โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเผยแพร่ "ศาสนาคริสต์" ในอีสาน สู่จุดกำเนิดชุมชนคาทอลิกแห่งบ้านท่าแร่

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 20 ก.ค. 2565 เวลา 04.27 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2565 เวลา 04.27 น.
ภาพการประชุม สภาวาติกันศูนย์กลางของคริสต์นิกายโรมันคาทอริก (RELIGION-VATICAN II / AFP)

การเผยแพร่ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอริกแถบอีสานในประเทศไทยช่วง พ.ศ. 2110-2427

การเข้ามาเผยแพร่ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกในประเทศไทย ปรากฏหลักฐานว่าเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว เมื่อเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่าใน พ.ศ. 2310 การเผยแพร่ศาสนาก็หยุดชะงักลงชั่วระยะเวลาหนึ่ง มาเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหนึ่งในสมัยกรุงธนบุรี สืบเนื่องมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งในช่วงเวลานี้มีการอพยพของคนญวนอพยพเข้ามาอยู่ที่ท่าแร่ตั้งแต่แรกตั้งชุมชน โดยอพยพจากเวียดนามเข้ามาอยู่ที่เมืองสกลนครก่อน

สาเหตุที่อพยพมาจากเวียดนาม เนื่องจากหนีปัญหาการต่อต้านศาสนาคาทอลิกในเวียดนาม กล่าวคือ ในประเทศเวียดนามมีการเผยแพร่ศาสนาคาทอลิกใน พ.ศ. 2207 โดยมิชชันนารีชาวฝรั่งเศส แต่ศาสนาคาทอลิกในเวียดนามถูกต่อต้านจากผู้ปกครองหลายยุคหลายสมัย เนื่องจากเกรงว่าชาวตะวันตกจะใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือในการยึดครองประเทศ ในรัชกาลพระเจ้าเทียวตรีและในรัชกาลพระเจ้าตือดึกมีการต่อต้านศาสนาคาทอลิกรุนแรงยิ่งขึ้น คณะมิชชันนารีถูกฆ่า

เหตุการณ์นี้ทำให้ชาวเวียดนามที่เป็นคริสตังอพยพข้ามแม่น้ำโขงมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมาอยู่แถบเมืองนครพนม มุกดาหาร อุบลราชธานี ซึ่งเรียกกลุ่มอพยพเหล่านี้ว่า “ญวนเก่า” (สาลินี มานะกิจ, 2548 : 57)

นอกจากชาวญวนเก่าในพื้นที่แถบอีสานยังประกอบไปด้วย กลุ่มคนลาวหรือคนพื้นเมือง ประกอบด้วย พวกไทย้อ ผู้ไทย กะเลิง กะโส้ คนในกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่อพยพมาจากทางตอนใต้ของลาว เช่น เมืองมหาชัย เมืองวัง เป็นต้น

สาเหตุที่คนเหล่านี้อพยพมาเนื่องจากในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อ พ.ศ. 2370 เกิดเหตุการณ์กบฏเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ รวมทั้งไทยและญวนทำสงครามแย่งชิงอิทธิพลในดินแดนเขมร ในครั้งนี้กองทัพไทยได้กวาดต้อนผู้คนจากเมืองต่างๆ ทางฝั่งซ้ายให้มาอยู่ตามเมืองทางฝั่งขวาเพื่อเป็นการตัดกำลังไม่ให้ญวนได้ประโยชน์จากผู้คนในหัวเมืองฝั่งซ้าย ทั้งสองเหตุการณ์ทำให้มีผู้คนจากทางตอนใต้ของลาวอพยพเข้ามาอยู่ในภาคอีสานของไทยเป็นจำนวนมาก รวมทั้งที่เมืองสกลนครด้วย และคนเหล่านี้ได้กลายเป็นคนพื้นเมืองอีสานในเวลาต่อมา (อนุสรณ์ท่าแร่ครบ 100 ปี, 2527 : 18) และมีจำนวนมากกว่าชาวญวนเก่า

