โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อิ๊งค์” เปิดผลสอบตึก สตง.หลังครบ 90 วัน ชี้ผิดที่ ”ออกแบบ-วิธีก่อสร้าง-ใช้ผิดสเปก” ส่วนวัสดุได้มาตรฐาน เตรียมชงดีเอสไอ-ตร.ฟันคนผิด

Manager Online

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 13.57 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 06.42 น. • MGR Online

“นายกฯ อิ๊งค์” เปิดผลสอบ 90 วันตึก สตง.ถล่ม ลั่นผิดที่การออกแบบ-วิธีการก่อสร้าง-ใช้ผิดสเปก ยันวัสดุ เหล็ก-คอนกรีต ได้มาตรฐาน เตรียมจัดทำเล่มข้อมูล 2 สัปดาห์ ก่อนส่งดีเอสไอ-ตร.ฟันคนผิด บอกนายกฯ ไม่มีอำนาจชี้ใครผิด

เมื่อเวลา 12.15 น.วันนี้ (30 มิ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมติดตามผลการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีอาคารที่อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม จากแผ่นดินไหว ว่า เราได้รับความร่วมมือเต็มที่ จากกรมโยธาธิการและผังเมือง จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ช่วยกัน โดยผลลัพธ์ที่ตรวจสอบ ที่ออกมาเป็นเอกภาพมีข้อมูลที่สอดคล้องกัน โดยจากการหาข้อมูลเพิ่มโดยใช้เทคโนโลยีในการจำลองตึกเปรียบเทียบกับแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว ว่าอะไรเป็นสาเหตุของการที่ทำให้ตึกถล่ม ซึ่งจากการรายงานของ 4 สถาบัน เห็นชัดว่ามีความบกพร่องในการออกแบบและวิธีการก่อสร้าง โดยเฉพาะเทคนิคในการก่อสร้างของโครงการนี้ ในส่วนของผนังช่องลิฟท์และผนังบันได ทางเทคนิคเรียกผนังรับแรงเฉือน ตรงนี้ที่เป็นปัญหา

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เรื่องวัสดุ เหล็ก คอนกรีต เป็นวัสดุปกติที่ได้มาตรฐานทั่วไป แต่การนำมาใช้ในโครงการนี้ที่เกิดปัญหา คือ การนำคอนกรีตมาใช้ที่ไม่ได้มาตรฐานและวิธีการก่อสร้างของโครงการนี้เป็นปัญหา กรณีนี้หลายภาคส่วนอาจกังวลว่าวัสดุแบบนี้จะเป็นอย่างไรและนำไปใช้ที่อื่นเป็นอย่างไร ซึ่งจากรายงานที่ได้รับมีการก่อสร้างหลายจุดที่ไม่เป็นไปตามกฏหมาย ทั้งการออกแบบและการก่อสร้าง โดยการวิจัยที่จำลองตึกออกมา ระบุว่า ถ้าปฏิบัติตามกฏหมายจะสร้างความแข็งแรงให้ตึกเพิ่มมากขึ้น

“เป็นที่ประจักษ์ว่าถ้าทำตามกฎหมาย ตึกจะรับแรงสั่นสะเทือนได้มากกว่านี้ นั่นคือสิ่งที่ออกแบบมาจากเทคโนโลยีในอเมริกาและญี่ปุ่น ที่ใช้เช่นเดียวกัน เพราะเวลาเกิดเหตุการณ์ เพื่อให้ทราบถึงคุณภาพของตึกต่างๆ ย้ำว่าได้ตรวจสอบโครงการอื่น ในด้านวัสดุก่อสร้างอย่างเคร่งครัดซึ่งไม่มีปัญหา อยากให้ประชาชนสบายใจมากขึ้น และจะนำข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบมาจัดทำเป็นรูปเล่ม คาดว่าภายใน 2 สัปดาห์ จะเรียบร้อย และจะส่งให้ดีเอสไอและตำรวจ ขอย้ำว่าปัญหาที่จริงมาจากการออกแบบและการก่อสร้างของโครงการ ที่เห็นชัดว่าเป็นไปตามกฏหมาย”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายของโครงการนี้ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ผิดจากการออกแบบและโครงสร้าง ส่วนใครจะผิดหรือไม่ผิดต้องให้ ดีเอสไอและตำรวจ เป็นคนชี้ จากข้อมูลที่เราทราบมาใครที่เกี่ยวข้องให้ว่าไปตามกฏหมายและกระบวนการ

เมื่อถามว่า เหล็กที่นำใช้ไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เหล็กไม่ได้มีปัญหา วัสดุอื่นที่นำมาใช้ไม่มีปัญหา ของที่นำมาไม่ผิด แต่เมื่อนำมาใช้ก่อสร้าง แล้วเฉือนให้บางลง ตอนแรกกังวลว่าของไม่ได้คุณภาพ ซึ่งอาจรวมไปถึงโครงการอื่นแต่ไม่ใช่

เมื่อถามหากเป็นที่ปัญหาการออกแบบ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ในฐานะผู้จัดซื้อจัดจ้างโครงการนี้ ต้องร่วมรับผิดชอบด้วยหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า จะให้ดีเอสไอและตำรวจช่วยดูว่าจะใครจะต้องรับผิดชอบส่วนไหนอย่างไรบ้าง ต้องให้เป็นไปตามระบบและกระบวนการ

ผู้สื่อข่าวถามว่า น้ำหนักผู้ที่จะต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้จะไปอยู่ที่ผู้ออกแบบ หรือคนที่ทำเรื่องโครงสร้าง น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ยังไม่ทราบ จากข้อมูลที่ออกไปอาจจะมองเรื่องที่ผิดถูกต่างกัน จึง อยากให้เข้ากระบวนการ เพื่อความเป็นกลาง เพราะตนไม่มีหน้าที่ว่าใครผิดแต่เราก็ทราบว่าส่วนไหนที่ทำผิดกฎหมาย

เมื่อถามว่า นายกฯ ให้ความมั่นใจได้หรือไม่ว่าเรื่องตึก สตง.จะไม่เงียบ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า แน่นอน เพราะอีก 2 สัปดาห์ จะมีรายงานที่รวบรวมแล้วออกมาเป็นรูปเล่ม พอ 90 วันที่ผ่านมาประชาชนยังไม่ได้ทราบว่า สาเหตุที่แท้ แต่วันนี้ได้คำตอบแล้ว

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...