“อธิบดีกรมสนธิสัญญา“ เผย ยังไม่ได้รับหนังสือจากศาลโลก หลัง “กัมพูชา” ยื่นเมื่อวานนี้
“อธิบดีกรมสนธิสัญญา“ เผย ยังไม่ได้รับหนังสือจากศาลโลก หลัง “กัมพูชา” ยื่นเมื่อวานนี้ ยก MOU ต้องเจรจาอย่างสันติวิธีก่อนยื่นศาล แจงแผนที่ 1:50,000 เป็จแผนที่ยุทธการทางทหาร
ด้านนายเบจมินทร์ เปิดเผยถึงกรณีข้อพิพาท 4 พื้นที่ว่า ฝ่ายกัมพูชาได้แจ้งผ่านช่องทางไม่เป็นทางการว่า จะไม่นำเรื่องเข้าสู่กลไกทวิภาคีหรือเวที JBC อีก ซึ่งเป็นเรื่องที่ฝ่ายไทยเห็นว่าน่าเสียดาย เพราะตลอดช่วงที่ผ่านมา กลไก JBC ยังคงดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในกรณีการสำรวจหลักเขตแดนจำนวน 74 หลัก ซึ่งฝ่ายไทยและกัมพูชาเห็นชอบร่วมกันแล้วกว่า 40 หลัก
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ รัฐบาลไทยยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลกัมพูชาหรือศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เกี่ยวกับการยื่นฟ้องเรื่องเขตแดน จึงยังไม่ทราบรายละเอียดของคำร้องและฐานอำนาจที่กัมพูชาใช้ในการดำเนินคดี โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญอยู่ระหว่างติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด
รัฐบาลไทยเตรียมแผนรองรับไว้แล้วในทุกกรณีความเป็นไปได้ทางกฎหมาย โดยมีการตั้งทีมที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญระดับโลกคอยสนับสนุน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรอบคอบภายใต้หลักกฎหมายสากล
ฝ่ายไทยยังยืนยันจุดยืนว่าไม่รับเขตอำนาจของศาลโลกมาตั้งแต่ปี 2503 เช่นเดียวกับอีกกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ซึ่งไม่ยอมรับอำนาจของ ICJ ในข้อพิพาททั่วไป เว้นแต่มีการตกลงร่วมกันทั้งสองฝ่ายก่อน
ในแง่หลักกฎหมายระหว่างประเทศ นายเบจมินทร์ ย้ำถึงบทบัญญัติในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543 ซึ่งเป็นสนธิสัญญาที่ไทยและกัมพูชาใช้เป็นกรอบในการปักปันเขตแดน โดยเฉพาะข้อ 8 ที่ระบุชัดเจนว่าหากเกิดปัญหาหรือข้อขัดแย้งในการตีความหรือการบังคับใช้ MOU ทั้งสองฝ่ายต้องเจรจาร่วมกันก่อน ซึ่งสอดคล้องกับกฎบัตรสหประชาชาติที่ส่งเสริมให้คู่กรณีแก้ปัญหาโดยสันติวิธีผ่านกลไกที่มีอยู่ ก่อนนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของศาล
แม้กัมพูชาจะประกาศไม่หารือเรื่อง 4 พื้นที่ข้อพิพาทในเวที JBC แต่ไทยเห็นว่าการพูดคุยผ่านกลไกทวิภาคียังคงจำเป็น และเป็นวิธีการเดียวที่สามารถหารือรายละเอียดทางเทคนิคได้อย่างตรงไปตรงมา พร้อมเน้นว่าในอดีต แม้ศาลโลกจะมีคำวินิจฉัยในบางกรณี แต่สุดท้ายก็มักให้คู่กรณีกลับไปเจรจาในรายละเอียดกันเอง
กระทรวงการต่างประเทศจึงเห็นว่าการเดินหน้าใช้กลไก JBC ตามที่กำหนดไว้ใน MOU ปี 2543 ยังคงเป็นแนวทางที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุดในสถานการณ์นี้ พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาทบทวนท่าที และหันกลับมาใช้กลไกที่มีอยู่เพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างสันติบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและความเป็นมิตรระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าในเรื่องของแผนที่จาก MOU 43 ที่การระบุเอาไว้ว่าการสำรวจและการปักปันแนวเขตแดนจะต้องเริ่มจากที่สันปันน้ำนั้นแนวเขตในกา