โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้ปกครองรีบเช็กด่วน! เด็กมี 5 สัญญาณนี้ อาจไม่ได้แปลว่าฉลาดเสมอไป

Khaosod

อัพเดต 02 เม.ย. เวลา 11.06 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. เวลา 11.06 น.

ผู้ปกครองรีบเช็กด่วน! เด็กมี 5 สัญญาณนี้ อาจไม่ได้แปลว่าฉลาดเสมอไป หลายบ้านยังเข้าใจผิด คิดว่าเป็นเรื่องดี แท้จริงเป็นสัญญาณของปัญหา

เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569

รายงานจากสื่อต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า เส้นแบ่งระหว่าง“เด็กที่มีพรสวรรค์” กับ “เด็กที่พัฒนาทักษะแบบท่องจำ” นั้นใกล้เคียงกันมาก

ในยุคที่การแข่งขันด้านการศึกษาสูงขึ้น ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยต่างคาดหวังจะค้นพบความสามารถพิเศษของลูกตั้งแต่เนิ่น ๆ เพียงเห็นลูกมีพฤติกรรมแตกต่างจากเด็กวัยเดียวกัน ก็มักรีบตีตราว่าเป็น “เด็กอัจฉริยะ”

อย่างไรก็ตาม หากขาดความเข้าใจ อาจนำไปสู่การตั้งความคาดหวังที่เกินจริง และสร้างแรงกดดันโดยไม่รู้ตัว ทำให้เด็กพลาดโอกาสในการพัฒนาทักษะพื้นฐานที่สำคัญในระยะยาว

ต่อไปนี้คือ 5 สัญญาณที่พ่อแม่มักเข้าใจผิดว่าเป็นความฉลาด แต่แท้จริงแล้วอาจมีความหมายที่แตกต่างออกไป

1. ความจำเป็นเลิศ แต่เป็นเพียงการท่องจำ

เด็กวัย 2–3 ปีที่สามารถจำป้ายทะเบียนรถ ชื่อประเทศ หรือท่องบทกวีได้อย่างคล่องแคล่ว มักทำให้ผู้ใหญ่รู้สึกทึ่งและเชื่อว่าเด็กมีความจำเหนือชั้น

อย่างไรก็ตาม ในช่วงวัยนี้ สมองของเด็กทำงานคล้าย “เครื่องบันทึกเสียง” ที่สามารถเลียนแบบและจดจำได้ดี ความจำดังกล่าวมักเป็นเพียงความจำระยะสั้นหรือการจำภาพ (rote memorization) เด็กอาจจำตัวอักษรหรือเสียงได้ แต่ไม่ได้เข้าใจความหมายที่แท้จริง ความฉลาดที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การจำข้อมูลได้มากเพียงใด แต่อยู่ที่ความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตจริง

2. ใช้เทคโนโลยีเก่งตั้งแต่เด็ก

เด็กที่ยังเดินไม่คล่องแต่สามารถปลดล็อกสมาร์ตโฟน เปิดแอปฯ หรือเล่นเกมได้อย่างคล่องแคล่ว มักถูกมองว่าเป็น “เด็กยุคใหม่ที่ฉลาดมาก”

แท้จริงแล้ว อุปกรณ์ดิจิทัลในปัจจุบันถูกออกแบบให้ใช้งานง่ายและเป็นมิตรต่อผู้ใช้สูงสุด ทั้งไอคอน สีสัน และการสัมผัสหน้าจอถูกออกแบบมาอย่างดี แม้แต่ผู้ไม่รู้หนังสือก็ใช้งานได้ การที่เด็กใช้แท็บเล็ตหรือสมาร์ตโฟนได้คล่อง จึงสะท้อนเพียงการตอบสนองของประสาทสัมผัสและการจดจำภาพ ไม่ได้บ่งชี้ถึงความคิดเชิงตรรกะหรือความคิดสร้างสรรค์

