‘ไทยสร้างไทย’ วอน ‘ภูมิใจไทย’ ทบทวนบทบาทในรัฐบาล หลัง ‘เพื่อไทย’ เดินเกมเขย่าเก้าอี้มหาดไทย
เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ที่พรรคไทยสร้างไทย นายทิวากร สุระชน รองเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของผู้มีอำนาจ ที่เดินหน้าประกาศชัดเจนเพื่อทวงคืนกระทรวงมหาดไทยจากพรรคภูมิใจไทย ว่า เป็นพฤติกรรมการเมืองที่ไม่ต่างอะไรกับการแย่งเก้าอี้ท่ามกลางไฟวิกฤติของประเทศ พร้อมเรียกร้องให้พรรคภูมิใจไทย พิจารณาถอนตัวจากรัฐบาล และหันมาร่วมกับฝ่ายค้าน เพื่อร่วมสร้างการเมืองสุจริตอย่างแท้จริง
“วันนี้ประชาชนเดือดร้อนจากวิกฤติเศรษฐกิจ ปากท้อง ความมั่นคงชายแดน และความเหลื่อมล้ำทางสังคม แต่รัฐบาลกลับใช้เวลานั่งจัดสรรอำนาจ แย่งชิงเก้าอี้รัฐมนตรี กระทรวงใหญ่ๆ อย่างกระทรวงมหาดไทย เหมือนไม่เห็นหัวประชาชนเลยแม้แต่น้อย” นายทิวากร กล่าว
นายทิวากร กล่าวอีกว่า นับตั้งแต่การจัดตั้งรัฐบาลกว่า 2 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่ประชาชนเห็นชัดที่สุด ไม่ใช่นโยบายหรือผลงานที่เป็นรูปธรรม แต่คือความขัดแย้งภายใน การต่อรองโควตารัฐมนตรี การแย่งชิงอำนาจ และการบริหารจัดการที่ล้มเหลว รัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ยังไม่สามารถผลักดันนโยบายสำคัญเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้เป็นรูปธรรมได้สักเรื่อง ตั้งแต่ค่าครองชีพ ราคาพืชผล การศึกษา หรือสวัสดิการพื้นฐาน วันนี้ประชาชนไม่มีคำตอบ แต่สิ่งที่มีให้เห็นกลับเป็นการแย่งเก้าอี้เพื่อความได้เปรียบทางอำนาจ
นายทิวากร กล่าวอีกว่า พรรคภูมิใจไทยขอให้ทบทวนบทบาทของตนในรัฐบาลชุดนี้อย่างจริงจัง เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาลกลับไม่สามารถร่วมกันขับเคลื่อนประเทศได้อย่างเป็นเอกภาพ ซ้ำยังเดินหน้าเขย่าเก้าอี้รัฐมนตรีมหาดไทยที่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยนั่งอยู่ วันนี้เพื่อไทยเดินเกมชัดเจนว่า ต้องการดึงมหาดไทยกลับมาเป็นของตัวเอง โดยไม่สนใจว่าประชาชนจะได้อะไรหรือไม่ ถ้าภูมิใจไทยยังมีจุดยืนเพื่อประชาชนจริง ควรถอนตัวจากรัฐบาล และแสดงภาวะผู้นำ ด้วยการจับมือฝ่ายค้านเพื่อขับเคลื่อนการเมืองที่สร้างสรรค์และรับผิดชอบต่อประชาชนมากกว่านี้ การแย่งเก้าอี้กระทรวงมหาดไทยในเวลานี้ เป็นไปเพื่ออะไร เพราะตลอดสองปีที่ผ่านมา ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์จากการสับเปลี่ยนเก้าอี้รัฐมนตรีเลยแม้แต่น้อย
นายทิวากร กล่าวย้ำว่า ตนขอเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองหยุดพฤติกรรมแย่งเก้าอี้เพื่อประโยชน์เฉพาะกลุ่ม และหันกลับมาสนใจปัญหาที่ประชาชนเผชิญอย่างหนักในทุกมิติ พร้อมเสนอให้ทบทวนโครงสร้างรัฐบาลเสียใหม่ หากยังเดินหน้าแบบเดิม ประเทศจะไม่สามารถหลุดพ้นจากวิกฤติได้แน่นอน