โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ศึกกัมพูชาทุบซ้ำท่องเที่ยว ต่างชาติแห่ยกเลิก-ป่วนถึงเชียงใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 10.54 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 23.53 น.

ศึกไทย-กัมพูชา กระทบหนักภาคท่องเที่ยว รมว.ท่องเที่ยวฯเผยเร่งทำหนังสือถึงทูตทั่วโลก ยืนยันจุดปะทะไม่เกี่ยวแหล่งท่องเที่ยวหลักๆ หลังพบตัวเลขต่างชาติยกเลิกมาไทยแล้ว 8 พันคน ด้านนายกโรงแรมระบุจันทบุรียกเลิกจองโรงแรมราว 20% เพราะหลายประเทศออกประกาศเตือนพลเมืองของตัวเอง จี้รัฐเร่งทำความเข้าใจนานาชาติ เชียงใหม่ได้รับเอฟเฟ็กต์ไปด้วยกรุ๊ปทัวร์-สัมมนาเริ่มไม่มา เพราะกังวลความปลอดภัย แม้ไม่ได้อยู่ใกล้จุดปะทะก็ตาม ขณะที่สถานการณ์แรงงานกลุ่มต่างๆ ไม่กระทบมากเพราะมีชาวเมียนมา ทดแทนได้ แต่โรงงานหมู-ไก่ยังหาคนทำงานได้ยาก

นักท่องเที่ยวยกเลิก 8 พันคน

ความคืบหน้าผลกระทบจากความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา ในหลายจังหวัดทั้งอีสานและตะวันออก นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ตัวเลขล่าสุดมีนักท่องเที่ยวยกเลิกการเดินทางแล้ว 8 พันราย แต่ไม่ยกเลิกไฟลต์บิน ซึ่งยังไม่ดูรายละเอียดในเรื่องสัญชาติว่ามีชาติอะไรยกเลิกบ้าง แต่ขณะนี้เราได้ทำหนังสือไปยังสถานทูตประเทศต่าง ๆ รวมถึงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในต่างประเทศ ให้ทำหนังสือชี้แจงแล้ว ว่าจุดที่ปะทะไม่ใช่เป็นจุดที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้น เรื่องประกันภัยการท่องเที่ยว แต่ละประเทศจะมีการแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวของตัวเองว่าจะไม่ครอบคลุม ทำให้ส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวอย่างแน่นอน

ร่อนหนังสือถึงทูตทั่วโลก

เมื่อถามว่า ยอดนักท่องเที่ยวที่ยกเลิกจะขยายวงกว้างมากกว่า 8 พันหรือไม่ รมว.การท่องเที่ยวฯกล่าวว่า คงไม่เป็นแบบนั้น ซึ่งเราพยายามทำความเข้าใจ และมั่นใจว่า ททท. และกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ทำหนังสือไปยังทูตประเทศต่าง ๆ แล้ว

เมื่อถามว่ายอดนักท่องเที่ยวปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหรือไม่ นายสรวงศ์กล่าวว่า ก็พยายามทำ เรายังมีกิจกรรมที่สามารถดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาได้ และคงตั้งเป้าไว้เหมือนเดิม โดยพยายามจะให้ตามเป้า ซึ่งตัวเลขนักท่องเที่ยวขณะนี้ยังต่ำกว่าปี’67 อยู่ประมาณ 4% แต่ก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ

ยอดจองโรงแรมวูบแล้ว 20%

นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเริ่มส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว โดยบางประเทศออกประกาศเตือนพลเมืองของตัวเองเกี่ยวกับการเดินทางมายังประเทศไทยแล้ว ส่งผลให้โรงแรมในหลายพื้นที่เริ่มยกเลิกห้องพัก

โดยเฉพาะแถบภาคตะวันออก เช่น จันทบุรี ซึ่งใกล้ชายแดน ที่พบอัตราการยกเลิกที่ประมาณ 20% ส่วนในจังหวัดอื่น ๆ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ก็นิ่งนอนใจไม่ได้ เพราะข่าวจากต่างประเทศเริ่มกระจายและนักท่องเที่ยวเริ่มแสดงความกังวล

“แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นเฉพาะในพื้นที่ชายแดน และยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อแหล่งท่องเที่ยวหลักของไทย เช่น กรุงเทพฯ พัทยา หัวหิน ภูเก็ต หรือเชียงใหม่ แต่ความกังวลของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่คุ้นเคยกับประเทศไทยหรือยังไม่เคยเดินทางมาอาจทำให้เกิดการชะลอการตัดสินใจ หรือยกเลิกแผนเดินทางในระยะสั้น” นายเทียนประสิทธิ์กล่าว

