โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ศรีจันทร์ จากร้านยาเล็ก ๆ สู่แบรนด์ความงาม “พันล้าน” กับก้าวต่อไป “โกลบอลแบรนด์”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 มิ.ย. 2568 เวลา 16.10 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2568 เวลา 09.10 น.

เรื่องราวของ ศรีจันทร์ ไม่ใช่แค่ตำนานของ "แป้งม่วง" ที่คนไทยคุ้นเคย แต่คือมหากาพย์แห่งการเปลี่ยนแปลงภายใต้การนำของ ทายาทรุ่นที่ 3 ไม้ต่อมือ 2 "รวิศ หาญอุตสาหะ" ที่เข้ามารับไม้ต่อจากคุณปู่ พลิกร้านขายยาเล็กๆ สู่แบรนด์เครื่องสำอางตัวตึงของวงการ กับยอดขาย 4 ปีย้อนหลัง 1,600 ล้านบาท และกำลังก้าวไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่า นั่นคือการพิชิตตลาดโลก

รวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด เล่าย้อนว่ายุคสมัยของ "ศรีจันทร์" ถูกเปลี่ยนผ่านถึง 3 ยุคสำคัญๆ คือ

ยุคที่ 1: จุดเริ่มต้นจากร้านขายยาของคุณปู่

ศรีจันทร์เริ่มต้นจากร้านขายยาเล็ก ๆ ของคุณปู่ เป็นรากฐานของธุรกิจที่สั่งสมมานานหลายทศวรรษ

ยุคที่ 2: การค้นพบตัวตนและรีแบรนด์ครั้งใหญ่

เมื่อทายาทรุ่นที่ 3 อย่าง "รวิศ หาญอุตสาหะ" เข้ามารับช่วงต่อในช่วงที่คุณปู่อายุ 85 ปี คือจุดเริ่มต้นของยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โจทย์ใหญ่คือการค้นหาตัวตนที่แท้จริงของแบรนด์ เพื่อก้าวจากร้านขายยาสู่สมรภูมิความงาม การค้นพบที่สำคัญคือศักยภาพของ "ผงหอมศรีจันทร์" ซึ่งเดิมใช้รักษาสิว ว่าสามารถต่อยอดสู่ตลาดแป้งฝุ่นได้ นี่เองคือจุดกำเนิดที่ทำให้ ศรีจันทร์ก้าวเข้าสู่ตลาดแป้งฝุ่นอย่างเต็มตัว และเพื่อปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัยและเข้ากับยุคสมัย จึงมีการ รีแบรนด์ครั้งใหญ่ ในปี 2010 ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ ศรีจันทร์เป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้น

ยุคที่ 3: บทเรียนจากวิกฤตโควิด-19 สู่การเติบโตแบบก้าวกระโดด

วิกฤตการณ์โควิด-19 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สร้างความยากลำบากให้กับธุรกิจทั่วโลก รวมถึง ศรีจันทร์ที่พึ่งพายอดขายจากช่องทางการขายบนห้างสรรพสินค้าเป็นหลัก บวกกับความต้องการเครื่องสำอางของผู้บริโภคที่ลดลงอย่างมากในช่วงที่ต้องอยู่บ้าน ได้รับผลกระทบอย่างจัง ในช่วงเวลานั้น รวิศ หันกลับมาสำรวจและจัดระเบียบศรีจันทร์ อย่างจริงจัง โดยให้ความสำคัญกับ 4 กลุ่มบุคคลสำคัญ ที่เป็นหัวใจขององค์กรคือ

  • ผู้ถือหุ้น: สร้างความเชื่อมั่นและขอใช้เงินลงทุนเพื่อความอยู่รอดและการพัฒนาองค์กร
    • พนักงาน: จัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกป้องกันโควิด-19 และรับประกันว่าจะไม่มีการเลิกจ้างหรือลดเงินเดือน (ยกเว้นผู้บริหารระดับสูง)
    • ลูกค้า: ส่งผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้ากว่า 5,000 คน เพื่อสร้างความสัมพันธ์และได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยม
    • สังคมรอบข้าง: จัดโครงการ "ศรีจันทร์ปันเพื่อนบ้าน" โดยสั่งซื้อข้าวสารอาหารแห้งจาก SME ทั่วประเทศ เพื่อแจกจ่ายให้กับชุมชนรอบ ๆ ออฟฟิศทุกวัน

