โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชีวิตมีเรื่องเล่า : การบูลลี่, มุมมอง, การแก้ปัญหา - คนคอม

LINE TODAY SHOWCASE

เผยแพร่ 03 ส.ค. 2565 เวลา 06.00 น. • คนคอม

ชีวิตมีเรื่องเล่า : การบูลลี่, มุมมอง, การแก้ปัญหา

--------------------------------------------------

ย้อนกลับไปสมัยเด็กน้อยอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เด็กน้อยมีรูปร่าง ผอม ตัวเตี้ย หัวโต พี่ๆในบ้านมักร้องเพลงแหย่เสมอว่า "ไอ้เตี้ยหมาตื่น กลางคืนหมาหอน ไอ้เตี้ยไม่นอน หมาหอนทั้งคืน" เด็กน้อยเลยชินกับการโดนล้อ พอไปโรงเรียนด้วยรูปร่างหน้าตาเลยมักมีเพื่อนชอบมาแกล้งอยู่เสมอ เด็กน้อยเป็นเด็กไม่คิดมาก แต่เป็นเด็กไม่ยอมใคร แกล้งมาแกล้งกลับ แหย่มาแหย่กลับ

ซึ่งพอขึ้นชั้นป.2 เด็กน้อยได้ย้ายมาอยู่ห้อง 1 เพราะทำคะแนนได้ดีในปลายภาคของชั้นป.1 ซึ่งในห้องใหม่ มีเด็กเกรียนลูกของคนจีนขายผ้าในตลาดเป็นหัวโจก ตัวใหญ่ สูง ผิวขาว หน้าตาดีชื่อซัว เหล่าคุณครูมักรู้สึกดีกับซัวด้วยรูปลักษณ์ภายนอกแต่ซัวกลับชอบแกล้งเด็กคนอื่นโดยตบหัวเด็กที่อ่อนแอกว่า ทำตัวเป็นหัวโจก ทำอะไรก็ไม่ผิด เพราะต่อหน้าครู ซัวจะสุภาพ พาเพือนเล่นอย่างสร้างสรร ซึ่งเด็กน้อยก็ไม่พ้นจะโดนแกล้งตบหัว ยิ่งหัวโตเลยล้มง่ายๆ เด็กน้อยเองก็มีเสื้อผ้าไม่กี่ชุด ถ้าล้มเสื้อผ้าเปื้อนก็รู้สึกไม่ดีเพราะเป็นเด็กรักสะอาดมากแต่ก็ต้องยอมอดทนเก็บกดเพราะตัวเล็กกว่ามากคงสู้ไม่ได้ แล้วก็ยังไม่หนักหนาอะไร ภาพลักษณ์เด็กน้อยก็สู้ซัวไม่ได้อยู่แล้ว

อยู่มาวันหนึ่ง เด็กน้อยใส่เสื้อผ้านักเรียนใหม่ตัวเก่งมาโรงเรียนอย่างคนอารมณ์ดี ซัวเห็นหน้ายิ้มแย้มของเด็กน้อยก็รู้สึกหมั่นไส้ เลยเข้ามาผลักแล้วตบหัวจนล้ม แต่ครั้งนี้เด็กน้อยรู้สึกเสียดายเสื้อผ้าเลยลุกขึ้นมาเอาคืน แม้ตัวจะเล็กกว่ามากๆ ก็สู้ไม่ถอย แต่พอยิ่งสู้ เสื้อยิ่งเปื้อนแล้วสู้แรงเพื่อนไม่ได้ เด็กน้อยเลยกัดหูเพื่อนจนเกือบขาดเลือดไหลเปื้อนเสื้อเด็กน้อยและซัว เพื่อนๆเลยวิ่งไปตามครูมาห้ามทัพ เด็กน้อยโดนลงโทษเพราะครูมาเห็นตอนเด็กน้อยกำลังกัดหูซัวแบบไม่ยอมปล่อย ขณะที่ซัว ครูพาไปรักษาแผลที่หูไม่โดนลงโทษใดๆทั้งสิ้น

เช้าวันถัดมา พ่อกับแม่ของซัว มาขอพบครูประจำชั้นและเด็กน้อย เมื่อพ่อแม่ของซัวมาเจอเด็กน้อย พ่อของซัวก็เดินมาตบหน้าเด็กน้อยต่อหน้าครู เด็กน้อยได้แต่ยืนน้ำตาไหลมองพ่อของซัวด้วยความไม่เข้าใจ ครูเองก็ห้ามไม่ทัน

พ่อของซัว : ทำไมลื้อทำร้ายซัวขนาดนั้น หูเกือบขาด ถ้าหูขาด เขาจะได้ยินหรือเปล่า เขาจะพิการมั้ย?

