โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เงาปริศนากลางควันปืน ก่อน7ชม.“นรกแตก”

ไทยโพสต์

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 21.54 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 17.01 น.

ไล่ “ไทม์ไลน์” ก่อนจะเข้า “Red Zone ชิงการเข้าควบคุมพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาของกำลังทหาร 2 ฝ่าย ช่วงก่อนหยุดยิงในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 28 ก.ค.2568 โดยไทยพยายามยึด-รักษาพื้นที่ตามเส้นปฏิบัติการ ตามแผนที่ 1:50,000 ทำให้เห็นภาพการ “ต่อรอง-เจรจา” ในช่วงสุดท้ายก่อนการหยุดยิงได้ชัดขึ้น

เริ่มจากวันที่ 27 ก.ค. เวลา 16.00 น. สำนักข่าวชื่อดังของมาเลเซีย เผยแพร่นัดหมายหยุดยิงระหว่างไทย-กัมพูชา โดยมีนายกฯ มาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวก จากนั้นกระทรวงการต่างประเทศยืนยันนัดหมายดังกล่าว ในวันที่ 28 ก.ค. เวลา 15.00 น.

ช่วงดึกวันนั้น พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้หารือกับผู้บัญชาการเหล่าทัพ เพื่อรับฟังถึงแนวทางและข้อเสนอเพื่อนำไปใช้คุยกับฝ่ายกัมพูชา ผ่าน “ภูมิธรรม เวชยชัย” ซึ่งจะมีเรื่องเงื่อนเวลาของการหยุดยิง การถอนกำลัง และจากการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ณัฐพล หลังจากนั้นชี้ชัดว่า มีข้อเสนอของเหล่าทัพในห้วงเวลาหยุดยิงควรเป็นช่วงเย็นวันที่ 18.00 น.

วันที่ 28 ก.ค. การหารือระหว่าง “ฮุน มาเนต” กับ “ภูมิธรรม เวชยชัย” โดยมี นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่เมืองปุตราจายา ประเทศมาเลเซีย มีการแถลงข่าวเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. บรรลุข้อตกลงในการหยุดยิงอย่างไม่มีเงื่อนไขในเวลา 24.00 น. และให้ 2 ฝ่ายจัดการประชุมระดับทวิภาคีในระดับกองทัพภาคในช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น และการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ในวันที่ 4 ส.ค.นี้

ท่ามกลางกระแสข่าว สทร.ยกหูคุยกับ "สมเด็จฮุน เซน" และ “แพทองธาร ชินวัตร” ได้เจรจากับ พล.ท.ฮุน มานี รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา จึงนำมาสู่วงเจรจาในวันนี้ที่ประเทศมาเลเซีย

ปรากฏว่า นับแต่การแถลงข่าวเสร็จสิ้น สถานการณ์ชายแดนเริ่มตึงเครียดมากกว่าเดิม ในหลายจุดทหารฝ่ายไทยเข้าคุมพื้นที่เหนือเส้นปฏิบัติการ 1: 15000 ได้แล้ว แต่ฝั่งกัมพูชามีคำสั่งจากหน่วยเหนือให้เข้าตีเพื่อเข้าไปยึด รักษา พื้นที่ปราสาทตาเมือนธม ภูมะเขือ ช่องอานม้า โดยเฉพาะพื้นที่ “ปราสาทตาควาย” ถือเป็นพื้นที่ซึ่งกัมพูชาส่งกำลังพลเข้าตีได้ง่าย และมีความเป็นไปได้ที่จะยึดได้หนึ่งพื้นที่ก่อนหยุดยิง

ทำให้ 7 ชม.ในพื้นที่ดังกล่าว เป็นเวลาที่แทบจะหยุดหายใจ “กองทัพบก” ส่งกำลังพลหน่วยรบพิเศษ และ ร.31 รอ.จาก จ.ลพบุรี เข้าสนับสนุนการรบ ขณะที่ฝ่ายกัมพูชาส่ง BHQ ทหารหน่วยองครักษ์ “ฮุน เซน” 4 กองร้อยเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง มีการระดมสาดอาวุธเข้าหากัน ทั้งจรวด ปืนใหญ่ ยิงฐานปฏิบัติการของไทยเสียหาย

ก่อนที่ กองทัพอากาศ” จะเปิดปฏิบัติการโจมตีชุดใหญ่อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยเครื่องบิน F-16 และ Gripen ทิ้งระเบิดทำลายพื้นที่ทางทหาร และศูนย์อำนวยการรบ ตัดเส้นทางส่งกำลังบำรุงในช่วง 5 ทุ่ม ใกล้เวลาขีดเส้นตายหยุดยิง สามารถปิดปฏิบัติการและกลับฐานบิน

