โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พิรงรอง ชี้ก่อนรับรองผล “ประมูลคลื่น” ควรตั้งเงื่อนไขสั่งปรับ แนบท้ายใบอนุญาต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 02.01 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 01.55 น.
พิรงรอง รามสูต

พิรงรอง โพสต์เล่าประสบการณ์ “ประมูลคลื่น” ครั้งแรก ในฐานะ กสทช. พร้อมชวนตั้งข้อสังเกตเรื่องราคา พร้อมเผยว่าควรมีการตั้งเงื่อนไขหลังการแนบท้ายใบอนุญาตใช้คลื่น เช่นกรณีสั่งปรับหากไม่สามารถขยายโครงข่ายตามกำหนด

ศ. กิตติคุณ ดร. พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เปิดเผยความเห็นและประสบการณ์หลังการ ประมูลคลื่นความถี่สากลวานนี้ว่า

“วันนี้ วันอาทิตย์ที่ 29 มิ.ย. 2568) มีการจัดประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากลแบบ Multiiband ในย่าน 850 MHz 1500 MHz 2100 MHz และ 2300 MHz โดยการอนุญาตจะมีอายุ 15 ปี

เป็นครั้งแรก ที่ดิฉันได้มีส่วนร่วมในการประมูลคลื่นความถี่ในฐานะกรรมการ จึงขอบันทึกประสบการณ์เกี่ยวกับการประมูลในวันนี้ไว้สักเล็กน้อย แต่เนื่องจากยังไม่ได้มีการรับรองผลการประมูลอย่างเป็นทางการ (ตามที่ประธานบอกไว้ในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่าจะมีการรับรองผลการประมูลในการประชุม กสทช. ในวันพุธที่ 2 กค.นี้) ในส่วนนี้ก็อาจจะยังไม่ลงรายละเอียดมากนะคะ

1. ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมประมูลทั้งสองรายคือ TUC และ AWN มีการจัดขบวนแบบงานพิธีมงคลของไทย แนวร้องแห่แหน โห่ฮิ้ว และมีการดูฤกษ์ยามตามความเชื่อทางโหราศาสตร์ ตอนยืนถ่ายรูปเป็นสักขีพยานก่อนเปิดการประมูล ดิฉันได้ยืนอยู่ข้างคุณ Sigve Brekke ผู้บริหารของฝั่งทรูพอดี เลยแอบถามว่าการประมูลที่ประเทศอื่นมีพิธีกรรมแบบนี้ไหม ได้คำตอบว่าไม่เคยเห็นที่อื่น เมืองไทยเรา unique มากจริงๆ

2. ขณะที่การประมูลดำเนินไปตามขั้นตอนในห้องประมูล โดยมีผู้จัดการประมูล (Auctioneer) และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานกสทช.ดูแล ก็จะมีเสียงจากผู้ชุมนุมคัดค้านการประมูลเข้ามาให้ได้ยินตลอด ทราบมาว่าทางรปภ.ไม่ได้เปิดประตูให้ผู้ชุมนุมซึ่งตามข่าวคือมาจากสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ให้เข้ามาในบริเวณสำนักงาน แต่เห็นว่ามีการส่งรักษาการรองเลขากสทช.ท่านหนึ่งออกไปเจรจา ทว่าไม่ทราบว่าได้ผลอย่างไร เพราะไม่มีการรายงานให้ทราบ

3. ภาพรวมของการประมูล และผลที่ออกมาไม่ได้ต่างจากที่ดิฉันเคยคาดเอาไว้ คือ มีการแข่งขันกันต่ำ แม้แต่ในคลื่นที่มีการยื่นความจำนงมากกว่าหนึ่งราย และมีหนึ่งคลื่นที่ไม่มีผู้ประมูลเลยคือคลื่น 850 MHZ ดิฉันก็ยังคิดเหมือนเดิมว่า ในภาวะที่การแข่งขันต่ำ จำเป็นต้องกำหนดราคาประมูลเริ่มต้นสูงขึ้น เพื่อสร้างรายได้เข้ารัฐ แต่ก็ต้องเคารพในมติเสียงข้างมากซึ่งท่านก็คงมีเหตุผลและแนวทางการคิดราคาขั้นต่ำที่แตกต่างจากดิฉัน

ตามที่รับทราบผลการประมูล (แต่ยังไม่ได้รับรองผลอย่างเป็นทางการ) AWN ชนะประมูลคลื่นย่าน 2100MHz จำนวน 3 ชุด ในราคารวม 14,850,000,010 บาท (ชุดละประมาณ 4,940 ล้านบาท จากราคาเริ่มต้น 4,500 ล้านบาท) แต่สมมติว่ามีการกำหนดราคาตั้งต้นประมูลเท่ากับที่เคยจ่ายให้ NT ตามที่ดิฉันเสนอ แม้จะไม่มีการเคาะราคาเพิ่มเลย ก็จะสร้างรายได้รวมเท่ากับ 38,007 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าราคาชนะประมูลในวันนี้ถึง 2.5 เท่า

