รับเหมาโอด วิกฤตน้ำมันแพง งานรัฐ-เอกชน 8 แสนล้าน จ่อทิ้งงาน วอนรัฐช่วยด่วนที่สุด
นายกสมาคมก่อสร้างเดือด วิกฤตน้ำมันแพง ผู้รับเหมางานรัฐ-เอกชน มูลค่า 7-8 แสนล้านอ่วมหนัก วัสดุก่อสร้าง-ค่าขนส่ง พาเหรดขึ้นราคา วอนรัฐบาลอนุทินออกมาตรการช่วยด่วนที่สุด ก่อนที่ผู้รับเหมาจ่อหยุดงาน ทิ้งงานระนาว
น.ส.ลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้รับเหมาก่อสร้างงานภาครัฐและภาคเอกชนที่มีสัญญาก่อสร้างอยู่ในมือ คิดเป็นมูลค่า 7-8 แสนล้านบาท ได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤตตะวันออกกลาง และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่หนักกว่าโควิด ราคาวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
วัสดุ-ขนส่งพาเหรดขึ้นราคา
เช่น ยางมะตอยและแอลฟัลคอนกรีตปรับขึ้นกว่า 1.5 เท่า เหล็กเส้นปรับขึ้นอย่างน้อย 4.5 บาท/กก. ซึ่งไม่รวมค่าขนส่งและในราคานี้ไม่มีของ ราคาปูนซิเมนต์ผสมเสร็จปรับขึ้น 300-450 บาท/คิว โดยผู้ผลิตระบุทุก ๆ 1 บาทที่น้ำมันขึ้น ต้นทุนการผลิตจะเพิ่มขึ้น 40 บาท/คิว ราคาขนส่ง รถเทรเลอร์ขนาด 30 ตัน มีซัพพลายเออร์บางรายแจ้งขอขึ้นราคาอีก 30,000 บาท/เที่ยวในกรุงเทพฯ และสูงสุด 78,000 บาท/เที่ยว เมื่อส่งไปภาคใต้ หากส่งไปสมุยจะเพิ่มขึ้นเป็น 90,000 บาท/เที่ยว ยังไม่นับรวมวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ ที่ทยอยปรับราคาขึ้นอย่างน้อย 15%
“ซัพพลายเออร์มีปํญหาในการหารถขนส่งสินค้า และหาวัตถุดิบในการผลิตสินค้าทำให้ไม่สามารถส่งของได้ตามกำหนดและอื่น ๆ อีกมากมายที่กำลังจะตามมา เหตุผลหลักที่ต้องมีการพิจารณา คือ จะหยุดงาน ชะลองาน ทิ้งงานหรือไปต่อ เพราะตอนนี้ผู้รับเหมางานก่อสร้าง โดยเฉพาะงานเอกชนมีแนวโน้มจะทิ้งงานสูง เพราะเจ้าของโครงการให้ยืนราคาเดิม ขณะที่ของขึ้นราคาไม่หยุด และไม่มีค่า K ชดเชยเหมือนงานภาครัฐด้วย”
สัญญางานเอกชนกระอัก
น.ส.ลิซ่ากล่าวว่า งานก่อสร้างระหว่างเอกชนกับเอกชน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มาตราการใด ๆ ที่ภาครัฐออกมาเพื่อช่วยผู้รับเหมาก่อสร้าง จะไม่สามารถบังคับใช้กับสัญญาก่อสร้างระหว่างเอกชนกับเอกชนได้ เช่น มาตราการการงด/ลดค่าปรับในช่วงโควิดที่ภาครัฐสั่งล็อกดาวน์ไซต์ก่อสร้าง ทำให้ไม่สามารถทำงานได้ งานล่าช้า
แต่มีเจ้าของงานเอกชนหลายรายฉวยโอกาสที่จะไม่รับรู้ ไม่ขยายอายุสัญญาและปรับผู้รับเหมาทั้งที่เป็นเหตุสุดวิสัยและสัญญางานก่อสร้างระหว่างเอกชนกับเอกชนไม่มีค่า K ในสัญญาจ้าง ดังนั้นความผันผวนด้านราคาใด ๆ ที่เกิดขึ้น ผู้รับเหมาต้องรับความเสี่ยงทั้งหมด
