเมือง ไม่มีผลประโยชน์ ส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งทางตรง และทางอ้อม
ในครั้งนั้นศาลพิพากษาให้นายแพทย์สุรพงษ์ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 โดยสั่งจำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท แต่เมื่อมีการยกเลิกคำสั่งแต่งตั้ง จึงไม่ก่อให้เกิดความเสียหายมากนัก ประกอบกับนายแพทย์สุรพงษ์ ไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงรอลงอาญา 1 ปี
สำหรับคดีนี้แม้จะผ่านมากว่า 17 ปี แต่คำพิพากษาของศาล ยังถูกใช้เป็นบรรทัดฐาน ในการสรรหา และคัดเลือกประธานบอร์ดธนาคารแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะการคัดเลือกเมื่อปลายปีก่อน ที่ทำให้แคนดิเดตซึ่งกระทรวงการคลังเสนอ ต้องถูกตีตกไป เพราะเป็นนักการเมือง ถือเป็นลักษณะต้องห้าม ไม่เป็นไปตามกฎหมายที่ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องมีความเป็นอิสระ ไร้การแทรกแซง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ประธานวุฒิสภา ยื่นศาลรธน.-ป.ป.ช. ถอดถอน ”แพทองธาร“ ผิดจริยธรรมร้ายแรงปมคลิปเสียง
ป.ป.ช.ลุยแก้ปัญหาสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำแก่งเทียม จ.นครนายก
ป.ป.ช.ชี้มูล 3 อดีต ขรก.สำนักพุทธฯ ร่ำรวยผิดปกติ เอี่ยวทุจริตเงินทอนวัด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ป.ป.ช. ย้อนคดี “หมอเลี้ยบ” แทรกแซงตั้ง กก.สรรหาบอร์ดแบงก์ชาติ!
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com