ย้ำปัญหาความไม่ปลอดภัย

นายเทียนประสิทธิ์กล่าวด้วยว่า ปัจจัยสำคัญที่เร่งให้เกิดการยกเลิกการจองห้องพัก คือ การที่บางประเทศเริ่มออกประกาศเตือนการเดินทาง (Travel Advisory) ไปยังพลเมืองของตน ซึ่งประกาศลักษณะนี้ไม่เพียงแต่สร้างผลกระทบเชิงจิตวิทยา แต่ยังมีผลต่อการทำประกันภัยการเดินทาง ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม

“ปัญหาความปลอดภัยอื่น ๆ เช่น เหตุลักพาตัวในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ในพื้นที่บางจุดของภูมิภาคอาเซียนก็ยังไม่ถูกสื่อสารอย่างชัดเจน บวกกับปัญหาใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นยิ่งส่งผลให้ความไม่มั่นใจต่อการเดินทางในภูมิภาคนี้ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในตลาดนักท่องเที่ยวจีนก็ยังมีความระแวงเรื่องความปลอดภัย”

เร่งสำรวจติดตามผลกระทบ

นายกสมาคมโรงแรมไทยกล่าวอีกว่า ขณะนี้ทางสมาคมอยู่ระหว่างการจัดทำแบบสำรวจ (Survey) เพื่อติดตามผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโรงแรมทั่วประเทศ โดยคาดว่าจะได้ผลสรุปเบื้องต้นในช่วงกลางสัปดาห์นี้ หลังจากนั้นจะนำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนรับมือและฟื้นฟูความเชื่อมั่นโดยเร่งด่วน

“เราไม่มีอำนาจโดยตรงในการควบคุมสถานการณ์ แต่เสียงของผู้ประกอบการก็สะท้อนความห่วงใย และอยากเห็นรัฐบาลเข้าไปจัดการปัญหานี้โดยเร็ว หากเจรจาและหาข้อยุติได้โดยสันติ ย่อมเป็นผลดีทั้งในมิติความมั่นคงและเศรษฐกิจ รวมถึงประชาชนในพื้นที่ด้วย

ยันแอร์ไลน์ยังไม่ยกเลิกเที่ยวบิน

ด้านนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบในเชิงจิตวิทยากับนักท่องเที่ยวในบางประเทศ เช่น ยุโรป (EU) ที่ได้ออกประกาศเตือนพลเมืองตัวเองให้จับตาดูสถานการณ์ หรือญี่ปุ่น ที่ยกระดับเตือนนักท่องเที่ยวของตัวเองให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ที่เกิดข้อพิพาท แต่ยังไม่ถึงขั้นยกเลิกเที่ยวบินและยกเลิกการจองห้องพักแต่อย่างใด มีเพียงสายการบินไทยที่มีการปรับเปลี่ยนเที่ยวบินในเส้นทางกรุงเทพฯ-พนมเปญเท่านั้น

สั่งให้ฝ่ายแผนซึ่งเป็นหน่วยที่มีหน้าที่วางแผนและพัฒนายุทธศาสตร์การท่องเที่ยวติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้

“ยืนยันว่านักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยตามปกติ เนื่องจากพื้นที่ที่เกิดเหตุอยู่ในวงจำกัด และไกลกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ของประเทศ ขณะที่รัฐบาลก็ยังคงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว” นางสาวฐาปนีย์กล่าวและว่า ภาพรวม ณ วันนี้ยังไม่ส่งกระทบที่ชัดเจนกับบรรยากาศการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ สะท้อนจากตัวเลขที่เดินทางเข้าไทยยังมีสัญญาณที่ดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดจีนที่มีจำนวนรวมเฉลี่ยเกิน 10,000 คนต่อวัน

เชียงใหม่ต่างชาติยกเลิกทัวร์

นางสาววารุณี คำเมรุ นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า หากการสู้รบระหว่างไทยและกัมพูชายังคงยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่อื่น ๆ ที่ไม่ใช่พื้นที่ชายแดนที่เกิดสงครามอย่างแน่นอน โดยตั้งแต่เริ่มต้นการปะทะกันระหว่างกัมพูชาและไทย จังหวัดเชียงใหม่เริ่มยกเลิกการจองห้องพักและโปรแกรมทัวร์ของกรุ๊ปทัวร์จากต่างประเทศบ้างแล้ว ส่วนใหญ่เป็นกรุ๊ปที่จะเดินทางมาในระยะสั้น ๆ ช่วงโลว์ซีซั่น เนื่องจากไม่มั่นใจในสถานการณ์ความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประกันการเดินทางท่องเที่ยวไม่ครอบคลุมประเทศที่เกิดสงคราม

ขณะเดียวกันจากการสอบถามผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวหลายรายก็ระบุว่า ตลาดกลุ่ม Agent Series ซึ่งเป็นตลาดที่จองการท่องเที่ยวล่วงหน้าระยะ 5-6 เดือน โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซั่น และตลาดกลุ่มประชุมสัมมนาจากต่างประเทศที่จะมาในช่วงไฮซีซั่นเช่นกัน ล่าสุดบริษัททัวร์เริ่มส่งข่าวมาว่าอาจขอยกเลิกการจองทัวร์ระยะยาวในช่วงไฮซีซั่น โดยขอรอดูสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชาก่อนว่าจะยืดเยื้อและสถานการณ์จะรุนแรงขึ้นหรือไม่

ช่วงไฮซีซั่นยอดจองยังแผ่ว

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ได้มองว่าเกิดขึ้นในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่จะมองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นคือ ประเทศไทย ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติบางกลุ่มจะค่อนข้างอ่อนไหวเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มยุโรป แม้ว่าพื้นที่การสู้รบจะไม่ได้อยู่ใกล้กับจังหวัดเชียงใหม่ก็ตาม

สำหรับสถานการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง ปกติเมื่อถึงช่วงเดือน 6-7 จะมองออกว่าในอีก 5-6 เดือนข้างหน้าคือไฮซีซั่น ตัวเลขการบุ๊กกิ้งห้องพักล่วงหน้าจะปรากฏ ซึ่งบริษัททัวร์จะเริ่มส่ง Series กรุ๊ปทัวร์และกรุ๊ปประชุมสัมมนาต่าง ๆ เข้ามา เฉลี่ยจะอยู่ที่ 50% ขึ้นไป แต่ตอนนี้ Series กรุ๊ปทัวร์และกรุ๊ปประชุมสัมมนาล่วงหน้าอยู่ที่ราว 30-35% เท่านั้น ส่วนช่วงลอยกระทง ภาพรวมขณะนี้มียอดบุ๊กกิ้งราว 75% ซึ่งเริ่มมีสัญญาณส่งข่าวมาว่าอาจจะมีการยกเลิก เพราะไม่มั่นใจในสถานการณ์

แรงงานกลับเขมรไม่กระทบ

ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานองค์การนายจ้างผู้ประกอบการการค้าและอุตสาหกรรมไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การเคลื่อนย้ายแรงงานกัมพูชากลับประเทศ ในจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราดในขณะนี้ มองว่ายังไม่มีนัยสำคัญว่าแรงงานต่างชาติในประเทศจะขาดแคลน เพราะหากดูตัวเลขแล้ว แรงงานกัมพูชาที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยที่ถูกกฎหมายมีอยู่ประมาณ 5 แสนราย หรือคิดเป็น 18% ของแรงงานต่างชาติในประเทศไทย และมีแรงงานไม่ถูกกฎหมายอยู่ประมาณ 2-3 แสนราย

“แรงงานกัมพูชาที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ส่วนใหญ่ทำงานในกลุ่มภาคเกษตร ภาคประมง ก่อสร้าง อยู่ในภาคอุตสาหกรรมไม่เยอะ และจากการประเมินกลุ่มแรงงานที่กลับประเทศ อาจจะเป็นกลุ่มแรงงานที่ไม่ถูกกฎหมายหรือไม่ เพราะกังวลถึงสถานการณ์ภายในประเทศไทย มองว่าเป็นเพียงระยะสั้นในช่วงที่สถานการณ์ไม่ปกติในตอนนี้ แต่ถ้าหากดูข้อมูลแรงงานถูกกฎหมายส่วนใหญ่ที่ติดตาม ยังไม่ได้รับการรายงานว่าจะกลับประเทศ”

มีชาวเมียนมาทำทดแทนได้

จากการสังเกตที่แรงงานกัมพูชากลับประเทศในพื้นที่จังหวัดตราดและจันทบุรี น่าจะอยู่ในกลุ่มแรงงานภาคประมงและภาคเกษตร เนื่องจากว่าช่วงนี้เป็น Low Season ของฤดูกาลผลิต และการทำประมง ซึ่งผลผลิตโดยเฉพาะผลไม้ออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมากแล้ว และจากสถานการณ์ที่ไม่ปกติอาจตัดสินใจกลับบ้าน และส่วนหนึ่งก็เป็นกลุ่มแรงงานที่มาทำการค้าขายในไทยด้วย