แตกไลน์ “ศศิ” เจาะตลาดวัยรุ่น สร้างนิยามใหม่ให้ Beauty Beginner

นอกจากนี้ "รวิศ" ยังได้สร้างแบรนด์น้องสาวอย่าง "ศศิ" (Sasi) ขึ้นมา โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่ม Beauty Beginner โดยใช้อินไซต์ความต้องการของวัยรุ่นใน 3 มิติภายใต้ภาพลักษณ์เด็ก วัยรุ่น สดใสและแฟชั่น คือ

  • Multi-use Product ใช้ได้หลากหลาย เช่น ลิปสติกที่สามารถทาได้ทั้งตา แก้ม และปาก
  • ผลิตภัณฑ์ที่จัดการเรื่องสิวที่เป็น เพนพอยต์ ของวัยรุ่นโดยเฉพาะ
  • Fashion & Trendy สีสันของผลิตภัณฑ์ แพ็กเกจจิง รูปแบบการนำเสนอที่ทันกระแสความนิยมในกลุ่มวัยรุ่น ทำให้ภาพลักษณ์ของ ศศิ มีความเด็กและแฟชั่น

ศรีจันทร์: ยอดขายทะลุ 1,600 ล้านบาท

การปรับตัวอย่างรวดเร็วในช่วงวิกฤต ทำให้ศรีจันทร์ไม่ได้มีเพียงแค่แป้งฝุ่น แต่ยังขยายพอร์ตสินค้าสู่กลุ่ม สกินแคร์, กลุ่ม Color-based Makeup (เช่น รองพื้น, คุชชั่น) และกลุ่ม กันแดด ทั้งสามกลุ่มนี้มีการเติบโตสูงกว่าตลาด นอกจากนี้: "แป้งม่วง" ของศรีจันทร์ ยังคงครอง Market Share อันดับ 1 ในตลาดแป้งฝุ่น ขณะที่ ครีมซอง มียอดขายอันดับ 1 ในหมวด Skin Care และเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับกลุ่ม Skincare ของ ศรีจันทร์ อย่างมาก

ซึ่งไม่เพียงทำให้ ศรีจันทร์รอดพ้นมาได้ แต่ยังประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงปี 2021-2024 จากการเติบโตของสกินแคร์ถึง 117% และตั้งเป้าที่จะเพิ่มยอดขาย 45% และปิดยอดขายทั้งปี 2024 ที่ 1,600 ล้านบาท เติบโต 58.98% และในปีนี้ตั้งเป้าโต 30% - 40% จากช่องทางการจำหน่ายออฟไลน์ 90% และออนไลน์ 10%

จากความอยู่รอด สู่แบรนด์ที่มีจุดยืน

เรื่องราวของ "ศรีจันทร์" ในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความสำเร็จทางธุรกิจ แต่ยังเป็นการก้าวข้ามจากแบรนด์ที่เน้นการทำยอดขาย สู่การเป็น Purposeful Brand หรือแบรนด์ที่มีจุดยืนที่ชัดเจน ซึ่งผู้บริหารรุ่นที่ 3 ได้สะท้อนถึงเส้นทางที่ผ่านมาว่า

"ช่วงที่เข้ามาทำงานแรกๆ เป็นการทำงานเพื่อเอาชีวิตรอด คือการทำให้ธุรกิจรอดก่อน และไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่าการทำให้ธุรกิจใหญ่ขึ้น แต่พอทำธุรกิจไปเรื่อยๆ ก็อยากทำมากกว่านั้น เราอยากเป็นแบรนด์ที่คนไทยภาคภูมิใจ"

