พัทยามาราธอนมียอดนักวิ่งสมัครทะลุ 2 หมื่นคน จาก 68 ประเทศ คาดเงินสะพัดแตะ 370 ล. ประกาศปิดถนน 100 เปอร์เซ็นต์
พัทยามาราธอนมียอดนักวิ่งสมัครทะลุ 2 หมื่นคน จาก 68 ประเทศ คาดเงินสะพัดแตะ 370 ล. ประกาศปิดถนน 100 เปอร์เซ็นต์
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมอมารี พัทยา นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มอบหมายให้นายจักรพรรดิ์ คล่องพยาบาล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานแถลงข่าวความพร้อมในการจัดมหกรรมการแข่งขันวิ่งมาราธอนส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลกที่ในปัจจุบันได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในรายการวิ่งมาราธอนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศ รายการ “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ พัทยา มาราธอน พรีเซ็นเต็ด บาย มาม่า” (Amazing Thailand Pattaya Marathon 2025 presented by MAMA) โดยมีนายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี, นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา, นายบันลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา, นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา, นายเตชวัศ กลิ่นภักดี รองผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา, พลตรี อาณัติ รัตนพล ประธานฝ่ายเทคนิคสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, พ.ต.อ. เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับ สภ.เมืองพัทยา, นายปราจีน เอี่ยมลำเนา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน), นายพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ ไตรลีก เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด, นายกอบเกียรติ แสงวนิชย์ ผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน จากไทยแลนด์ไตรลีก, สมาชิกสภาเมืองพัทยา, กลุ่มผู้สนับสนุนภาครัฐและภาคเอกชน แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชน ที่มาร่วมในงานแถลงข่าวอย่างคับคั่ง
นายจักรพรรดิ์ คล่องพยาบาล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ต้องขอแสดงความยินดีกับคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ที่สามารถทำให้การจัดการแข่งขันพัทยามาราธอนในปีนี้ ได้รับความสนใจจากเหล่านักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมากกว่า 2 หมื่นคน ซึ่งหากรวมจำนวนของผู้ติดตาม ครอบครัว และเจ้าหน้าที่อีก 1 เท่าของผู้แข่งขันแล้ว ก็ต้องถือว่า รายการพัทยามาราธอนเป็นหนึ่งในรายการวิ่งมาราธอนระดับต้นๆ ของประเทศที่จะสามารถสร้างรายได้กลับเข้าสู่ท้องถิ่นได้หลายเท่าตัว เมื่อเทียบกับงบประมาณของการจัดงานในแต่ละครั้ง เมืองพัทยาเป็นเมืองสำคัญของภาคตะวันออก อยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นเมืองที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่ประเทศทางด้านการท่องเที่ยวในแต่ละปีมากกว่า 2 แสนล้าน เป็นเมืองที่มีศักยภาพด้านการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกสูง และที่สำคัญ รัฐบาลมีนโยบายที่จะสนับสนุนและส่งเสริมโครงการสปอร์ตซิตี้ของจังหวัดชลบุรีอย่างเต็มที่ โดยมุ่งหวังให้ชลบุรี และเมืองพัทยาเป็นศูนย์กลางด้านการกีฬาและการท่องเที่ยวของภาคตะวันออก
“ต้องขอชื่นชมการทำงานของเมืองพัทยาสำหรับงานพัทยามาราธอนในปีนี้เป็นอย่างยิ่ง ต้องถือว่าโตสวนกระแสกับรายการแข่งขันวิ่งมาราธอนในประเทศไทย เห็นได้จากจำนวนนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นถึง 30 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ จีน ใต้หวัน และชาวรัสเซีย ที่จะเดินทางมาร่วมการแข่งขันในครั้งนี้พร้อมกับครอบครัว หรือผู้ติดตามอีกเป็นจำนวนมาก ตนจะนำข้อมูลต่างๆ กลับไปรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสรวงศ์ เทียนทอง ถึงความสำเร็จของการจัดงานครั้งนี้ในลำดับต่อไป” ที่ปรึกษา รมต.กีฬากล่าว
นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า เมืองพัทยา เป็นศูนย์กลางของภาคตะวันออก และมีส่วนสำคัญกับการเจริญเติบโตของภูมิภาคนี้เป็นอย่างมาก ขณะที่พัทยามาราธอน ก็ถือเป็นมหกรรมกีฬามวลชนที่ยิ่งใหญ่ มีการจัดมาอย่างยาวนานต่อเนื่องถึง 32 ปี ถือเป็นงานประเพณีวิ่งมาราธอนที่ยาวนานที่สุดรายการหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบันเมืองพัทยาได้ยกระดับศักยภาพของการจัดงานจนเป็นที่ยอมรับของนักวิ่งทั่วโลก และได้รับการรับรองให้เป็นการแข่งขันระดับนานาชาติ ถูกบรรจุอยู่ในปฏิทินวิ่งประจำปีของสมาคมกรีฑาโลก ทำให้มีนักวิ่งจากทั่วโลกเดินทางมาเข้าร่วมแข่งขันเป็นจำนวนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ของการแข่งขัน ซึ่งถือว่าพัทยามาราธอนเป็นหนึ่งในมหกรรมกีฬาในภูมิภาคตะวันออกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปีนี้ ตนได้รับมอบหมายจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ให้เข้ามาช่วยกำกับดูแลให้การแข่งขันพัทยามาราธอนสามารถดำเนินไปได้ด้วยดีให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดงาน พร้อมทั้งกำชับให้หน่วยงานในสังกัดทุกภาคส่วนให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ จังหวัดชลบุรีมีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า งานพัทยามาราธอน 2025 จะได้รับการยอมรับจากนักวิ่งทั่วโลก ว่าเป็นหนึ่งในงานวิ่งมาราธอนที่มีคุณภาพระดับโลก และคุ้มค่าที่สุดในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแน่นอน
นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งนายกเมืองพัทยา ก็ได้มีโอกาสได้ร่วมงานกับทางไทยแลนด์ไตรลีก ผู้จัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนมืออาชีพ ซึ่งตนได้เห็นพัฒนาการของการจัดการแข่งขันที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตนต้องขอขอบคุณ ทางคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ และทางไตรลีก ที่ช่วยประสานงานติดต่อสมาคมกรีฑาโลกให้ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงได้เดินทางเข้ามาร่วมทำ Workshop และช่วยดูแลการทำงานในด้านต่างๆ ของงานพัทยามาราธอน ให้อยู่ในมาตรฐานของการจัดงานในระดับสากล อีกทั้ง ยังช่วยประสานงานและเจรจาให้ “พัทยามาราธอน” ได้รับการรับรองและถูกบรรจุไว้ในปฏิทินการแข่งขันของสมาคมกรีฑาโลกได้สำเร็จ และจากรายงานสรุปความพร้อมในการจัดการแข่งขันของ Race Director ทำให้ทราบว่ามีจำนวนนักวิ่งจากทั่วโลกลงทะเบียนสมัครแข่งขันมากกว่าปีที่แล้วถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากรวมจำนวนนักวิ่งจำนวนมากกว่า 20,000 คน, จำนวนผู้ติดตาม และครอบครัวอีกมากกว่า 1 เท่าตัว หรือประมาณ 30,000 คน, จำนวนการจองห้องพักในช่วงแข่งขัน มากกว่า 20,000 ห้อง, จำนวนอาสาสมัคร เจ้าหน้าที่ นักเรียนและนักศึกษา ที่จะมาร่วมทำงานในหน้าที่ต่างๆ อีกกว่า 5,000 อัตรา รวมถึงการปิดถนนแบบ 100% หรือการสร้างรายได้หมุนเวียนสู่ระบบเศรษฐกิจของเมืองพัทยาได้สูงกว่า 350 ล้านบาท สิ่งเหล่านี้ จึงเป็นการยกระดับให้ พัทยามาราธอน เขยิบขึ้นเป็นรายการวิ่งมาราธอนอันดับหนึ่งของภาคตะวันออก และระดับแนวหน้าของประเทศไทยอย่างเต็มภาคภูมิ ตนใคร่ขอความร่วมมือจากชาวเมืองพัทยาทุกท่าน ให้เกียรติร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดี ในการต้อนรับนักวิ่งและผู้ติดตามจำนวนหลายหมื่นคน ที่จะเดินทางมาจากทั่วประเทศ และอีก 68 ประเทศทั่วโลก เพื่อเข้าร่วมแข่งขันในช่วงสุดสัปดาห์ของวันที่ 19 และ 20 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ ในฐานะของ “พ่อเมือง” ตนมั่นใจว่าการจัดการแข่งขันพัทยามาราธอนในครั้งนี้ จะประสบความสำเร็จ สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศและเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก และจะทำให้เมืองพัทยากลับมาคึกคักอีกครั้ง
พ.ต.อ. เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับ สภ.เมืองพัทยา กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ให้มาร่วมในงานแถลงข่าว ซึ่งท่านผู้บัญชาการฯ เห็นว่าการจัดการแข่งขันรายการนี้ เป็นงานมาราธอนในระดับโลกที่จะสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศและเมืองพัทยา อีกทั้งยังสร้างรายได้ให้การท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ได้กำชับตนให้การสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลนักวิ่ง และประชาชนทั่วไปในด้านความปลอดภัยและการจราจรช่วงการแข่งขัน ครั้งนี้ คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ได้มีการประชุมกับ สภ.