โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กองทัพภาค 4 จับแล้ว 5 เร่งล่า 2 หัวโจก แฉเครือข่ายวางบึ้มกว่า 20

เดลินิวส์

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 18.49 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 11.21 น. • เดลินิวส์
กองทัพภาค 4 จับคนร้ายลอบวางระเบิดในพื้นที่

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดพังงา สามารถจับกุมคนร้าย 2 ราย คือ นายมูหามะ วาเด็ง และ นายสุไลมาน กาซา ชาว จ.ปัตตานี พร้อมวัตถุระเบิดแสวงเครื่องจำนวนหนึ่งได้ที่บริเวณแยกบายพาสหน้าศาลากลางจังหวัดพังงา เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 68 เวลา 03.30 น. ต่อมา ตำรวจภูธรภาค 8 ได้ส่งตัวคนร้ายทั้ง 2 ราย ให้แก่ตำรวจภูธรภาค 9 เพื่อดำเนินการซักถามขยายผล เนื่องจากพฤติการณ์ของคนร้ายทั้ง 2 ราย มีลักษณะที่ใกล้เคียงกับการก่อเหตุในพื้นที่ จชต.

จากการพิจารณาประกอบผลการซักถาม สรุปได้ว่า วัตถุระเบิดที่ตรวจยึดได้พร้อมกับคนร้ายมีวงจรระเบิด ซึ่งปรากฏใช้งานในพื้นที่ จชต. มาแล้วหลายครั้ง จึงพิจารณาได้ว่าการก่อเหตุในครั้งนี้เป็นการกระทำของกลุ่มขบวนการ BRN โดยทำการประกอบระเบิดขนาดเล็ก จากนั้นทยอยลำเลียงเข้าพื้นที่ผ่านเส้นทางหลักและเส้นทางรองตามปกติ โดยใช้แนวร่วมซึ่งไม่มีประวัติหรือไม่มีหมายจับ เพื่อให้ง่ายต่อการผ่านจุดตรวจตามเส้นทาง และจากการซักถามเพิ่มเติมทราบว่า กลุ่มคนร้ายได้เดินทางเข้า-ออก ระหว่างประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อประชุมวางแผนและรับคำสั่งในการก่อเหตุ จำนวน 3 ครั้ง ดังนี้ ห้วงที่ 1 วันที่ 18-19 ธ.ค.67 ห้วงที่ 2 วันที่ 13-14 ม.ค.68 และ ห้วงที่ 3 วันที่ 23-24 เม.ย.68

โดยมี นายเตาฟิต และนายไซฟุดดิน หะยีปูเต๊ะ เป็นผู้สั่งการ และมีผู้ให้การสนับสนุน 14 ราย แบ่งออกเป็น ผู้จัดซื้อและสั่งรถลงมาจากกรุงเทพมหานคร 3 ราย ผู้รับรถที่จัดซื้อ 5 ราย ผู้ส่งรถให้ผู้ก่อเหตุ 4 ราย และ ผู้ขับรถรับ-ส่ง ผู้ก่อเหตุ 2 ราย

จากผลการซักถาม จุดที่วางระเบิด 11 จุด มีระเบิดทั้งหมดรวม 15 ลูก แบ่งเป็น จ.กระบี่ 4 จุด 5 ลูก จ.พังงา 1 จุด 1 ลูก จ.ภูเก็ต 6 จุด 6 ลูก และ ถูกจับกุมพร้อมคนร้าย 1 ลูก ปัจจุบันสามารถเก็บกู้ได้ทั้งหมด สำหรับคนร้าย สามารถจับกุมได้ 5 ราย เป็นผู้ก่อเหตุ 2 ราย และผู้ให้การสนับสนุน 3 ราย สรุป คนร้ายที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ แบ่งเป็น ผู้สั่งการ 2 ราย ผู้สนับสนุน 14 ราย และผู้ก่อเหตุ 4 ราย จับกุมได้แล้ว 5 ราย

สำหรับมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้คาดว่า กลุ่มขบวนการ BRN พยายามกดดันรัฐบาลให้เข้าสู่ขั้นตอนกระบวนการเจรจา ซึ่งการก่อเหตุนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงเป็นยุทธศาสตร์หลักที่สำคัญของขบวนการ BRN โดยที่ผ่านมาได้เคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง และจากวัตถุพยานที่ตรวจยึดได้ พิจารณาได้ว่าการกระทำในครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เนื่องจากเป็นระเบิดขนาดเล็ก อานุภาพการทำลายไม่ร้ายแรง และไม่มีชิ้นส่วนสังหาร โดยมุ่งหวังเพียงสื่อภาพความรุนแรงออกสู่สาธารณชนเท่านั้น เนื่องจากคนร้ายมุ่งเน้นวางระเบิดในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว สนามบิน และสถานที่เชิงสัญลักษณ์ เช่น หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นหลัก

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ มทภ.4 / ผอ.รมน.ภาค 4 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยปฏิบัติตามแผนสกัดกั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงก่อเหตุนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และกรุงเทพมหานคร โดยมีแนวทางแบ่งพื้นที่ปฏิบัติออกเป็น 3 พื้นที่ ประกอบด้วย

  • พื้นที่ตามแนวชายแดน โดยเขตติดต่อกับประเทศมาเลเซีย ด้านจังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส มอบหมายให้ หน่วยเฉพาะกิจยะลา, หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส และ หน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธินกองทัพเรือ ร่วมกับ กองบังคับการควบคุมสุริโยทัย เป็นหน่วยรับผิดชอบ ปฏิบัติตามแผนสกัดกั้นชายแดน ประจำปี 2568 ด้านจังหวัดสงขลา มอบหมายให้ หน่วยเฉพาะกิจสงขลา ประสานการปฏิบัติกับ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 ซึ่งเป็นหน่วยรับผิดชอบ ปฏิบัติตามคำสั่งป้องกันชายแดน ประจำปี 2568 ของกองกำลังเทพสตรี

  • พื้นที่รักษาความมั่นคงภายใน ประกอบด้วย

  • พื้นที่ป่าภูเขาและหมู่บ้านเชิงเขา มอบหมายให้ หน่วยเฉพาะกิจจังหวัด โดยชุดปฏิบัติการป่าภูเขา ของหน่วยเฉพาะกิจประจำพื้นที่ และ หมวดลาดตระเวนระยะไกลป่าภูเขา เข้าปฏิบัติการในพื้นที่

  • พื้นที่ตอนในเขตหมู่บ้าน/ชุมชน, เขตเทศบาล และเมืองเศรษฐกิจ มอบหมายให้ หน่วยเฉพาะกิจจังหวัด บูรณาการกำลังทุกประเภท เข้าปฏิบัติการในพื้นที่

  • นอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบ ตรวจสอบตามเส้นทางรถยนต์ และเส้นทางรถไฟ

ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายตรง แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 โทร. 06-1173-2999 หรือเบอร์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งขอเรียนให้ทราบว่าผู้ให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การนำพาซ่อนเร้น การให้การสนับสนุนที่พักพิง หรือการสนับสนุนเสบียงอาหาร จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...