และการเดินทางของ "ศรีจันทร์" สู่เวทีโลก

ปัจจุบันภายใต้การนำของ รวิศ ศรีจันทร์ ได้บุกเบิกตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่องและประสบความสำเร็จในหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศลาว จากการที่เข้าไปทำกิจกรรมการตลาดอย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ อินฟลูเอนเซอร์ คนดังของลาว หรือการให้การสนับสนุนกิจกรรมสำคัญๆ อย่าง Miss Universe ลาว และ ลาวแฟชั่นวีค

"ตลาดลาวน่าสนใจมาก คนลาวดูสื่อของประเทศไทยเยอะมากและเป็นประเทศที่กำลังเติบโต"

นอกจากนี้ ศรีจันทร์ยังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในประเทศญี่ปุ่น ด้วยการเป็นแบรนด์เครื่องสำอางไทยแบรนด์แรกที่ได้ร่วมมือกับ "บันได" (Bandai) บริษัทของเล่นยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ในการทำ "กาชาปอง" ซึ่งมีวางจำหน่ายในญี่ปุ่น สร้างความฮือฮาและเป็นที่จดจำ

"ส่วนประเทศญี่ปุ่นมีสัญญาณดีของการเติบโตในอนาคต ปัจจุบันเรามีร้านจำหน่ายสินค้าของศรีจันทร์ในประเทศออฟไลน์ประมาณ 2,000 ร้านค้า"

สิ่งนี้ตอกย้ำถึงการยอมรับของแบรนด์ไทยในตลาดโลก โดยกลยุทธ์สำคัญที่ศรีจันทร์ใช้ในการบุกตลาดโลกคือการ มองหา Partner ในต่างประเทศ เพราะเป้าหมายไม่ใช่แค่การขายสินค้า แต่คือการ สร้างแบรนด์ ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจเชิงลึกของคนในพื้นที่

"ไทยบิวตี้" เทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงความภาคภูมิใจของ Made in Thailand

"เราเชื่อว่าวันนี้เราสามารถยืนหยัดแข่งขันได้ทั้งในเรื่องของ Product Branding คุณภาพ และฐานการผลิต" ผู้บริหารกล่าวอย่างมั่นใจและพร้อมที่จะเป็นผู้นำพา "เทรนด์ไทยบิวตี้" ไปสู่เวทีโลก และเสริมว่า "เรารู้สึกว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่แบรนด์ไทยกำลังมาแล้วรู้สึกได้จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น และสินค้า Made in Thailand ในตลาดเอเชียเป็นที่ยอมรับอย่างมาก"

สิ่งที่น่าสนใจคืออิทธิพลของ Soft Power ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก ซีรีส์ไทย ที่โด่งดังในต่างประเทศ ได้ส่งออก "วิธีการแต่งหน้า" ของคนไทย จนกระทั่งในญี่ปุ่นเกิดเทรนด์ "สุวาอิ เมคุ" ซึ่งหมายถึง "การแต่งหน้าแบบไทย" นี่คือข้อพิสูจน์ว่าความงามแบบไทยกำลังเป็นที่จับตาและได้รับความนิยมในระดับสากล

ทศวรรษทองของศรีจันทร์ และอุตสาหกรรมความงามไทย

ผู้บริหารทิ้งท้ายถึงอนาคตที่สดใสของศรีจันทร์ ว่า "เชื่อว่าทศวรรษต่อจากนี้ของศรีจันทร์จะเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก “เราจะขยายทุกมิติ”

ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมไทยและเทรนด์ ไทยบิวตี้ ก็พร้อมแล้วเช่นเดียวกัน เพราะคนในประเทศให้การยอมรับมากขึ้น Soft Power ของไทยที่กำลังพยายามผลักดันกันอยู่เริ่มออกดอกออกผลไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ไทย รวมถึงความพร้อมที่เราเป็นฐานผลิตค่อนข้างใหญ่ การจะดันเครื่องสำอางไทยไปสู่ตลาดโลกไม่ใช่เรื่องเกินฝัน"

การเดินทางของ ศรีจันทร์จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องราวของแบรนด์เครื่องสำอาง แต่คือการสะท้อนถึงความมุ่งมั่น ศักยภาพ และความภาคภูมิใจของ "ความเป็นไทย" ที่กำลังจะก้าวไปสร้างชื่อเสียงในระดับโลก

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...