โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘ไต้หวัน’ แบนส่งออกชิปให้ ‘Huawei’ และ ‘SMIC’ เพื่อสกัดความทะเยอทะยานด้าน AI ของจีน

Positioningmag

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 09.43 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 08.08 น. • TopTen

ไต้หวันได้เพิ่ม Huawei ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีน และSMIC ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของจีน เข้าในบัญชีควบคุมการส่งออก (export control list) ซึ่งถือเป็นการยกระดับความร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการจำกัดบริษัทที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของจีน

เนื่องจากเหตุผลเรื่อง “ความกังวลเกี่ยวกับการแพร่กระจายของอาวุธและความมั่นคงของชาติ”ส่งผลให้ กรมการค้าระหว่างประเทศของไต้หวันได้เพิ่มชื่อของ หัวเว่ย (Huawei)และ Semiconductor Manufacturing International Corporation (SMIC)ในหน่วยงานสินค้าทางเทคโนโลยีขั้นสูงเชิงกลยุทธ์ ส่งผลให้บริษัทไต้หวันที่ต้องการส่งออกสินค้าหรือเทคโนโลยีให้กับบริษัทในรายชื่อดังกล่าวจะต้องขอใบอนุญาตจากรัฐบาลก่อน
การเคลื่อนไหวล่าสุดของไต้หวันเน้นย้ำถึงบทบาทเชิงรุกของรัฐบาลในการร่วมมือกับสหรัฐฯ ซึ่งแม้จะไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ แต่ถือเป็นพันธมิตรที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน แม้ไต้หวันเองยังถูกจีนอ้างสิทธิ์ว่าเป็นส่วนหนึ่งของดินแดน แม้จะไม่เคยปกครองเกาะนี้เลยก็ตาม
ทั้งนี้ ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นด้านเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เซมิคอนดักเตอร์ และ AI โดยรัฐบาลสหรัฐฯ มีความกังวลอย่างมากว่า เทคโนโลยีของสหรัฐฯ อาจถูกจีนนำไปใช้ในแอปพลิเคชันทางทหาร ทำให้ล่าสุดเมื่อเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ออกข้อจำกัดใหม่ในการขายซอฟต์แวร์ออกแบบชิปให้กับจีน
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง TSMC (Taiwan Semiconductor Manufacturing Company)ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ให้กับ Apple และ Nvidia เคยผลิตชิปให้ Huawei จนถึงปี 2020 ก่อนที่รัฐบาลทรัมป์จะสั่งห้ามการจัดส่งอย่างเด็ดขาด หลังจากนั้น Huawei ได้หันไปพึ่งพา SMIC ซึ่งก็เผชิญกับข้อจำกัดจากสหรัฐฯ เช่นกัน ทำให้นักวิเคราะห์มองว่า การแบนล่าสุดของไต้หวันมีความหมายเชิง สัญลักษณ์ มากกว่า
“นี่สะท้อนถึงความตั้งใจที่ชัดเจนขึ้นของรัฐบาลไต้หวันในการปรับข้อกำหนดการควบคุมการส่งออกให้สอดคล้องกับสหรัฐฯ” หมิง-เหยียน เจียงนักวิจัยจากสถาบันเพื่อประชาธิปไตยและเทคโนโลยีแห่งไต้หวัน
ทั้งนี้ ย้อนไปเมื่อปลายปีที่แล้ว มีรายงานว่าพบชิปจาก TSMC ในโปรเซสเซอร์ AI ของ Huawei แม้ TSMC จะยืนยันว่าไม่ได้จัดส่งให้ Huawei มาตั้งแต่ปี 2020 แต่รายงานดังกล่าวสร้างความกังวลในวอชิงตันว่า ชิปที่ผลิตให้กับบริษัทจีนอีกแห่งอย่าง Sophgoอาจถูกส่งต่อไปยัง Huawei
Reutersรายงานว่า กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ กำลังสอบสวนกรณีนี้ และ TSMC อาจต้องเผชิญกับโทษปรับสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ ยังได้สั่งให้ TSMC หยุดส่งออกชิประดับสูงให้กับจีนด้วย ดังนั้น กรณีดังกล่าวอาจเป็นตัวจุดฉนวนให้ไต้หวันเพิ่มความเข้มงวดกับ Huawei
จากสถานการณ์ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า สงครามชิปยังไม่จบ เพราะนับตั้งแต่ปี 2022 ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สั่งห้ามบริษัทอเมริกันร่วมมือหรือจำหน่ายชิป จนมาถึงยุคประธานาธิบดีโจ ไบเดน ก็ได้เข้ามาขยายข้อจำกัดเหล่านี้ โดยห้ามการส่งออกชิประดับสูง อุปกรณ์ผลิตชิป หน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง รวมถึงสินค้าที่ผลิตนอกสหรัฐฯ แต่ใช้เทคโนโลยีของสหรัฐฯ ด้วย
ซึ่งข้อจำกัดที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อภาคส่วนยุทธศาสตร์ของจีนที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ให้ความสำคัญ เช่น เซมิคอนดักเตอร์และ AI ถึงแม้จะได้รับผลกระทบหนักในช่วงแรก Huawei ก็สามารถกลับมาได้ในปี 2023 ด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟน Mate 60ที่ใช้ชิประดับสูงจาก SMIC ซึ่งเป็นเหตุให้สหรัฐฯ เปิดการสอบสวนอีกครั้ง
Source

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...