โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“สงคราม ส่งด่วน” ชีวิตจริงยิ่งกว่าซีรีส์ ทำ "KEX " ขาดทุนหนัก จับตา 20 มิ.ย.นี้ ขอมติผถห. นำบริษัทออกจากตลาดหุ้น

Share2Trade

อัพเดต 05 มิ.ย. 2568 เวลา 07.39 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 07.39 น. • Share2Trade

หากใครที่ได้รับชมซีรีส์ที่กำลังติดกระแสในช่วงนี้ อย่าง “สงคราม ส่งด่วน” ก็คงจะได้บทเรียนหลากหลากหลายด้านจากเรื่องดังกล่าว ซึ่งในแง่ของธุรกิจก็ด้วยเช่นกัน อย่างประโยคที่ว่า “อย่าเริ่มทำสงครามราคา เพราะถ้าทุกเจ้าแข่งกันลด ตลาดมันจะพัง… สายป่านคุณสั้น คุณจะตายก่อน” ของเจ้าสัวคณิน

สงคราม ส่งด่วน_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

สำหรับในชีวิตจริงหรือในโลกของธุรกิจก็มีไม่น้อยเช่นกัน ที่เกิดการแข่งขันด้านราคาจนทำให้ผู้ประกอบการต้องเจอผลการดำเนินที่แย่ลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ บริษัท เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX

โดย KEX เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วน ที่ได้รับบาดเจ็บจากสงครามราคา ซึ่งผลของสงครามราคาทำให้ให้ผลประกอบการของ KEX ขาดทุนอย่างหนัก และขาดทุนต่อเนื่องมาโดยตลอด

ซึ่งกินระยะเวลานานกว่า 14 ไตรมาสติดต่อกันนับตั้งแต่ไตรมาส 4/64 เป็นต้นมา จนถึงขั้นทำให้ผลประกอบการของ KEX ขาดทุนสะสมสูงถึง 13,241 ล้านบาท

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ KEX เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันที่ 24 ธ.ค.63 ซึ่งราคาขายหุ้นไอพีโออยู่ที่ 28 บาทต่อหุ้น และได้รับเงินจากการระดมทุนในครั้งนั้นไปกว่า 8,400 ล้านบาท

ความสำเร็จของ KEX ในช่วงที่ผ่านมาก่อนเข้าตลาดหุ้น และมุมมองในอนาคตจากปากของผู้บริหาร ส่งผลให้ราคาหุ้นของ KEX เข้าเทรดวันแรก ทำจุดสูงสุดที่ 73 บาทต่อหุ้น หรือเพิ่มขึ้นกว่า 160%

ขณะที่ในด้านมูลค่าบริษัทของ KEX เคยปรับตัวเพิ่มขึ้นไปสู่ระดับบริษัทที่มีมูลค่าเกิน 1 แสนล้านบาท แต่อย่างไรก็ตาม ณ ช่วงเวลาล่าสุดวันที่ 4 มิ.ย. 2568มูลค่าบริษัทของ KEX กลับลดลงอย่างน่าใจหายจนเหลือแค่เพียง 5 พันกว่าล้านบาท

ทั้งนี้ ภายหลังจากที่ KEX ได้รับบาดเจ็บอย่างหนักจากสงครามราคา จึงส่งผลให้คณะกรรมการบริษัทจะขอมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 20 มิ.ย.นี้ เพื่อนำบริษัทออกจากตลาดหุ้น โดยจะมีการทำเทนเดอร์หุ้นส่วนที่เหลือจากผู้ถือหุ้นใหญ่ ที่ราคาหุ้นละ 1.50 บาท

โดยผู้บริหารของ KEX ให้เหตุผลของการเพิกถอนออกจากตลาดหุ้นในครั้งนี้ว่า ปัจจุบันบริษัทกำลังเผชิญกับสภาวะตลาดและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ท้าทายอย่างมาก ประกอบกับการขาดทุนสุทธิอย่างต่อเนื่อง ปัญหาด้านสภาพคล่อง การแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้น

และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และการจัดส่งพัสดุด่วน เนื่องด้วยลักษณะของภาคธุรกิจการจัดส่งพัสดุด่วนที่มีการแข่งขันสูง ประกอบกับกลยุทธ์การตั้งราคาในเชิงรุกจากผู้ประกอบการรายอื่นในอุตสาหกรรม และแรงกดดันด้านราคาจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ส่งผลให้ลดทอนความสามารถในการทำกำไรของบริษัท โดยมีผลขาดทุนติดต่อกันมาแล้วถึง 13 ไตรมาส ภายใต้ความท้าทายดังกล่าวแนวโน้มธุรกิจของบริษัทยังคงไม่แน่นอน และเป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์ถึงการฟื้นตัวของผลประกอบการของบริษัทฯในระยะสั้น

นอกจากนี้ จากการขาดทุนสุทธิอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนทางการเงินอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับความต้องการด้านธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดด้านสภาพคล่องในการซื้อขายหลักทรัพย์และแนวโน้มในอนาคตที่ไม่แน่นอน สถานะการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของหุ้นของบริษัท จึงไม่อาจเป็นช่องทางในการระดมทุนที่มีประสิทธิภาพสำหรับบริษัทได้อีกต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...