ส่วน TUC ชนะประมูลคลื่นย่าน 2300 MHz จำนวน 7 ชุด ในราคา 21,770,000,168 บาท (ประมาณชุดละ 3,110 ล้านบาท จากราคาขั้นต้น 2,596.15 ล้านบาท) และชนะประมูลคลื่นย่าน 1500 MHz จำนวน 4 ชุด ในราคา 4,653,960,168 บาท (ประมาณชุดละ 1,163.5 ล้านบาท จากราคาขั้นต้น 1,057.49 ล้านบาท) สำหรับ 15 ปี แต่สมมติว่า มีการกำหนดราคาตั้งต้นประมูลคลื่น 2300 MHz เท่ากับที่เคยจ่ายให้ NT ตามที่ดิฉันเสนอ แม้จะไม่มีการเคาะราคาเพิ่มเลย ก็จะสร้างรายได้รวมเท่ากับ 51,163 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าราคาชนะประมูลในวันนี้ถึง 2.3 เท่า

4. นอกจากนี้ ก่อนที่ตัวแทนของสำนักงานกสทช.จะได้รายงานผลการประมูลต่อที่ประชุม ดิฉันได้ขอให้เพิ่มเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตในเรื่องการกำหนดค่าปรับในกรณีผู้ชนะการประมูล (ผู้รับใบอนุญาต) ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการจัดให้มีโครงข่ายโทรคมนาคมตามที่ กสทช. กำหนดได้ โดยต้องชำระค่าปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.05 ของราคาประมูลสูงสุดของผู้รับใบอนุญาตตลอดระยะเวลาที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขภายในระยะเวลาที่ กสทช. กำหนด ซึ่งที่ประชุม กสทช. วันนี้มีฉันทามติร่วมกันที่จะเพิ่มเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตดังกล่าว เพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการให้สามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึงและครอบคลุมจำนวนประชากรในแต่ละตำบลตามที่กำหนด ทั้งนี้ กสทช.มีมติตั้งแต่ครั้งการประชุมที่ 11/2568 (ต่อเนื่อง)ว่า ผู้รับใบอนุญาตจะต้องจัดให้มีโครงข่ายโทรคมนาคม (Network roll-out) ครอบคลุมไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของจำนวนประชากรในแต่ละตำบล ภายในระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต

เป็นที่น่าสังเกตว่า ประกาศ กสทช.เกี่ยวกับการประมูลคลื่นในย่านต่างๆ ในอดีตที่ผ่านมาทุกฉบับ ตั้งแต่ปี 2555 จนถึงการประมูลครั้งก่อนหน้านี้ คือ ประกาศฯในปี 2562 มีการกำหนดค่าปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.05 ของราคาประมูลสูงสุดของผู้รับใบอนุญาต หากไม่สามารถดำเนินการ roll-out ได้ภายในเวลาที่กำหนด แต่ประกาศฯฉบับปี 2568 นี้กลับไม่มีข้อกำหนดในส่วนค่าปรับไว้เหมือนประกาศประมูลคลื่นทุกฉบับที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ในข้อ 15 ของประกาศฉบับปัจจุบันได้เปิดช่องให้สามารถกำหนดเงื่อนไขในการอนุญาตได้ และผู้รับใบอนุญาตจะต้องปฏิบัติตาม

ในการประชุมและรับรองผลการประมูลในวันพุธที่ 2 ก.ค. ที่จะถึงนี้ ดิฉันเชื่อว่า น่าจะได้มีการหยิบยกประเด็นต่าง ๆ ที่ควรพิจารณาเกี่ยวกับกระบวนการประมูลมาอภิปรายเพิ่มเติม รวมถึงประเด็นที่ดิฉันได้กล่าวมาแล้วนี้ด้วย

ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ของสำนักงานกสทช. ที่ทำงานกันอย่างหนักเพื่อเตรียมและจัดการประมูลในวันนี้จนเรียบร้อยเป็นอย่างดี และขอบคุณท่านที่ปรึกษาและทีมงานหน้าห้องของดิฉันซึ่งมาช่วยกันตั้งแต่เช้าและยังช่วยวิเคราะห์ข้อมูลทำความเข้าใจในมิติต่างๆ เกี่ยวกับประกาศฯและการประมูลมาเป็นแรมเดือนแล้ว

ดิฉันและทีมก็ขอยืนยันในเจตนาที่ดีและความมุ่งมั่นที่จะปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้บริโภคเสมอค่ะ”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พิรงรอง ชี้ก่อนรับรองผล “ประมูลคลื่น” ควรตั้งเงื่อนไขสั่งปรับ แนบท้ายใบอนุญาต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...