โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พ่อแม่ภูมิใจ “พลทหารสิรวิชญ์” เสียชีพปกป้องชาติ เผยส่งคลิปชูสองนิ้ว ก่อนเสียชีวิต

Manager Online

เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 13.59 น. • MGR Online

ศูนย์ข่าวขอนแก่น-พ่อแม่ภูมิใจ ลูกชายทำหน้าที่เสียสละสูงสุดชาติ เผยพลทหารสิรวิชญ์ ส่งคลิปสุดท้าย ชูสองนิ้วพร้อมพูดว่า “สู้ตายแม่สู้ตาย” ส่งให้แม่ก่อนเหตุปะทะ จนเสียชีวิตเมื่อ 28 ก.ค. ครอบครัวเผย “เสียใจแต่ภูมิใจ” เตรียมพิธีพระราชทานเพลิงศพ 2 ส.ค.นี้ที่วัดสายทอง อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น

วันนี้ ( 29 ก.ค.) นายไพศาล วงษ์ชีวะสกุล นายอำเภอสีชมพู พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ บ้านเลขที่ 86 บ้านซ่งหนองขาม หมู่ 4 ต.หนองแดง อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น เพื่อพบกับครอบครัว พลทหารสิรวิชญ์ ภิญโญสุข สังกัดกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 8 ค่ายมหาศักดิพลเสพ จ.ขอนแก่น หรือ “พลทหารเต๊ะ” ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุปะทะ ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมมอบสิ่งของเพื่อให้กำลังใจกับครอบครัว และแจ้งดำเนินการ พิธีพระราชทานเพลิงศพอย่างสมเกียรติให้กับครอบครัวทราบ ท่ามกลางความเศร้าโสกเสียใจของครอบครัวพลทหารที่เสียชีวิต

นายดำรงศักดิ์ ภิญโญสุข อายุ 49 ปี และนางสาวสุพรรณษา กองราชา อายุ 47 ปี พ่อและแม่ของผู้เสียชีวิต พร้อมด้วยนางสาววชิรญารี ภิญโญสุข อายุ 18 ปี น้องสาว เปิดเผยว่า ครอบครัวทราบข่าวลูกชายเสียชีวิตช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าพลทหารสิรวิชญ์ เสียชีวิตจากการยิงปะทะเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. โดยก่อนหน้านั้นครอบครัวไม่สามารถติดต่อกับลูกชายได้ติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน โดยการพูดคุยครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 28 กรกฎาคม

ก่อนที่ลูกชายจะส่งคลิปวิดีโอที่เขาถ่ายตัวเองในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศขณะนั่งอยู่ในบังเกอร์ภายในพื้นที่ปฏิบัติการ และกล่าวในคลิปว่า “สู้ตายแม่ สู้ตาย” พร้อมชูสองนิ้ว จากนั้นก็ปิดเครื่องไม่สามารถติดต่อได้อีก โดยพลทหารสิรวิชญ์ เป็นบุตรชายคนโตของครอบครัว มีน้องสาว 1 คน เข้ารับราชการทหารโดยสมัครเป็นทหารกองประจำการ ผลัดที่ 2/2567 ด้วยความตั้งใจจะรับใช้ชาติ โดยก่อนสมัครได้ฝากน้องสาวช่วยดูแลแม่ เพราะเห็นว่าตนไม่มีภารกิจใดๆที่บ้าน และอยากทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ แม่จึงพาไปสมัคร

นางสาวสุพรรณษา แม่ของพลทหารสิรวิชญ์ กล่าวทั้งน้ำตาว่า แม้จะเสียใจอย่างสุดหัวใจ แต่ก็ภูมิใจที่ลูกชายได้ทำหน้าที่เพื่อปกป้องประเทศชาติ และจากไปอย่างสมเกียรติ ลูกชายเคยพูดว่าจะขอเป็นทหารต่อ เพราะคิดว่าหากไปเรียนต่อคงไม่รอด เนื่องจากเรียนไม่เก่ง แต่เขามั่นใจในสภาพร่างกายและหัวใจที่เต็มร้อยพร้อมจะรับใช้ชาติ ซึ่งของแทนใจชิ้นสำคัญ ที่ลูกชายทิ้งไว้ให้ครอบครัว คือรถจักรยานยนต์แต่งสวยงาม ซึ่งพลทหารสิรวิชญ์ได้นำรถจักรยานยนต์ที่บ้านมาดัดแปลงและตกแต่งด้วยตนเอง

ที่ผ่านมาพลทหารสิรวิชญ์มักจะถ่ายคลิปและภาพถ่ายส่งมาให้แม่ดูเป็นระยะ เพื่อเล่าให้ฟังว่าอยู่จุดไหน ทำอะไร โดยเฉพาะเมื่อปฏิบัติหน้าที่ในบังเกอร์ก็จะถ่ายภาพมาส่งเสมอ ไม่เคยบ่นถึงอันตรายหรือความลำบาก ทำให้ครอบครัวไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น แต่เมื่อมีข่าวการสู้รบและการปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ก็เริ่มเกิดความกังวลและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

ขณะที่นายดำรงศักดิ์ ผู้เป็นพ่อ กล่าวว่า ลูกชายได้สร้างความภาคภูมิใจอย่างยิ่งให้กับครอบครัว และการเสียชีวิตในครั้งนี้ ถือเป็นการเสียสละอย่างสูงสุดเพื่อประเทศชาติ ก่อนจะทราบข่าวการเสียชีวิต ก็ไม่มีลางบอกเหตุหรือสิ่งผิดปกติใดๆ เพียงแต่ช่วงที่ลูกชายขาดการติดต่อในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ได้แต่บ่นถามหากันในบ้าน กระทั่งได้รับคลิปสุดท้ายที่ลูกชายส่งมาให้

สำหรับพิธีบำเพ็ญกุศลและพระราชทานเพลิงศพ ได้จัดเตรียมสถานที่ที่วัดสายทอง บ้านโพธิ์ทอง หมู่ 7 ตำบลหนองแดง อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น โดยมีกำลังพลจากหน่วยต้นสังกัดของพลทหารสิรวิชญ์ นำกำลังเข้าปรับปรุงพื้นที่วัดร่วมกับชาวบ้าน เพื่อจัดสร้างเมรุชั่วคราวบริเวณลานหน้าวัด

กำหนดการเคลื่อนศพเข้าสู่ศาลาการเปรียญวัดสายทอง ในวันพุธที่ 30 กรกฎาคม 2568 เวลา 17.00 น. และจะมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพในวันเดียวกัน เวลา 19.00 น. ณ ศาลาการเปรียญวัดสายทอง และกำหนดจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพ ในวันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม 2568 เวลา 16.00 น. ณ เมรุชั่วคราว วัดสายทอง หมู่ 7 บ้านโพธิ์ทอง ตำบลหนองแดง อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...