โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“อธิบดีกรมสนธิสัญญา“ เผย ยังไม่ได้รับหนังสือจากศาลโลก หลัง “กัมพูชา” ยื่นเมื่อวานนี้

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 10.11 น.

“อธิบดีกรมสนธิสัญญา“ เผย ยังไม่ได้รับหนังสือจากศาลโลก หลัง “กัมพูชา” ยื่นเมื่อวานนี้ ยก MOU ต้องเจรจาอย่างสันติวิธีก่อนยื่นศาล แจงแผนที่ 1:50,000 เป็จแผนที่ยุทธการทางทหาร

ด้านนายเบจมินทร์ เปิดเผยถึงกรณีข้อพิพาท 4 พื้นที่ว่า ฝ่ายกัมพูชาได้แจ้งผ่านช่องทางไม่เป็นทางการว่า จะไม่นำเรื่องเข้าสู่กลไกทวิภาคีหรือเวที JBC อีก ซึ่งเป็นเรื่องที่ฝ่ายไทยเห็นว่าน่าเสียดาย เพราะตลอดช่วงที่ผ่านมา กลไก JBC ยังคงดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในกรณีการสำรวจหลักเขตแดนจำนวน 74 หลัก ซึ่งฝ่ายไทยและกัมพูชาเห็นชอบร่วมกันแล้วกว่า 40 หลัก

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ รัฐบาลไทยยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลกัมพูชาหรือศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เกี่ยวกับการยื่นฟ้องเรื่องเขตแดน จึงยังไม่ทราบรายละเอียดของคำร้องและฐานอำนาจที่กัมพูชาใช้ในการดำเนินคดี โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญอยู่ระหว่างติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด

รัฐบาลไทยเตรียมแผนรองรับไว้แล้วในทุกกรณีความเป็นไปได้ทางกฎหมาย โดยมีการตั้งทีมที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญระดับโลกคอยสนับสนุน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรอบคอบภายใต้หลักกฎหมายสากล

ฝ่ายไทยยังยืนยันจุดยืนว่าไม่รับเขตอำนาจของศาลโลกมาตั้งแต่ปี 2503 เช่นเดียวกับอีกกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ซึ่งไม่ยอมรับอำนาจของ ICJ ในข้อพิพาททั่วไป เว้นแต่มีการตกลงร่วมกันทั้งสองฝ่ายก่อน

ในแง่หลักกฎหมายระหว่างประเทศ นายเบจมินทร์ ย้ำถึงบทบัญญัติในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543 ซึ่งเป็นสนธิสัญญาที่ไทยและกัมพูชาใช้เป็นกรอบในการปักปันเขตแดน โดยเฉพาะข้อ 8 ที่ระบุชัดเจนว่าหากเกิดปัญหาหรือข้อขัดแย้งในการตีความหรือการบังคับใช้ MOU ทั้งสองฝ่ายต้องเจรจาร่วมกันก่อน ซึ่งสอดคล้องกับกฎบัตรสหประชาชาติที่ส่งเสริมให้คู่กรณีแก้ปัญหาโดยสันติวิธีผ่านกลไกที่มีอยู่ ก่อนนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของศาล

แม้กัมพูชาจะประกาศไม่หารือเรื่อง 4 พื้นที่ข้อพิพาทในเวที JBC แต่ไทยเห็นว่าการพูดคุยผ่านกลไกทวิภาคียังคงจำเป็น และเป็นวิธีการเดียวที่สามารถหารือรายละเอียดทางเทคนิคได้อย่างตรงไปตรงมา พร้อมเน้นว่าในอดีต แม้ศาลโลกจะมีคำวินิจฉัยในบางกรณี แต่สุดท้ายก็มักให้คู่กรณีกลับไปเจรจาในรายละเอียดกันเอง

กระทรวงการต่างประเทศจึงเห็นว่าการเดินหน้าใช้กลไก JBC ตามที่กำหนดไว้ใน MOU ปี 2543 ยังคงเป็นแนวทางที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุดในสถานการณ์นี้ พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาทบทวนท่าที และหันกลับมาใช้กลไกที่มีอยู่เพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างสันติบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและความเป็นมิตรระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าในเรื่องของแผนที่จาก MOU 43 ที่การระบุเอาไว้ว่าการสำรวจและการปักปันแนวเขตแดนจะต้องเริ่มจากที่สันปันน้ำนั้นแนวเขตในกา

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...