โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่องจุดแข็ง ‘3 กลุ่มทุน’ ที่ได้ไลเซนส์ ‘Virtual Bank’ ก่อนจะให้บริการจริงปีหน้า

Positioningmag

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 05.57 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 05.57 น. • TopTen

ประกาศชื่อไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับผู้ที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้ง Virtual Bank โดยมีด้วยกัน 3 จาก 5 กลุ่มทุน โดยPositioning จะพาไปดูถึง จุดแข็ง ของแต่ละกลุ่ม ว่ามีความพร้อมแค่ไหนก่อนจะเริ่มให้บริการภายในเดือนมิถุนายน 2569

KTB + AIS + GULF + OR

ถือเป็นกลุ่มที่ได้เปรียบในด้าน Touch Point และ ฐานลูกค้า เพราะ ธนาคารกรุงไทย (KTB) เป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์มเป๋าตัง ทำให้มีฐานลูกค้าถึง 40 ล้านคน ส่วน เอไอเอส (AIS) ก็มีจำนวนลูกค้าโมบายกว่า 45.7 ล้านเลขหมาย และลูกค้าบรอดแบนด์ 4.94 ล้านราย และในฝั่งของ OR เองก็มีสมาชิกราว 7.9 ล้านราย จากสมาชิก Blue Plus+
ดังนั้น การรวมตัวกันของ 3 ยักษ์ใหญ่ ทำให้มี ข้อมูลลูกค้าจำนวนมหาศาล ที่สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน หรือกลุ่ม Underserved
นอกจากนี้ เรื่องของการเข้าถึงก็ไม่น่าเป็นห่วง เพราะธนาคารกรุงไทย ถือเป็นธนาคารที่มีสาขามากที่สุดในไทยด้วยจำนวน 975 แห่งขณะที่ เอไอเอส ก็มีช่องทางการจัดจำหน่ายและบริการลูกค้า 23,000 แห่ง ในส่วนของ OR ที่เด่น ๆ ก็มี PTT Station 2,279 แห่ง และ คาเฟ่ อเมซอน กว่า 4,430 สาขา ดังนั้น สามารถเข้าถึงคนไทยได้ทั่วประเทศแน่นอน


SCBx + WeBank + KakaoBank

ถือเป็นกลุ่มที่มีจุดเด่นในด้าน เทคโนโลยีฟินเทคเนื่องจากได้พันธมิตรระดับโลกอย่าง WeBankธนาคารดิจิทัลรายแรกของจีนที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 โดย Tencent ปัจจุบัน WeBank ถือเป็นธนาคารดิจิทัลใหญ่ที่สุดของจีน มีผู้ใช้งานมากกว่า 362 ล้านบัญชี และ 75% ของผู้ใช้เป็นกลุ่มชนชั้นแรงงาน ซึ่งเป็นกลุ่ม Underserved
ที่ผ่านมา WeBank ประสบความสำเร็จอย่างมากในการให้บริการสินเชื่อรายย่อย (micro-loans) ให้กับกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อจากธนาคารดั้งเดิมได้ นอกจากนี้ WeBank ยังใช้เทคโนโลยี AI และ Chatbot ในการให้บริการลูกค้าถึง 98%
ส่วน KakaoBank ที่เปิดตัวในปี 2017 แต่สามารถขึ้นเป็นธนาคารดิจิทัลอันดับหนึ่งของเกาหลีใต้ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยความที่ KakaoBank ให้ความสำคัญกับการออกแบบแอปพลิเคชันให้ใช้งานง่าย สะดวก รวดเร็ว และเป็นมิตรกับผู้ใช้ (user-friendly) ตั้งแต่การเปิดบัญชี (paperless, ภายในไม่กี่นาที) การโอนเงิน (โอนระหว่างบัญชี KakaoTalk ได้เลย) ไปจนถึงการขอสินเชื่อ
อีกทั้งยังมีนวัตกรรมใหม่ ๆ มาดึงดูดผู้ใช้ อาทิ 26-Week Installment Savings Account บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่ท้าทายให้ผู้ใช้เก็บเงินเป็นระยะเวลา 26 สัปดาห์ ด้วยรูปแบบที่สนุกและจูงใจทำให้การบริหารจัดการเงินเป็นกลุ่มง่ายขึ้น ทำให้ได้ใจคนรุ่นใหม่แบบสุด ๆ
ขณะที่เอสซีบี เอกซ์ (SCBx)ยานแม่ของกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงิน โดยมี 11 บริษัทภายใต้กลุ่มฯ ครอบคลุม 3 กลุ่มธุรกิจสำคัญ ได้แก่ ธุรกิจธนาคาร (Banking Business) ธุรกิจบริการทางการเงินดิจิทัลและสินเชื่อเพื่อรายย่อย (Consumer and Digital Finance Business) ธุรกิจแพลตฟอร์มและเทคโนโลยี (Platform and Technology Business) ดังนั้น กลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มที่น่าจับตาใน Know How ด้านเทคโนโลยีที่ถูกพิสูจน์มาแล้วในตลาดจีนและเกาหลีใต้


ascend money + Ant Group

ถือเป็นกลุ่มที่มีจุดแข็งทั้งฐานลูกค้า และเทคโนโลยีระดับโลก เพราะ ascend money เป็นกลุ่มบริษัทใน เครือเจริญโภคภัณฑ์หรือ ซีพีที่ให้บริการ e-Wallet อย่างรูมันนี่ (TrueMoney)ซึ่งมีผู้ใช้กว่า 34 ล้านคน ทั่วประเทศ และที่ผ่านมา บริษัทได้ออกสินเชื่อ กรมธรรม์ประกันภัย และกองทุนรวม ซึ่งลูกค้าเกินกว่า 50% เป็นกลุ่มที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อเป็นครั้งแรก หรือเคยลงทุนเป็นครั้งแรก
และอย่างที่ทราบว่า เครือซีพีมีธุรกิจที่หลากหลาย ดังนั้น จะช่วยให้เข้าถึงข้อมูลมหาศาลจากฐานลูกค้าในเครือ เช่น ลูกค้า ทรูมูฟเอช ที่มีกว่า 51 ล้านเลขหมาย เป็นต้น
ขณะที่ แอนท์ กรุ๊ป (Ant Group)ที่เป็นพันธมิตร ก็ถือเป็นบริษัทฟินเทคของ อาลีบาบา (Albaba) จากจีน ซึ่ง Alipay ถือเป็น แพลตฟอร์มชำระเงินผ่านมือถือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยจำนวนผู้ใช้กว่า 1 พันล้านรายและมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี AI และ Data Analytics ในการประเมินความเสี่ยงและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ดังนั้น ไม่น่าห่วงเรื่อง Know how และเทคโนโลยี เพราะถือเป็นเบอร์ต้น ๆ แน่นอน
ก็คงต้องรอดูว่าแต่ละกลุ่มทุนจะออกผลิตภัณฑ์แบบไหนมาดึงดูดผู้ใช้งานกันบ้าง และจะสามารถเข้าถึงกลุ่มที่ยังไม่ได้รับการบริการทางการเงินได้อย่างทั่วถึงอย่างที่ต้องการหรือไม่ อีก 1 ปีจากนี้ได้รู้กัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...