โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กองทัพสหรัฐฯ คือผู้ผลิตก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ที่สุดของโลก

SpringNews

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 14.06 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 11.09 น.

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเพนน์สเตต ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร PLOS Climate เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กิจกรรมทั่วโลกที่อยู่ภายใต้การดำเนินงานของ "กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ" คือต้นตอของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลด

งานวิจัยระบุว่า การปล่อยมลพิษของกองทัพมีสาเหตุมาจากกิจกรรมต่างๆ เช่น การบำรุงรักษาฐานทัพทหาร การฝึกซ้อม การวิจัยและพัฒนา การขนส่งบุคลากร อุปกรณ์ และอาวุธไปทั่วโลก ซึ่งล้วนเป็นปฏิบัติการที่ต้องใช้พลังงานมหาศาล ส่งผลให้มีการปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศจำนวนมาก

แม้แต่เจ้าหน้าที่ทหารเองก็ยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของทั้งประเทศและของโลก และการศึกษาในช่วงก่อนหน้านี้ยังระบุถึงความเชื่อมโยงระหว่างค่าใช้จ่ายด้านการทหารของประเทศกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยเสนอว่า การลดค่าใช้จ่ายด้านการทหารของสหรัฐฯ อาจช่วยลดการใช้พลังงานได้อย่างมาก ซึ่งอาจประหยัดพลังงานได้เท่ากับการใช้พลังงานของประเทศเล็กๆ บางประเทศตลอดทั้งปี

เนื่องจากผลกระทบดังกล่าวส่วนใหญ่เกิดจากการใช้พลังงานจากสิ่งอำนวยความสะดวก ยานพาหนะ และอุปกรณ์เทคโนโลยี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อเพลิงที่ใช้กับเครื่องบิน ซึ่งหากปรับลดลงเพียงเล็กน้อย ก็อาจช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลได้อย่างมีนัยสำคัญ

นักวิจัยเน้นย้ำว่า ตอนนี้ยังมีความจำเป็นที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม เพื่อให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่างการใช้จ่ายทางการทหารและการบริโภคพลังงาน เพื่อนำไปสู่การผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...