ในภาพรวมของแรงงานกัมพูชาที่กลับประเทศยังมองว่าไม่มีผลกระทบ เพราะแรงงานต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยมากที่สุด คือ แรงงานจากเมียนมา ประมาณ 2.9 ล้านคน ซึ่งสามารถเข้ามาทดแทนได้ แต่ต้องยอมรับในส่วนหนึ่งว่าแรงงานเมียนมาเองก็เลือกงานที่จะทำด้วยเช่นกัน รองลงมาเป็นแรงงานที่มาจากกัมพูชา และจาก สปป.ลาว ประมาณ 3 แสนราย แต่หากดูถึงปัญหาแรงงานที่จะอาจจะได้รับผลกระทบมากที่สุด คงเป็นปัจจัยที่มาจากกรณีทรัมป์ 2.0 มากกว่า

เผยตัวเลขแรงงานต่างด้าว

ข้อมูลจากสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางานระบุว่า สถานการณ์แรงงานต่างด้าว ณ เดือนมิถุนายน 2568 คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงานทั่วราชอาณาจักร มีจำนวนทั้งสิ้น 4,064,810 คน เป็นแรงงานกัมพูชาในไทย 484,175 คน

แบ่งเป็นแรงงานที่ได้รับอนุญาตทํางานแบบไป-กลับ หรือตามฤดูกาล 33,055 คน แรงงานที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาทํางานตาม MOU 182,963 คน แรงงานที่ได้รับอนุญาตทํางานตามมติ ครม. 24 ก.ย. 67 (จดทะเบียนสถานะไม่ถูกกฎหมาย) 108,160 คน แรงงานตามมติ ครม. 24 ก.ย. 67 และมติ ครม. 4 ก.พ. 68 (ต่ออายุ) 159,997 คน

แรงงานก่อสร้างเก็บตัวในแคมป์

นายวิโรจน์ เจริญตรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน) ผู้รับเหมาก่อสร้างอาคารระดับท็อป 5 กล่าวว่า ปัจจุบันพรีบิลท์รับเหมาสร้างคอนโดฯ 11 ไซต์ก่อสร้าง รวมทั้งมีพอร์ตธุรกิจบ้านจัดสรร มีแรงงานก่อสร้างรวม 4,000-5,000 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทยไม่ถึง 10% ที่เหลือเป็นแรงงานต่างด้าว โดยจำนวน 100% ของแรงงานต่างด้าว แบ่งเป็น แรงงานเมียนมา 80% แรงงานกัมพูชา 20%

เบื้องต้นแรงงานกัมพูชาสมัครใจอยู่ทำงานต่อ จึงยังไม่ได้รับผลกระทบจากชายแดน ประกอบกับมองว่ารัฐบาลไทยกับกัมพูชาน่าจะหาแนวทางยุติปัญหาได้เร็ว ไม่ทำให้ยืดเยื้อ อย่างไรก็ตาม กรณี Worst Case ที่แรงงานกัมพูชา 20% กลับบ้านทั้งหมด ก็ยังสามารถมีแรงงานเมียนมาทดแทนได้

สวนผลไม้ตะวันออกกระทบ

นายชลธี นุ่มหนู อดีตผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 และเจ้าของสวนทุเรียนใน อ.เขาสมิง จ.ตราด กล่าวว่า แรงงานกัมพูชาหลายหมื่นคนที่ทยอยอพยพกลับกัมพูชา ทำให้เกิดวิกฤตแรงงานภาคเกษตรอย่างฉับพลัน แบบที่นายจ้างชาวไทยไม่ทันได้ตั้งตัว

เช่น แรงงานเก็บเกี่ยวลำไยในจังหวัดจันทบุรี ที่ อ.โป่งน้ำร้อน และ อ.สอยดาว และที่ อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ที่มีพื้นที่ปลูกลำไยเป็นจำนวนมากถึง 97% ของพื้นที่ภาคตะวันออก และคาดว่าจะมีผลผลิตกว่า 400,000 ตัน จำนวนแรงงานที่ต้องใช้ประมาณ 25,000 คน ซึ่งลำไยนอกฤดูจะเก็บเกี่ยวผลได้ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม 2568-เมษายน 2569 ถ้าสวนไม่มีแรงงานเก็บต้องทิ้งสวนไป