3. ตั้งคำถาม “ทำไม” อย่างต่อเนื่อง

เด็กที่ช่างพูดและตั้งคำถามตลอดเวลา มักถูกมองว่ามีความคิดเชิงวิเคราะห์และใฝ่รู้

แต่ในบางกรณี การถาม “ทำไม” ซ้ำ ๆ อาจเป็นเพียงวิธีดึงความสนใจจากพ่อแม่ หรือเป็นส่วนหนึ่งของช่วงพัฒนาการด้านภาษา เด็กกำลังฝึกใช้คำพูดเพื่อสื่อสารมากกว่าการแสวงหาความรู้เชิงลึก เด็กที่ฉลาดอย่างแท้จริงไม่เพียงแต่ตั้งคำถาม แต่ยังรู้จักฟัง จดจำคำตอบ และเชื่อมโยงคำถามกับประเด็นอื่นได้

4. อ่านออกตั้งแต่อายุยังน้อย — ระวังภาวะอ่านได้แต่ไม่เข้าใจ (Hyperlexia)

เด็กที่อ่านหนังสือได้ก่อนเข้าเรียน หรือแม้กระทั่งตั้งแต่อายุ 3 ปี มักเป็นความภาคภูมิใจของผู้ปกครอง
อย่างไรก็ตาม ในทางจิตวิทยาพัฒนาการ มีภาวะที่เรียกว่า “Hyperlexia” หรือภาวะอ่านเร็ว เด็กกลุ่มนี้สามารถถอดรหัสตัวอักษรได้รวดเร็ว แต่มีปัญหาในการทำความเข้าใจเนื้อหา ความสามารถในการอ่านจึงแยกขาดจากความเข้าใจภาษา เด็กอาจอ่านได้คล่อง แต่ไม่สามารถสรุปหรืออธิบายสิ่งที่อ่านได้ ซึ่งถือเป็นพัฒนาการที่ไม่สมดุล มากกว่าจะเป็นตัวชี้วัดสติปัญญาที่สูง

5. ช่างโต้เถียงและมักชนะการถกเถียง

เมื่อเด็กสามารถใช้เหตุผลโต้แย้งพ่อแม่ได้ หลายคนอาจมองว่าเป็นสัญญาณของภาวะผู้นำหรือศักยภาพในอนาคต

แต่สิ่งสำคัญคือเจตนาของการโต้แย้ง หากเด็กใช้คำพูดเพื่อเอาชนะ ขัดขืน หรือบรรลุเป้าหมายส่วนตัว เช่น ขอเล่นเพิ่มหรือเลี่ยงการทำสิ่งที่ไม่ชอบ นั่นอาจสะท้อนถึงความดื้อหรือการขาดทักษะควบคุมพฤติกรรม มากกว่าความคิดเชิงตรรกะที่แท้จริง ซึ่งควรมาพร้อมเหตุผลที่มีหลักฐานและความสามารถในการยอมรับความถูกต้อง

ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาแนะนำว่า แทนที่จะมุ่งเน้นทักษะภายนอกที่เห็นได้ชัด ผู้ปกครองควรให้ความสำคัญกับ 3 ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อความสำเร็จระยะยาว ได้แก่

  • ความสามารถในการแก้ปัญหาด้วยตนเอง : เด็กที่เผชิญปัญหาเล็ก ๆ แล้วพยายามหาทางแก้ไขด้วยตนเอง แสดงให้เห็นถึงการทำงานของสมองในระดับสูง
  • ความสามารถในการจดจ่อ (Deep Work) : เด็กที่สามารถมีสมาธิกับกิจกรรมได้นาน เช่น ต่อโมเดลหรือทำงานที่ต้องใช้ความละเอียด มีแนวโน้มพัฒนาศักยภาพทางปัญญาได้ดี
  • ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) : การเข้าใจอารมณ์ผู้อื่นและปรับพฤติกรรมได้อย่างเหมาะสม เป็นทักษะสำคัญในการใช้ชีวิตและการทำงานร่วมกับผู้อื่น

ทั้งนี้ เด็กแต่ละคนมีพัฒนาการในจังหวะของตนเอง การทำความเข้าใจอย่างถูกต้องจะช่วยลดแรงกดดันที่ไม่จำเป็น และสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เหมาะสม ให้เด็กเติบโตจากความพยายามและความเข้าใจผู้อื่น มากกว่าการยึดติดกับตัวเลขหรือการแสดงความสามารถเพียงผิวเผิน

ที่มา SOHA

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้ปกครองรีบเช็กด่วน! เด็กมี 5 สัญญาณนี้ อาจไม่ได้แปลว่าฉลาดเสมอไป

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...