โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สะพานแห่งกาลเวลา : ความลับของ ‘แอเรีย 51’

MATICHON ONLINE

อัพเดต 12 พ.ค. 2568 เวลา 09.33 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. 2568 เวลา 05.31 น.

ในที่สุด ความลับของ “แอเรีย 51” ก็ถูกเปิดเผยออกมาจนได้

หน่วยงานที่เปิดเผยความลับที่หลายคนแสวงหามานานนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น “สำนักงานข่าวกรองกลาง” หน่วยสืบราชการลับของสหรัฐอเมริกาที่เป็นที่รู้จักกันมากกว่าในชื่อย่อว่า“ซีไอเอ” นั่นเองที่ออกมาเปิดเผยว่า ในความเป็นจริงแล้ว แอเรีย 51 ใช้สำหรับทำอะไรกันแน่

“แอเรีย 51” เป็นปริมณฑลทางทหารของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ติดกับ “กรูม เลค” (Groom Lake) ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่แห้งเหือดไปแล้วในรัฐเนวาดา เป็นพื้นที่ “ต้องห้าม” ชนิดห้ามผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปเด็ดขาด อาณาบริเวณของแอเรีย 51 มีรั้วลวดหนามขึง แสดงตำแหน่งไว้ชัดเจนโดยตลอด

ด้วยความลึกลับชนิดห้ามเข้าเด็ดขาดเช่นนี้ ทำให้ “แอเรีย 51” กลายเป็นเรื่องเล่าลือกันขนานใหญ่ในวงกว้างโดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา บ้างก็ว่าเป็นพื้นที่ที่อยู่ในความสนใจของ“มนุษย์ต่างดาว” ที่แวะเวียนมาสังเกตการณ์อยู่บ่อยครั้ง เรื่อยไปจนถึงเรื่องเล่าตามทฤษฎีสมคบคิดที่ว่า แอเรีย 51 คือสถานที่ที่ทางการอเมริกันนำเอาซากยูเอฟโอและซากมนุษย์ต่างดาวมาเก็บไว้ และตรวจสอบศึกษา ไม่น่าแปลกที่มีรายงานการพบเห็น “ยูเอฟโอ” บริเวณนี้บ่อยๆ และต่อเนื่องกันมานานปีดีดัก

สิ่งที่ช่วยให้ความลึกลับยิ่งลึกลับมากขึ้นก็คือ ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาปฏิบัติการทั้งหมดในพื้นที่แอเรีย 51 จำต้องปกปิดเป็นความลับสุดยอด จนแม้แต่คนในท้องถิ่นเองก็ไม่รู้แม้แต่เค้าเงื่อนใดๆ ทั้งๆ ที่สถานที่นี้อยู่ห่างจากลาสเวกัส พื้นที่ที่มีแสงสีที่สุดของรัฐเนวาดา เพียง 133 กิโลเมตรเท่านั้นเอง

เมื่อมีความลับก็ต้องมีคนอยากไขความลับ ถึงขนาดเมื่อปี 2019 มีการรณรงค์ผ่านเฟซบุ๊กชวนกันไปบุก “แอเรีย 51” ภายใต้คำขวัญปลุกใจที่ว่า “พวกเขาหยุดเราทั้งหมดไม่ได้หรอก” ได้รับการขานรับมากมาย หลายคนถึงกับไปปรากฏตัวจริงๆ แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครเล็ดลอดเข้าไปภายในได้แม้แต่รายเดียว

ถ้างั้นแอเรีย 51 คืออะไรกันแน่ เป็นของกองทัพไว้สำหรับอะไรกัน?

คำตอบสั้นๆ ง่ายๆ ก็คือ แอเรีย 51 คือพื้นที่ทดสอบ ทดลองปฏิบัติการของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาที่เข้าครอบครองพื้นที่มาตั้งแต่ทศวรรษ 1950 นั่นแหละ สิ่งที่ทดสอบเป็นหลักมาตั้งแต่ต้นก็คือ เครื่องบินจารกรรม ยู-ทู (U-2 spy plane)

ยู-ทู เป็นเครื่องบินตรวจการณ์ทางทหารจากระดับสูง สูงมากเหนือระดับ 21,300 เมตร เป็นเครื่องบินสอดแนม เก็บรวบรวมข่าวกรองทางทหารที่ปฏิบัติการได้ในทุกสภาพอากาศ

ยู-ทู ระหว่างทดสอบ เป็นความลับสุดยอดทางทหาร การทดสอบที่ต้องทำโดยการบินขึ้น-ลงบ่อยครั้ง เมื่อบวกกับความลึกลับที่ต้องปกปิดเข้มงวด ก็ทำให้ไม่น่าแปลกใจที่ทำให้มีคนเข้าใจผิด และรายงานว่าเป็นการพบเห็นยูเอฟโออยู่บ่อยๆ ในบริเวณแอเรีย 51

เมื่อปี 2013 มีผู้สื่อข่าวอาศัยกฎหมายว่าด้วยเสรีภาพด้านข้อมูลข่าวสารขอข้อมูลเกี่ยวกับยู-ทู ในข้อมูลดังกล่าวระบุไว้ชัดเจนว่า การทดสอบเครื่องบินนี้ในระดับเพดานบินสูงๆ ส่งผลให้การรายงานการพบเห็นยูเอฟโอเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดข้อมูลที่เผยแพร่ออกมานี้เสริมเอาไว้ด้วยว่า กว่าครึ่งของรายงานการพบเห็นยูเอฟโอ ในช่วงปลายทศวรรษ 1950 จนถึงเกือบตลอดทศวรรษ 1960 ล้วนเป็นผลมาจากการทดสอบการบินของยู-ทู ทั้งสิ้น

ว่ากันว่า ปีกที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อการบินที่เพดานบินสูงมากของเครื่องบินสอดแนมรุ่นนี้ ทำให้เมื่อจะร่อนลง ต้องยั้งตัวเองให้หยุดนิ่งกลางอากาศอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ยิ่งกลายเป็นเรื่องแปลกและเป็น“ยูเอฟโอ” สำหรับผู้คนในยุคนั้น

ยิ่งไปกว่านั้น การที่ต้องปฏิบัติการที่เพดานบินสูงมากๆ ทำให้นักบินและผู้ช่วยจำเป็นต้องสวมเครื่องแบบพิเศษ ออกแบบมาให้เหมาะสมกับปฏิบัติการในชั้นบรรยากาศที่แตกต่างออกไปจากปกติ คือคล้ายคลึงกับ “ชุดอวกาศ” ยิ่งช่วยให้เสียงเล่าลือว่ามียูเอฟโอและมนุษย์ต่างดาว สะพัดมากยิ่งขึ้นไปอีก

ทั้งหมดนี้คือคำตอบของคำถามที่ว่า “แอเรีย 51” มีไว้เพื่ออะไรจากซีไอเอ ที่ฟังแล้วอาจ “ธรรมดา” ไปมากสำหรับบรรดาสาวกเอเลี่ยนและยูเอฟโอทั้งหลาย เพราะเป็นแค่เพียงสถานที่ทดสอบเครื่องบินในยุคสงครามเย็น ซึ่งจำเป็นต้องปิดเป็นความลับสุดยอดเท่านั้นเอง

แต่ผู้เขียนขอยืนยันไว้ ณ ที่นี้ว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคำถามที่ว่า ยูเอฟโอมีจริงหรือไม่แต่อย่างใดทั้งสิ้นครับ

ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สะพานแห่งกาลเวลา : ความลับของ ‘แอเรีย 51’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...