เจ้าของสวนที่ใช้แรงงานกัมพูชาแทบต้องหยุดกิจกรรมในสวนไปเลย โดยที่ภาคตะวันออก ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นแหล่งผลิตผลไม้ที่สำคัญ ทุเรียน ลำไย เงาะ มังคุด ผลผลิตภาคตะวันออกในฤดูกาลหน้ามูลค่าหลายแสนล้านบาทมีผลกระทบแน่นอน

โรงงานไก่-หมูขาดแรงงาน

แหล่งข่าวจากวงการปศุสัตว์เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้โรงเชือดสุกร และบริษัทผู้ผลิตและแปรรูป เพื่อส่งออกไก่รายใหญ่หลายจังหวัดต่างได้รับผลกระทบจากแรงงานกัมพูชาขอลาออกรวมนับหมื่นคน เพื่อเดินทางกลับบ้านหลังจากเกิดเหตุการณ์ปะทะตึงเครียดขึ้น แม้ผู้บริหารโรงงานจะพยายามดึงไว้ เพราะไม่มีแรงงานทำแทน แต่หลายคนหวั่นเกรงถึงความไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะโรงงานที่อยู่แถบภาคอีสาน และภาคตะวันออก

“ปัญหาเกิดขึ้นกะทันหัน หลายบริษัทโดนเหมือนกันหมด แรงงานกัมพูชาส่วนใหญ่จะอยู่ตั้งแต่แผนกลานจับไก่ขึ้นแขวน ซึ่งหาแรงงานไทยทำไม่ได้ รวมถึงงานตัดแต่งไก่ที่ใช้แรงงานคนไม่สามารถใช้เครื่องจักรได้ ตอนนี้หลายโรงงานแก้ปัญหาด้วยการให้พนักงานทำงานล่วงเวลา (OT) ปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นทำให้ในอนาคตหลายโรงงานต้องเตรียมลงทุนใช้เครื่องจักรเข้ามาทำแทนมากขึ้น ในส่วนโรงเชือดหมูมีข่าวว่า มีอยู่ 1 แห่งแรงงานกัมพูชาลาออกนับพันคน” แหล่งข่าวกล่าว

หออีสานเสนอดึงแรงงานลาว

นายสมชาติ พงคพนาไกร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หอการค้าไทย กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มมีการปิดด่านบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จนทำให้แรงงานกัมพูชาบางส่วนทยอยกลับประเทศ เบื้องต้นยังไม่กระทบต่อภาคธุรกิจ แต่กลุ่มสมาชิก YEC ภาคอีสาน มีข้อเสนอว่าให้บริษัทไทยสามารถหาแรงงานลาวมาทดแทนแรงงานกัมพูชา โดยเฉพาะภาคการก่อสร้าง

โดยมีการทดลองงานก่อนขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) จากนั้นค่อยจ้างงานในระยะยาว ทั้งนี้เป็นเพียงข้อเสนอเบื้องต้นเท่านั้น เนื่องจากความสามารถในการทำงานของชาวกัมพูชาและลาวมีความแตกต่างกัน

สหรัฐบีบไทยนำเข้า 0% ทุกสินค้า

แหล่งข่าวจากภาคเอกชนเปิดเผยถึงรายละเอียดการประชุมร่วมกับ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับการเจรจาต่อรองอัตราภาษีตอบโต้การค้าของสหรัฐอเมริกา ว่า เป็นการหารือเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาเพิ่มเติมให้กับธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐ และแนวทางการเปิดให้นำเข้าสินค้าจากสหรัฐ ในอัตราภาษี 0% เพิ่มเติม ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากภาคเอกชนไม่เห็นด้วยกับการเปิดให้นำเข้าสินค้าสหรัฐ ในอัตราภาษี 0% ทุกรายการ ซึ่งหากประเทศไทยจะต้องยอมตามข้อเสนอของสหรัฐก็ควรต้องมีกรอบเวลา เช่น ขอให้ทยอยเปิดนำเข้า 0% ภายในระยะเวลา 5-10 ปี เป็นต้น และควรจะต้องมีโควตาการนำเข้า เพื่อให้ผู้ผลิตสินค้า โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มเกษตรและปศุสัตว์ของไทยมีเวลาในการปรับตัว ลดต้นทุน และสามารถแข่งขันได้ ไม่ประสบปัญหาจนล้มหายตายจาก ส่วนมาตรการเยียวยานั้นจะต้องมีครบทุกมิติ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศึกกัมพูชาทุบซ้ำท่องเที่ยว ต่างชาติแห่ยกเลิก-ป่วนถึงเชียงใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...