จับแล้วพนักงานสินเชื่อ ยักยอกเงินเจ้าของร้านหมูกระทะเกือบ 7 แสน เหยื่อโผล่อีกนับ 10 ราย
จับแล้วพนักงานสินเชื่อ ยักยอกเงินเจ้าของร้านหมูกระทะเกือบ 7 แสน ใช้กินเที่ยวเปย์เด็ก หนีไปซ่อนตัวบ้านเกิด เหยื่อโผล่อีกนับ 10 ราย
จากกรณี น.ส.พัชรา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี เจ้าของร้านหมูกระทะแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ นำหลักฐานเข้าขอความช่วยเหลือกับ นายวีรยุทธ ศิริเรืองประภา ทนายความ หลังถูกพนักงานฝ่ายสินเชื่อธนาคารแห่งหนึ่ง ในตัวเมืองบุรีรัมย์ ยักยอกเงินเกือบ 7 แสนบาท โดยการหลอกล่อให้ช่วยทำเรื่องกู้เงิน อ้างว่าแค่ทำยอดเพื่อให้ได้ค่าคอมฯ จากการปล่อยสินเชื่อเท่านั้น
ด้วยความที่รู้จักคุ้นเคยและไว้ใจ จึงยอมทำเรื่องกู้เงินให้ ต่อมาได้รับการอนุมัติ และธนาคารโอนเงินเข้าบัญชี เมื่อวันที่ 19 ก.ย.66 เป็นเงิน 699,645 บาท จากนั้นผู้เสียหายก็ได้โอนเงินกลับไปให้พนักงานสินเชื่อคนดังกล่าว ยอดแรกในวันที่ 21 ก.ย.66 จำนวน 400,000 บาท และที่เหลือทยอยโอนไปครั้งละ 5,000-60,000 บาท จนครบตามยอดที่กู้มาภายในระยะเวลา 6 เดือน โดยยอดเงินทั้งหมดโอนเข้าบัญชีพนักงานฝ่ายสินเชื่อคนดังกล่าว ซึ่งบอกว่าจะเป็นคนนำเงินเข้าระบบชำระคืนของธนาคารเอง แต่กลับนำเงินไปใช้ส่วนตัวทั้งกินเที่ยวเปย์เด็ก เนื่องจากพนักงานคนดังกล่าว เป็น LGBTQ
และเมื่อเดือน ส.ค.67 เจ้าหน้าที่จากฝ่ายเร่งรัดหนี้ของธนาคารก็โทรแจ้งว่าผู้เสียหายค้างชำระเงินกู้ ทั้งที่โอนให้พนักงานสินเชื่อไปแล้ว จึงนำหลักฐานเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ เมื่อเดือน ส.ค.67 ผู้ก่อเหตุก็ยอมรับว่าได้ยักยอกเงินผู้เสียหายจริง และรับปากจะทยอยหาเงินมาชดใช้คืน แต่ก็เงียบหายและหลบหนีไป
ล่าสุดวันที่ 5 มิ.ย.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ สามารถติดตามจับกุมตัวพนักงานสินเชื่อได้ ขณะหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่บ้านเกิดที่ จ.เพชรบูรณ์ นานกว่า 5 เดือน ก่อนจะคุมตัวมาส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ขณะที่พนักงานสินเชื่อรายดังกล่าว ยอมรับกับผู้สื่อข่าวว่า ได้ยักยอกเงินผู้เสียหายจริง โอยอ้างว่าช่วงนั้นมีปัญหาทางการเงิน และจะพยายามหาเงินมาทยอยชำระคืนแก่ผู้เสียหาย แต่เมื่อถามว่ามีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ถูกกระทำในลักษณะเดียวกัน พนักงานสอนเชื่อกลับปฏิเสธอ้างว่ามีแค่รายเดียวเท่านั้น
ด้าน นายวีรยุทธ ศิริเรืองประภา ทนายความ ก็ได้พาผู้เสียหายเดินทางมาที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ เพื่อพูดคุยกับผู้ต้องหา และญาติผู้ต้องหาถึงแนวทางในการชดใช้เงินที่ยักยอกไปคืนผู้เสียหายอย่างไร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้เสียหาย เพราะต้องถูกฝ่ายเร่งรัดธนาคารติดตามทวงหนี้แทบทุกวัน ซึ่งญาติผู้ต้องหาก็รับปากว่าจะพยายามหาเงินมาคืนให้ แต่ขอเวลาสักระยะ
อย่างไรก็ตามหลังจากเป็นข่าว ก็มีผู้เสียหายจากหลายพื้นที่ แจ้งข้อมูลผ่านทนายความว่า ถูกพนักงานสินเชื่อคนดังกล่าว หลอกลวงให้กู้เงินแล้วยักยอกในลักษณะเดียวกันอีกเกือบ 10 ราย บางรายก็แจ้งความแล้ว บางรายก็ยังไม่ได้แจ้งความ ซึ่งหากผู้เสียหายรายใดอยากให้ช่วยเหลือเรียกค่าเสียหายคืนก็สามารถติดต่อมาได้ เพื่อจะได้รวบรวมพยานหลักฐานดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับแล้วพนักงานสินเชื่อ ยักยอกเงินเจ้าของร้านหมูกระทะเกือบ 7 แสน เหยื่อโผล่อีกนับ 10 ราย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th