เมืองพัทยา เพื่อซักซ้อมและทำความเข้าใจในส่วนของการบริหารจัดการด้านการจราจรบนพื้นที่แข่งขันในโซนต่างๆ มาแล้วหลายครั้ง จนมีความมั่นว่า จะสามารถกำกับดูแลการจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะนำเรียนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เพื่อทราบ และได้ขออนุมัติออกข้อบังคับปิดการจราจรในช่วงการแข่งขันในวันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม ตั้งแต่เวลา 04.00 น.ถึงเวลาประมาณ 08.30 น. บนเส้นทางแข่งขันของระยะ 10 กม. และ 4.5 กม. ในวันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม ตั้งแต่เวลา 00.00 น. ถึงเวลาประมาณ 11.00 น. บนเส้นทางแข่งขันของระยะมาราธอน 42.195 กม. และระยะฮาล์ฟ มาราธอน 21.1 กม. โดยรายละเอียดทางฝ่ายประชาสัมพันธ์ของเมืองพัทยา จะแจ้งให้ทราบในลำดับต่อไป ตนจึงขอความร่วมมือจากทุกท่าน โปรดหลีกเลี่ยงการจราจรบนเส้นทางแข่งขัน ในวันและเวลาที่กำหนด”
นายกอบเกียรติ แสงวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารไทยแลนด์ไตรลีก ในฐานะผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน กล่าวว่า การแข่งขันในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติแห่สมัครจนเต็มจำนวน 20,250 คน หลังจากเปิดระบบรับสมัครไปเพียงไม่ถึง 1 สัปดาห์ เส้นทางแข่งขันในปีนี้ นักวิ่งทุกคนจะมีโอกาสได้วิ่งเลียบชายหาดของเมืองพัทยาและชายหาดจอมเทียน ซึ่งถือว่าเป็นรายการวิ่งมาราธอนที่ได้วิ่งเลียบชายหาดที่ยาวที่สุดของประเทศ นอกจากนี้ ยังกำหนดจุดปล่อยตัวและเส้นชัยอยู่ที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ถนนพัทยาเหนือ ซึ่งสามารถรองรับนักวิ่งเป็นจำนวนมากได้ อีกทั้งยังมีความพร้อมในเรื่องที่จอดรถ และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านอื่นๆ มากมาย
“การจัดการแข่งขันครั้งนี้ จะจัดขึ้น 2 วัน คือวันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม 68 เป็นการแข่งขันระยะ 10 กม. และ 4.5 กม. ผู้เข้าแข่งขันในวันแรกจำนวน 9,392 คน และวันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม 68 เป็นการแข่งขัน ระยะ 42.195 กม. และระยะ 21.1 กม. อีกจำนวน 10,858 คน จากข้อมูลของการรับสมัคร มีจำนวนนักวิ่งและผู้ติดตามเดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้รวมกันเป็นจำนวนมากถึง 53,489 คน จาก 68 ประเทศทั่วโลก โดยจะเปิดให้รับอุปกรณ์และเบอร์แข่งขันได้ตั้งแต่วันพฤหัสที่ 17 กรกฎาคม 68 เป็นต้นไป ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ถนนพัทยาเหนือ รายละเอียดของการแข่งขันศึกษาได้ทาง www.pattayamarathon.go.th” นายกอบเกียรติกล่าว
การแข่งขันในรายการนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 32 มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 20,250 คน มีผู้ติดตามอีก 33,239 คน คณะกรรมการจัดงานฯ ใช้อาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจำนวน 5,000 อัตรา คาดว่าจะก่อให้เกิดรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวทั้งทางตรง และทางอ้อมมากกว่า 374 ล้าน โดยการแข่งขันแบ่งเป็น 4 ระยะ คือ ระยะมาราธอน 42.195 กม. ปล่อยตัวเวลา 03.30 น. สิ้นสุดการแข่งขันเวลา 10.30 น. มีจำนวนผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 3,349 คน ระยะฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. ปล่อยตัวเวลา 05.10 น. สิ้นสุดการแข่งขันเวลา 08.40 น. มีจำนวนผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 7,509 คน ในวันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม ส่วนระยะ 10 กม. ปล่อยตัวเวลา 05.45 น.จำนวน 6,535 คน และระยะ 4.5 กม. จำนวน 2,857 คน จะปล่อยตัวเวลา 06.25 น. (วีลแชร์) และเวลา 06.30 น. (วิ่งแฟมิลี่รัน) ในวันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม สิ้นสุดการแข่งขันเวลา 08:00 น. โดยจุดปล่อยตัวและเส้นชัย ที่วงเวียนปลาโลมา ถนนพัทยาเหนือ หน้าศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พัทยามาราธอนมียอดนักวิ่งสมัครทะลุ 2 หมื่นคน จาก 68 ประเทศ คาดเงินสะพัดแตะ 370 ล. ประกาศปิดถนน 100 เปอร์เซ็นต์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th