เบรกแรง! BIS ชี้ สเตเบิลคอยน์ สอบตกในการเป็นเงิน มองต้องจำกัดบทบาทชัดเจน
เบรกแรง! BIS ชี้ สเตเบิลคอยน์ สอบตกในการเป็นเงิน มองต้องจำกัดบทบาทชัดเจน
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -26 มิ.ย. 68 7:38: น.
BIS ชี้ว่า สเตเบิลคอยน์ ไม่สามารถ ทำหน้าที่เป็นเงินตราได้จริง เนื่องจากไม่ผ่านเกณฑ์พื้นฐาน 3 ข้อ พร้อมเรียกร้องให้มีการจำกัดบทบาท และต้องมีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด
ตามรายงานเศรษฐกิจประจำปี 2025 ของ ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ระบุว่า สเตเบิลคอยน์ ไม่สามารถ ทำหน้าที่เป็นเงินตราได้จริง เนื่องจากไม่ผ่านเกณฑ์พื้นฐาน 3 ข้อ
BIS ชี้ว่าสเตเบิลคอยน์ล้มเหลวในการทดสอบเกณฑ์ "ความเป็นเอกภาพ" "ความยืดหยุ่น" และ "ความน่าเชื่อถือ" ซึ่งเป็นมาตรฐานสำคัญของเครื่องมือการเงินที่มีประสิทธิภาพ
รายงานยังระบุอีกว่า สเตเบิลคอยน์เป็น "สินทรัพย์ดิจิทัลที่ใครถือก็เป็นเจ้าของ" ซึ่งคล้ายกับสินทรัพย์การเงินมากกว่าเงินตราจริง แตกต่างจากสกุลเงินเฟียตที่ธนาคารกลางรับรอง ซึ่งได้รับการยอมรับตามมูลค่า และไม่ต้องตรวจสอบ
โดย BIS มองว่า การเพิ่มปริมาณสเตเบิลคอยน์ที่หมุนเวียนในตลาดต้อง "จ่ายเงินล่วงหน้าเต็มจำนวน" ซึ่งขาดความยืดหยุ่นต่างจากเงินตราของระบบธนาคารที่ธนาคารกลางสามารถจัดหาสภาพคล่องได้ตามต้องการ
ด้านความปลอดภัย รายงานเน้นย้ำว่า สเตเบิลคอยน์มีความเสี่ยงในการใช้เพื่อการฟอกเงิน การหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตร และการสนับสนุนผู้ก่อการร้าย โดยเฉพาะเมื่อใช้ผ่านกระเป๋าเงินที่ไม่มีการจัดเก็บข้อมูล
อย่างไรก็ตาม BIS ยอมรับว่า สเตเบิลคอยน์มีข้อดีตรงที่สามารถโอนเงินข้ามพรมแดนได้ไว และมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำ แต่ควรมีบทบาทที่จำกัด และต้องได้รับการกำกับดูแลอย่างชัดเจน
แม้จะมีท่าทีเข้มงวดต่อสเตเบิลคอยน์ แต่ BIS กลับมองว่า การแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน (Tokenization) เป็น "นวัตกรรมที่เปลี่ยนโลก" สำหรับระบบการเงินรุ่นใหม่ โดยมองว่า เป็นการต่อยอดจากระบบการเงินดั้งเดิมมากกว่าเข้ามาทดแทน
ที่มา : cointelegraph
* การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
รายงาน โดย สหรัฐ ฉัตราพงษ์ เรียบเรียง โดย สหรัฐ ฉัตราพงษ์
อีเมล์. saharat@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