เด็กน้อย : เขาแกล้งผมก่อนครับ เขาทำเสื้อผ้าผมเลอะเทอะไปหมด

พ่อของซัว : แล้วมันเจ็บมากหรือไง ถึงเอาคืนเพื่อนขนาดนั้น อีกอย่างซัวเขาเป็นคนสุภาพ หล่อ ลื้ออิจฉาเขาใช่มั้ย

เด็กน้อย : เปล่าครับ ผมขอโทษครับ เขาแกล้งผมประจำ ผมก็อดทนถึงที่สุดแล้ว

พ่อของซัว : ลื้อก็พูดเอาดีเข้าตัว ลูกอั้วเป็นเด็กดี ไม่เคยมีใครมาบอกว่าลูกอั้วเกเรเลย ลื้อเพิ่งย้ายมาห้องนี้ ก็มากล่าวหาเพื่อน ลื้อใช้ไม่ได้

เด็กน้อย : ผมพูดความจริงครับ

พ่อของซัว : (หันไปหาครู) ครูดูสิ เด็กคนนี้ไม่ไหว เกเรแล้วเถียงผู้ใหญ่อีก หัดดูแลลูกศิษย์ดีๆ อย่าให้ลูกอั้วเจอแบบนี้อีกนะ

ครู : ครับๆ ขอโทษครับ ผมจะคอยดูแลครับ

พ่อของซัว : (ชี้หน้าเด็กน้อย) ลื้ออย่าให้อั๊วมาโรงเรียนแล้วเจอลื้ออีกนะ อั้วเอาเรื่องลื้อถึงบ้านแน่ๆ

เด็กน้อย : ครับๆ ขอโทษครับ (เด็กน้อยไม่อยากให้เรื่องรู้ไปถึงหูพ่อกับแม่ ลูกใคร ใครก็รัก กลัวเป็นเรื่องใหญ่โต อีกอย่างบ้านของซัว รวยกว่าบ้านของเด็กน้อยมาก พ่อกับแม่จะเดือดร้อนด้วยเรื่องของเด็กๆ)

แต่หลังจากวันนั้น ซัวก็ไม่กล้ามาแกล้งเด็กน้อยอีกเลยเพราะกลัวโดนกัดหูอีก ส่วนเด็กน้อยก็ดีขึ้นพักหนึ่ง เพราะเป็นเรื่องดังในโรงเรียน พอเรื่องซาไปก็เจอเพื่อนคนอื่นหรือพี่ชั้นโตมาแกล้งอีกเป็นประจำ ด้วยความเป็นคนตัวเล็ก หัวโต ดูน่าแกล้ง จนเด็กน้อยต้องแอบพกมีดเสือซ่อนเล็บไปโรงเรียน เพื่อป้องกันตัวและแก้ปัญหา แต่โชคดีไม่เกิดเหตุร้ายจนกระทั่งเรียนจบประถมปลาย

-------------------------------

ปล. การบูลลี่ หรือการแกล้งกันมีมาทุกยุคทุกสมัย ดังนั้นการแก้ปัญหาคือสร้างความแข็งแกร่งทางจิตใจของเด็กแต่ละคน ให้เขาเอาตัวให้รอด ซึ่งไม่รู้จะสอนอย่างไร แก้อย่างไร เพราะไม่มีสูตรการแก้ปัญหาตายตัว อย่าไปเอาสิ่งเหล่านี้มาเป็นปมด้อยในจิตใจ โตมาต้องพยายามสร้างพลังบวก ทุกคนเคยเจอมาหมด ความไม่ดีอย่าเก็บเอาไว้เป็นปมด้อย แต่จงเก็บไว้เป็นบทเรียนเพื่อแก้ปัญหา เมื่อทำงานก็ไม่พ้นมีเรื่องแบบนี้ ดังนั้นอยากให้คนที่โดนเอาตัวให้รอด อย่าไปยอม เราต้องช่วยตัวเราเองก่อน ยิ่งอ่อนแอยิ่งโดน ส่วนคนที่บูลลี่หรือแกล้งคนอื่นขอให้มีจิตเมตตาในหัวใจ เขาก็คน เราก็คน อย่าแกล้งกันเลยครับเพราะเราไม่รู้ว่าผลสุดท้ายอาจจะออกมาเลวร้ายกว่าที่เราคิดก็ได้

- อย่าถามหาความยุติธรรมในเรื่องการกลั่นแกล้งหรือบูลลี่ เพราะทุกคนมองแต่ตัวเองเท่านั้น เราเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ แต่เราเปลี่ยนตัวเองได้ครับ ขอให้ลุกขึ้นสู้ในความพอเหมาะพอดี อย่าโต้ตอบที่ก้าวร้าวเกินไปจนจบไม่สวย แบบที่เด็กน้อยทำก็มากเกินไป

- คนที่ชอบบูลลี่คนอื่นส่วนมากเป็นคนฉลาด รู้จักสร้างภาพลักษณ์ตัวเองให้ดูดี มีพรรคพวก เสียดายที่เอาความฉลาดความดูดีนี้ไปใช้ในทางที่ผิด เลิกเถอะครับ เอาความสมบูรณ์พร้อมของคุณไปใช้ในเชิงสร้างสรร สร้างความดีให้กับโลกดีกว่าครับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...