โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘มัสก์’ ไม่ทน ร่วมวงวิจารณ์ กม. ลดหย่อนภาษี - งบประมาณรายจ่าย

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 05 ก.ค. 2568 เวลา 04.22 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2568 เวลา 09.00 น.

อีลอน มัสก์ ซีอีโอเทสลา โพสต์ความเห็นบน X สนับสนุนวุฒิสมาชิกแรนด์ พอล จากพรรครีพับลิกัน แห่งรัฐเคนทักกี ที่กล่าวว่า งบประมาณในกฎหมาย "ทำให้ขาดดุลเพิ่มขึ้น" และยังคงดำเนินงานตามแนวทาง "การเมืองในระยะสั้น มากกว่าความยั่งยืนในระยะยาว"

ทั้งนี้ สำนักข่าว CNBC ได้ติดต่อทำเนียบขาวเพื่อขอความเห็น

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (3 ก.ค.) สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ผ่านร่างกฎหมาย One Big Beautiful Bill หรือ OBBB ด้วยคะแนนเสียงเฉียดฉิว ซึ่งส่งผลให้ทรัมป์ลงนามกฎหมายฉบับนี้ ฉลองวันชาติสหรัฐในวันที่ 4 ก.ค.

สำนักงานงบประมาณรัฐสภาสหรัฐ (CBO) ซึ่งมีความเป็นอิสระ ระบุว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวอาจทำให้หนี้ของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.4 ล้านล้านจากเดิม 36.2 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วง 10 ปีข้างหน้า ขณะที่ทำเนียบขาวระบุว่า ข้อมูลนี้มาจากหน่วยงานที่เป็น "เลือกข้าง" และปฏิเสธความคิดเห็นดังกล่าว

สาระสำคัญของกฎหมายประกอบด้วย การลดหย่อนภาษีหลายล้านล้านดอลลาร์, เพิ่มการใช้จ่ายสำหรับการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง และตัดลดเงินทุนสำหรับ Medicaid ซึ่งเป็นโครงการประกันสุขภาพของผู้มีรายได้น้อย รวมทั้งผู้สูงอายุ เด็ก และบุคคลทุพพลภาพ และโครงการอื่นๆ อีกมาก

นอกจากนี้ ยังตัดลดเครดิตภาษีและการสนับสนุนพลังงานแสงอาทิตย์และลม รวมถึงยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ซึ่งเป็นการจี้จุดมัสก์โดยเฉพาะ เนื่องจากมีบริษัทของมัสก์หลายแห่งที่เคยได้รับประโยชน์จากโปรแกรมดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์โพสต์โซเชียลเมื่อต้นเดือนมิถุนายน ท่ามกลางบรรยากาศครุกรุ่น ระหว่างมัสก์กับทรัมป์พูดจาเชือดเฉือน โดยทรัมป์ระบุ “ผมยกเลิกคำสั่งโครงการเงินอุดหนุนซื้อรถอีวีของเขา ที่บังคับให้ทุกคนซื้อรถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่มีใครต้องการ (ซึ่งมัสก์รู้มาหลายเดือนแล้วว่าจะต้องทำ) และให้คลั่งไปเลย”

ราคาหุ้นเทสลา ร่วงลงอย่างหนัก เนื่องจากความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น โดยบริษัทสูญเสียมูลค่าตลาดไป 152,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา และทำให้มูลค่าบริษัทลดลงต่ำกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ หุ้นของเทสลาฟื้นตัวขึ้นมาเป็นส่วนใหญ่ตั้งแต่นั้นมา แต่ยังคงต่ำกว่าราคาซื้อขาย ก่อนเกิดเรื่องวุ่นวายกับทรัมป์

อ้างอิง Reuters

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...