ราคาน้ำมันดิบโลก ลดลงเล็กน้อย เหตุ OPEC+ เพิ่มการผลิต – เศรษฐกิจโลกยังไม่แน่นอนจากสงครามภาษี
ราคาน้ำมันขยับลง แม้ก่อนหน้านี้จะพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ แรงกดดันจากการเพิ่มกำลังการผลิตของ OPEC+ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจากสงครามภาษีสหรัฐ-จีน ยังคงฉุดความเชื่อมั่นของนักลงทุน
วันที่ 4 มิถุนายน 2568 เวลา 08.13 น. สำนักข่าวีอยเตอร์รายงานว่า ราคาน้ำมันปรับลดลงเล็กน้อยในช่วงการซื้อขายเช้าเอเชียวันพุธ ท่ามกลางความกังวลเรื่องสมดุลอุปสงค์–อุปทานที่เริ่มคลายตัว หลังกลุ่ม OPEC+ เพิ่มการผลิต และความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีอยู่จากความตึงเครียดทางภาษี
*สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ลดลง 5 เซนต์ หรือ 0.1% มาอยู่ที่ 65.58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 00:40 GMT ขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐฯ อยู่ที่ 63.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 9 เซนต์ หรือ 0.1%*
ราคาน้ำมันทั้งสองชนิดปรับขึ้นราว 2% เมื่อวันอังคาร สู่ระดับสูงสุดในรอบสองสัปดาห์ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการจัดส่งน้ำมันจากเหตุไฟป่าที่แคนาดา และคาดการณ์ว่าอิหร่านจะปฏิเสธข้อเสนอข้อตกลงนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญต่อการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรต่อผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่
ทสึโยชิ อูเอโนะ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากสถาบันวิจัย NLI กล่าวว่า “แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันจากแคนาดา และการเจรจานิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ที่หยุดชะงัก ตลาดน้ำมันยังคงมีแรงต้านในการปรับขึ้นต่อ” พร้อมเสริมว่า การเพิ่มการผลิตของกลุ่ม OPEC+ กำลังกดดันการปรับขึ้นของราคา
อูเอโนะยังกล่าวว่า ความหวังในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนที่อาจคืบหน้านั้น ถูกกลบด้วยแรงขายทำกำไรของนักลงทุน เนื่องจากนักลงทุนยังคงระมัดระวังต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้างจากสงครามภาษี
ทำเนียบขาวเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน อาจมีการพูดคุยกันในสัปดาห์นี้ เพียงไม่กี่วันหลังจากที่ทรัมป์กล่าวหาว่าจีนละเมิดข้อตกลงในการลดภาษีและข้อจำกัดทางการค้า
ขณะที่รัฐบาลทรัมป์กำลังกดดันประเทศคู่ค้าให้เสนอเงื่อนไขการเจรจาที่ดีที่สุดภายในวันพุธ การเจรจาที่ล่าช้าและเส้นตายที่ถูกเลื่อนบ่อยครั้งทำให้นักเศรษฐศาสตร์ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจลง
เมื่อวันอังคาร องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกลง เนื่องจากผลกระทบจากสงครามการค้าที่ทรัมป์เป็นผู้นำกำลังสร้างความเสียหายมากขึ้นต่อเศรษฐกิจสหรัฐ
ในอีกด้านหนึ่ง ไฟป่าจำนวนมากได้ลุกลามในแคนาดาตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม ส่งผลให้มีการอพยพประชาชนหลายพันคน และทำให้การผลิตน้ำมันดิบในประเทศหยุดชะงัก
ข้อมูลจากแหล่งข่าวในตลาดระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลง 3.3 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 30 พฤษภาคม โดยอ้างอิงจากตัวเลขของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (API) เมื่อวันอังคาร ในขณะที่สต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 4.7 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นประมาณ 760,000 บาร์เรล โดยผลสำรวจจาก Reuters ของนักวิเคราะห์ 9 ราย คาดการณ์โดยเฉลี่ยว่าสต็อกน้ำมันดิบจะลดลง 1 ล้านบาร์เรล
ทั้งนี้ ข้อมูลทางการเกี่ยวกับสต็อกน้ำมันจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) จะเผยแพร่ในวันพุธ
อ้างอิง : reuters.com