ใน พ.ศ. 2399 ตรงกับรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไทยทำสนธิสัญญามงตินยี (Montigny) กับฝรั่งเศส เปิดโอกาสให้ฝรั่งเศสมีสิทธิเท่าเทียมกับประเทศตะวันตกอื่นๆ ที่ติดต่อค้าขายกับไทยในขณะนั้น มาตราที่ 3 ของสนธิสัญญานี้มีใจความสำคัญว่าคณะมิชชันนารีฝรั่งเศสมีเสรีภาพในการเผยแพร่ศาสนา มีเสรีภาพในการสร้างโบสถ์และอาคารที่เกี่ยวกับศาสนา

รวมทั้งสามารถเดินทางอย่างมีอิสระเต็มที่ในดินแดนทั้งหมดของราชอาณาจักรสยาม (อาเดรียง โลเนย์, 2528: 164) ส่งผลให้สมัยนี้มีการเผยแพร่ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกายังภาคอีสานนำโดยบาทหลวงยวง บัปติส โปรดม บาทหลวงซาเวียร์ เกโก ซึ่งเป็นคณะสงฆ์แห่งกรุงปารีส และครูทัน ซึ่งเป็นครูเณรชาวเวียดนาม ที่ได้รับมอบหมายจากพระสังฆราชหลุยส์ เวย์ ให้เดินทางมาเผยแพร่ศาสนาที่จังหวัดอุบลราชธานี ก่อนจะเดินทางไปเผยแพร่ศาสนาต่อในจังหวัดมุกดาหาร นครพนม หนองคาย และสกลนคร (ปกรณ์ พัฒนานุโรจน์, 2561 : 60) ทำให้สามารถรวบรวมคนญวนที่อพยพก่อนหน้านี้และคนพื้นเมืองที่ยอมรับเข้ารีตตั้งชุมชนที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกได้ เรียกว่า “คุ้มแกว”

การจัดตั้งชุมชนคาทอลิก มิชชันนารีมีวิธีดำเนินการ คือ “เมื่อมีคนมาเข้ารีตมิชชันนารีก็จะรวบรวมเอาผู้ที่เข้ารีตมาอยู่ในที่แห่งเดียวกัน เมื่อหาทำเลที่เหมาะสมแล้วก็จะตั้งเป็นชุมชนเอกเทศ เป็นเขตเฉพาะที่สามารถควบคุมและปกครองได้ ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม” (พรรณี พลไชยขา, 2536 : 118-119) ชุมชนที่ตั้งขึ้นนี้มีลักษณะเด่น คือ “…ถือวัฒนธรรมตาม ‘แบบฝรั่ง’ ซึ่งมีแนวทางการดำเนินชีวิตที่แตกต่างจากคนไทยทั่วไป มิชชันนารีถือว่าชุมชนดังกล่าวเป็นชุมชนศักดิ์สิทธิ์และเป็นเป้าหมายการเผยแพร่ศาสนาในสมัยนั้น เรียกว่า ‘กลุ่มคริสต์ชนพื้นฐาน (BasicChristian Community)’ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานในการขยายจำนวนคาทอลิกให้เพิ่มขึ้นต่อไป” (ปรีชา จินตเสรีวงศ์, 2531 : 85)

ในจำนวนชุมชนคาทอลิกนับร้อยที่ถูกตั้งขึ้นในอีสานนั้น มีชุมชนคาทอลิกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจ ทั้งในด้านพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ และความหลากหลายทางชาติพันธุ์ของคนในชุมชน รวมทั้งร่องรอยทางวัฒนธรรมที่ยังคงหลงเหลืออยู่ให้ศึกษาได้ในปัจจุบัน คือ ชุมชนคาทอลิกบ้านท่าแร่ ตำบลท่าแร่ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร

