โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"ชาวนา” ร้องราคาข้าวดิ่งกว่า 50% ต้นทุนพุ่ง 7 พันต่อไร่ รัฐยังไร้เยียวยา

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 29 มิ.ย. 2568 เวลา 02.26 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 09.16 น.

นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สถานการณ์ราคาข้าวในปัจจุบันน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง โดยราคาข้าวเปลือกเจ้าเกี่ยวสด (ความชื้น 25%) ตกลงมาอยู่ที่ระดับ 5,000–6,000 บาทต่อตัน ถือว่าลดลงมากจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เคยพุ่งถึง 11,000–12,000 บาทต่อตัน หรือหายไปมากกว่า 50%

“วันนี้ราคาข้าวเปลือกขยับขึ้นมานิดเดียว แต่ภาพรวมยังน่าห่วง เพราะผลผลิตในประเทศเริ่มออกมาก ประกอบกับไทยยังส่งออกได้ยาก ราคาข้าวไทยแพงกว่าคู่แข่ง เช่น เวียดนาม ส่งผลให้ชาวนาขายได้ราคาต่ำ ขณะที่ต้นทุนสูงลิ่ว ทำให้หลายรายเริ่มขาดทุน”

โดยต้นทุนการผลิตของชาวนาไทยปัจจุบันเฉลี่ยที่ 5,500–6,000 บาทต่อไร่ และกำลังเพิ่มเป็น 7,000 บาทต่อไร่ในกรณีที่ชาวนาไม่เผาฟางข้าว ซึ่งต้องใช้สารชีวภัณฑ์ในการย่อยสลายตอซังและฟางข้าว เพื่อควบคุมฝุ่น PM2.5 ตามนโยบายของรัฐบาล ทำให้ต้องแบกรับภาระต้นทุนในส่วนนี้เพิ่มขึ้น

ขณะที่ผลผลิตต่อไร่ของไทยยังต่ำไม่ถึง 1 ตัน เฉลี่ยสูงสุดเพียง 700–800 กิโลกรัมต่อไร่ แต่เวียดนามผลิตได้ถึง 1.2–1.3 ตัน(1,200-1,300 กก.ต่อไร่) หรือบางพันธุ์ทำได้สูงถึง 1.6 ตันต่อไร่ ทำให้ไทยเสียเปรียบในการแข่งขันอย่างชัดเจน

นายปราโมทย์ กล่าวอีกว่า แม้ราคาข้าวเปลือกของไทยจะยังอยู่ที่ระดับ 5,000–6,000 บาทต่อตันในเวลานี้ แต่ตนก็ติดตามใกล้ชิดว่าสุดท้ายอาจจะหลุดเหลือเพียงระดับ 4,000 บาทต่อตันหรือไม่ ขณะที่ราคาส่งออกข้าวไทยยังสูงกว่าคู่แข่ง ทำให้ผู้ซื้อในตลาดโลกหันไปหาประเทศอื่นแทน ส่งผลให้ข้าวไทยระบายในประเทศลำบาก ราคาข้าวภายในจึงยิ่งตกต่ำ

ปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย

“เมื่อข้าวขายไม่ได้ ราคาก็ลง คนปลูกก็ขาดทุน ทั้งที่เรามีต้นทุนสูงกว่าประเทศอื่น แต่เวลานี้มาตรการเยียวยาของภาครัฐยังเป็นไปอย่างล่าช้า จากส่วนหนึ่งติดปัญหาจากภาคการเมือง ทำให้มาตรการช่วยเหลือยังไม่ชัดเจน และยังมีความไม่แน่นอน ทั้งการเยียวยาไร่ละ 1,000 บาท สำหรับข้าวฤดูนาปรังที่ผลผลิตยังทยอยออกสู่ตลาด และไร่ละ 2,000 บาท สำหรับรอบนาปีที่ผลผลิตจะออกมาในปลายปีนี้”

สำหรับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น การวิจัยสายพันธุ์เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และมาตรการเสริมประสิทธิภาพการตลาด รวมถึงเร่งเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เป็นสิ่งจำเป็น หากไทยยังต้องการรักษาอุตสาหกรรมข้าวไว้ได้อย่างยั่งยืน

อนึ่ง ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2568 ที่มีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ยังไม่ได้เห็นชอบการจ่ายเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ สำหรับข้าวนาปรัง ปีการผลิต 2568 วงเงินประมาณ 7,500 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเหลือเกษตรกรรวมกว่า 8 แสนครัวเรือน

ทั้งนี้ที่ประชุม นบข. ได้มอบหมายให้อนุกรรมการฯด้านการผลิต ไปทบทวนรายละเอียดของการจ่ายเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ ให้เป็นไปตามขั้นตอนอีกครั้ง คาดว่าจะเสนอเข้ามาในที่ประชุม นบข.อีกครั้ง เพื่อพิจารณาอนุมัติ จากนั้นจึงเสนอไปยังครม.ตามขั้นตอนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...