ทำให้ไทยสามารถยึดพื้นที่ซึ่งกัมพูชารุกล้ำเข้ามา และละเมิดเอ็มโอยู 43 ได้ทั้งหมด แม้จะมีความพยายามในการเข้าโจมตีเพื่อยึดพื้นที่คืนอีกครั้งในช่วงกลางดึก แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ทหารยังคงตรึงกำลังในพื้นที่สำคัญๆ ทั้งหมดได้อย่างเบ็ดเสร็จ และในตอนสายวันที่ 29 ก.ค.นี้ มีการประกาศปักธงชาติไทยได้ทั้งหมด เป็นการสถาปนาความมั่นคงในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ส่งผลให้มีกำลังที่ต้องสูญเสียในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย และ ช่องอานม้า ในคืนดังกล่าวรวม 4 ราย และมีทหารได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

นั่นทำให้เห็นว่า 7 ชม.คือห้วงเวลาที่กัมพูชาขอมานั้น เป็นการฉวยจังหวะในการเข้าโจมตีแบบม้วนเดียวจบ เพื่อขอเข้าพื้นที่ได้เพียง 1 ปราสาท เพื่อใช้ในการต่อรองระหว่างเจรจา แต่ก็ทำให้ไทยต้องถูกโจมตีอย่างหนัก ด้วยการปักหลักสู้รบของทหารไทยอย่างหนักหน่วง

ท่ามกลางคำถามถึงบทบาทของ “ฝ่ายการเมือง” ในการต่อรองเรื่องการหยุดยิงว่า มีลับลมคมใน หรือเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือไม่

เมื่อย้อนฟังจากคำสัมภาษณ์ของ พล.อ.ณัฐพล ทำให้เห็นว่าฝ่ายกัมพูชาเป็นฝ่ายเสนอเงื่อนไขเรื่องเวลามาก่อน โดย พล.อ.ณัฐพลระบุว่า เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ก่อนที่จะไปเจรจาได้มีการหารือกับ ผบ.เหล่าทัพว่า เวลาที่รับได้คือเท่าไหร่ ทาง ผบ.เหล่าทัพสรุปเป็นเวลา 18.00 น. แต่ทางกัมพูชาขอเป็นเที่ยงคืน ซึ่งตนได้หารือกับ ผบ.เหล่าทัพอีกครั้ง พอจะรับเงื่อนไขได้ เพียงแต่ห่วงใย เพราะเป็นช่วงเวลากลางคืน

ทุกท่านบอกว่าหนักใจ เนื่องจากกัมพูชาเคลื่อนย้ายกำลังมามาก อยากให้ประชาชนเข้าใจ ผมทำทุกอย่างร่วมกับกองทัพ ซึ่งไม่ได้ทำคนเดียว รวมถึงพูดคุยกับรัฐบาล ยืนยันว่าก่อนเจรจาหยุดยิง ผมมีเงื่อนไขว่า หยุดยิงแล้วจะทำอะไรต่อไป จึงเป็นที่มาขอทาง 7 ข้อที่ทางกระทรวงการต่างประเทศแถลง และในที่ประชุมก็ยอมรับ โดยมีมาเลเซีย สหรัฐอเมริกาและจีนเป็นพยาน พล.อ.ณัฐพลระบุ

พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ขอให้ทุกคนสบายใจได้ว่าการหยุดยิง ไม่ใช่ว่าสั่งหยุดเมื่อคืนนี้แล้วทั้ง 2 ฝ่ายจะมาเล่นตะกร้อ นั่งกินข้าวด้วยกัน ยืนยันต้องมีการคุยกันต่อไป ใน 7 ข้อนั้นอาจจะจบเดือนหน้าหรือไม่ ยังไม่รู้ แต่การหยุดยิงทำให้ลดความสูญเสียของประชาชน เพราะปัจจุบันประชาชนเสียชีวิต 14 ราย บาดเจ็บ 48 ราย ทหารเสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บ 160 ราย หนึ่งในนั้นมีพิการขาขาด 4 ราย ซึ่งเป็นกำลังหลักของครอบครัว ยืนยันตนต้องคิดทุกอย่าง แต่ในระดับของ ผบ.เหล่าทัพจะมาคิดแบบตนไม่ได้ อยากให้สังคมเข้าใจ

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าระหว่างนี้ ผลการหารือแบบทวิภาคีจะส่งผลให้ 7 ข้อที่ได้ตกลงไว้ ได้แก่ ห้ามยิงต่อประชาชน หยุดเพิ่มเติมกำลัง ห้ามเคลื่อนย้ายกำลัง อำนวยความสะดวกในการส่งกลับผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต จัดตั้งชุดประสานงานเพื่อแก้ปัญหาฝ่ายละ 4 คน และรอหารืออีกครั้งตามผลการประชุม GBC ในวันที่ 4 สิงหาคม 2568 ที่กัมพูชาเป็นเจ้าภาพ จะเกิดผลในทางปฏิบัติมากน้อยแค่ไหน

ที่สำคัญจะมีการหยุดยิงอย่างถาวร ด้วยการที่กัมพูชาถอนกำลังกลับที่ตั้งไปเหมือนเดิมหรือไม่!!!.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...