โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กนง.คงดอกเบี้ย ป.ป.ช.เร่งสอบ ปมงบ3.5หมื่นล.

ไทยโพสต์

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 00.03 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 17.01 น.

“กนง.” มีมติ 6 ต่อ 1 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1.75% ต่อปี หลังประเมิน ศก.ครึ่งปีแรกฉลุย หนุนขยับเป้าจีดีพีปี 68 โตเพิ่มที่ 2.3% ห่วงครึ่งปีหลังเปราะบางเหตุพิษภาษีสหรัฐ "ป.ป.ช." เร่งสอบปมโยกงบ 3.5 หมื่นล้านแจกเงินดิจิทัล ขัด รธน.ม.144 พร้อมสอบร้องจัดงบแจกนักการเมืองเพื่อไทยคนละ 50 ล้าน

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงถึงผลประชุม กนง.ว่า ที่ประชุมมีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% ต่อปี เนื่องจากประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ขยายตัวได้ดีกว่าที่ประเมินไว้ โดยคาดว่าจะขยายตัวได้ถึง 2.9% จากภาคการผลิตและการเร่งส่งออกสินค้า ส่วนครึ่งหลังของปีนี้ คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ที่ระดับ 1.7% ส่งผลให้มีการปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ในปี 2568 เป็น 2.3% จากกรอบเดิมที่ 1.3-2% ขณะเดียวกันได้ปรับลดคาดการณ์จีดีพีปี 2569 ลงมาอยู่ที่ 1.7% จากเดิมที่ 1.8% ภายใต้สมมุติฐานที่ไทยถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐ 18% ขณะที่ประเทศอื่นๆ ถูกเรียกเก็บ 10%

ส่วนการส่งออกในปี 2568 จะขยายตัว 4% และปี 2569 คาดว่าจะติดลบ 2% ส่วนการนำเข้าในปี 2568 คาดว่าจะขยายตัว 5.3% และปี 2569 คาดว่าจะติดลบ 1.9% ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2568 คาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำที่ 0.5% ส่วนปี 2569 ที่ 0.8% จากหมวดพลังงานและอาหารสด ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในปีนี้คาดอยู่ที่ 1% และปีหน้าที่ 0.9%

นายสักกะภพกล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงในระยะถัดไป โดยมีความเสี่ยงจากการส่งออกสินค้าที่จะได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐ กนง.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 2% หากไม่เกิน Shock รุนแรง ขณะเดียวกันหากจีดีพีปีนี้จะโตต่ำกว่า 2% ต้องอยู่ในกรณีที่เกิด Shock รุนแรงในครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาตัวเลขจีดีพีเคยโตติดลบติดกันอย่างน้อย 2 ไตรมาส เป็นจำนวน 4 ครั้ง คือวิกฤตทางการเงินในเอเชีย (AFC), วิกฤตการณ์การเงินโลก (GFC), ความไม่สงบทางการเมืองปี 2556 และสถานการณ์โควิด-19 ดังนั้นในเรื่อง Technical Recession นั้น หากข้างนอกเกิดวิกฤตเศรษฐกิจถดถอย ไทยเองก็มีโอกาสได้ แต่น้อยมาก ส่วนปัจจัยเรื่องการเมืองในประเทศนั้นยังไม่ได้รวมเข้าไปใน Baseline โดยสิ่งที่ต้องติดตามคือ เรื่องงบประมาณปี 2569 ที่ออกล่าช้า อาจจะกระทบกับจีดีพีปีนี้ และกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนได้

"ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง มีแนวโน้มชะลอตัวลงค่อนข้างแรง โดยคาดว่าการส่งออกสินค้าจะได้รับผลกระทบมากขึ้นจากนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐ การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงตามแนวโน้มรายได้และความเชื่อมั่นที่ลดลง ด้านจำนวนนักท่องเที่ยวปรับลดลงแม้รายรับนักท่องเที่ยวยังขยายตัวได้จากค่าใช้จ่ายต่อหัว โดยธุรกิจส่วนหนึ่งยังถูกกันจากสินค้านำเข้าและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป" เลขาฯ กนง.ระบุ

วันเดียวกัน นายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ป.ป.ช.มีมติรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการโยกงบประมาณจากธนาคารของรัฐ จำนวน 35,000 ล้านบาท ไปใส่ในงบกลาง เพื่ออาจนำไปใช้ในโครงการแจกเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ตว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนสอบสวนของพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ถูกร้องเรียน

นายสาโรจน์กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 144 ซึ่งกำหนดให้ ป.ป.ช.ต้องดำเนินการสอบสวนโดยเร็ว และไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการไต่สวนเหมือนในกรณีอื่น โดย ป.ป.ช.จะมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการสอบสวนแทน เช่นเดียวกับกรณีการทุจริตแผนการใช้งบประมาณโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง ปี 2568 ที่มีชื่อนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นผู้อนุมัติเสนอเข้าสู่ที่การประชุม ครม. รวมงบประมาณทั้งสิ้น 51,584.00817 ล้านบาท

"ในข้อร้องเรียนพบมีการจัดงบประมาณดังกล่าวให้กับนักการเมืองพรรคเพื่อไทยคนละ 50 ล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้ก็กำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่เช่นกัน" เลขาฯ ป.ป.ช.ระบุ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...