สาเหตุในการก่อตั้งชุมชนหลักฐานจากเอกสารและจากคำบอกเล่าของคนในชุมชนส่วนใหญ่กล่าวถึงสาเหตุในการก่อตั้งชุมชนไว้ตรงกัน คือ มีสาเหตุจากความขัดแย้งระหว่างบาทหลวงกับเจ้าหน้าที่กรมการเมือง กล่าวคือ ใน พ.ศ. 2427 บาทหลวงฝรั่งเศสเข้ามาเผยแพร่ศาสนาคาทอลิกที่เมืองสกลนคร ต่อมาเกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างบาทหลวงกับเจ้าหน้าที่กรมการเมืองสกลนคร เนื่องจากมีไพร่และทาสของเจ้าหน้าที่กรมการเมืองหลบหนีไปเข้ารีตอยู่กับบาทหลวงเพื่อหลบหนีการเสียส่วยและเกณฑ์แรงงาน

ในที่สุดเมื่อจำนวนคริสต์ชนเพิ่มมากขึ้นทำให้ไม่สะดวกในการจัดหาที่ดินเพื่อพักอาศัยและทำกินสำหรับคนเหล่านั้น ประกอบกับถูกกลั่นแกล้งจากเจ้าหน้าที่บ้านเมืองทำให้เกิดความคิดที่จะหาทำเลที่ตั้งหมู่บ้านคริสต์ชนใหม่ บาทหลวงเกโกกับครูทันจึงตัดสินใจย้ายชาวคริสต์ทั้งชาวญวนและชาวพื้นเมืองไปอยู่ทางฝั่งเหนือของหนองหาน การตัดสินใจครั้งนี้ได้รักษาไว้เป็นความลับ

จนถึงคืนวันหนึ่งในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2427 บาทหลวงเกโก ครูทัน และกลุ่มคริสต์ชน ได้จัดทำแพใหญ่ด้วยเรือเล็ก และไม้ไผ่ผูกติดกันบรรทุกทั้งคนและสัมภาระลงแพ กางใบให้ลมพัดมาทางทิศเหนือจนมาถึงฝั่งท่าแร่ และตั้งรกรากอยู่ที่นั่นเป็นต้นมา และขณะที่อพยพมากลุ่มคริสต์ชนได้ภาวนาวิงวอนอัครเทวดามีคาแอล (SaintMichael) ให้ช่วยคุ้มครองก็ได้รับความปลอดภัยทุกประการ ดังนั้น จึงนับถืออัครเทวดามีคาเเอลเป็นองค์อุปถัมภ์ของบ้านท่าแร่ตั้งแต่นั้นมา (หน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรมท้องถิ่น จ. สกลนคร, 2539 : 4)

อ้างอิง :

สาลินี มานะกิจ. (2548). ความเป็นมาและการเปลี่ยนแปลงของชุมชนคาทอลิกบ้านท่าแร่ จังหวัดสกลนคร

พ.ศ. 2427 – 2508. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

หน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรมท้องถิ่น จ. สกลนคร. (2539). มรดกล้ำค่าที่บ้านท่าแร่. มปท.

ปรีชา จินตเสรีวงศ์. (2531). แนวทางงานพัฒนาสังคมของพระศาสนาจักรคาทอลิกในประเทศไทย.

กรุงเทพฯ: วิทยาลัยแสงธรรม.

ปกรณ์ พัฒนานุโรจน์. (2561). การอนุรักษ์อาคารพื้นถิ่นในย่านเมืองเก่าสกลนคร. วารสารสังคมลุ่มน้ำโขง,10(2).

อาเดรียง โลเนย์. (2528). สยามและคณะมิชชันนารีฝรั่งเศส (แปลโดย ประทุมรัตน์ วงศ์ดนตรี).

กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร

อนุสรณ์ท่าแร่ครบ 100 ปี. (2527). ม.ป.ท. สกลนคร

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 20 กรกฎาคม 2565

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...