“สมาคมฯได้รับเรื่องร้องว่า เจ้าของโครงการเอกชนหลายแห่งยังยืนยันที่จะบังคับใช้ราคาและระยะเวลาก่อสร้างตามสัญญาเดิม ถ้าช้าก็ขอปรับตามสัญญาและขอไม่รับรู้ถึงปัญหาน้ำมัน การขนส่งและการขึ้นราคาสินค้า”
จี้รื้อสูตรค่า K สัญญางานรัฐ
น.ส.ลิซ่ากล่าวว่า สำหรับงานก่อสร้างภาครัฐ ที่หลายคนคิดว่าไม่เดือดร้อน เพราะมีค่า K นั้น โดยข้อเท็จจริงสูตรค่า K ทั้งหมด เป็นสูตรที่ทำมาตั้งแต่ปี 2532 ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับความผันผวนของราคาน้ำมันและวัสดุก่อสร้างในระดับนี้ ค่า K จึงไม่ตอบสนองต่อราคาน้ำมัน เหล็กเส้น คอนกรีต และวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น
อีกทั้งในสูตรค่า K หลายสูตร ไม่มีดัชนีราคาน้ำมันในสูตร แต่ใช้การอ้างอิงดัชนีผู้บริโภคแทน และหากดูองค์ประกอบที่มาของดัชนีผู้บริโภคจะพบว่าเป็นราคาวัดจากการรวบรวมข้อมูลราคาสินค้าและบริการ 400-500 รายการที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น อาหาร เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เครื่องนุ่งห่ม ค่าเช่าบ้าน ไข่ไก่ น้ำมันพืช น้ำตาล เป็นต้น ซึ่งไม่เกี่ยวกับราคางานก่อสร้างด้วยซ้ำ ส่วนสูตรที่มีดัชนีน้ำมันก็คิดสัดส่วนน้อยกว่าปริมาณการใช้จริง
นอกจากนี้ราคาดัชนีของสินค้าบางอย่าง เช่น คอนกรีต เป็นราคาตามไพรซ์ลิสต์ที่ผู้ผลิตไม่ยอมแจ้งกระทรวงพาณิชย์ว่าราคาปรับขึ้นตามข้อเท็จจริง โดยอ้างว่าทุกครั้งที่จะปรับราคา มักถูกห้ามจากกระทรวงพาณิชย์เพราะเป็นสินค้าควบคุม แต่ผู้ผลิตกลับขึ้นราคากับผู้ประกอบการและขึ้นมาตลอด เมื่อราคาที่แจ้งกระทรวงพาณิชย์ไม่ขยับ ดัชนีราคาคอนกรีตที่อยู่ในสูตรค่า K ทุกสูตรจึงไม่ขยับ ผู้ประกอบการจึงไม่เคยได้รับการชดเชยใด ๆ จากค่าคอนกรีตที่ปรับตัวสูงขึ้นมาตลอด
“ สูตรค่า K ไม่สามารถใช้กับงานคุรุภัณฑ์ได้ แม้เป็นงานคุรุภัณฑ์ที่ติดตั้งมากับอาคาร เช่น ลิฟต์ บันไดเลื่อนและในสูตรค่า K ผู้รับเหมาจะต้องรับภาระความผันผวน 4% แรก และสำคัญที่สุดคือ การจ่ายค่า K ภาครัฐจะจ่ายเมื่อมีเงินงบประมาณเหลือ และที่ผ่านมากว่าจะจ่ายใช้เวลาเป็นปี ผู้รับเหมาจึงต้องรับการขาดทุนจากวัสดุ น้ำมันและค่าขนส่งขึ้นราคาไปก่อน”
วอนรัฐออกมาตรการช่วยด่วนที่สุด
น.ส.ลิซ่ากล่าวว่า ในฐานะนายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างฯ ที่เป็นตัวแทนผู้ประกอบการ จึงอยากขอความเห็นใจ และให้ภาครัฐออกมาตราการเร่งด่วนที่สุด เช่น
1.ออกกฎหมาย หรือพระราชกำหนด หรือระเบียบใด ๆ ด่วนที่สุดที่ครอบคลุมสัญญางานเอกชนทุกประเภท ไม่เฉพาะงานก่อสร้าง ให้ถือสถานการณ์นี้เป็น ”เหตุสุดวิสัย” เพื่อขยายอายุสัญญา งดค่าปรับ หยุดค่าเช่าหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ พร้อมให้สิทธิในการ ”ชะลอหรือหยุดงาน” เพื่อเจรจาราคาและหรือค่าก่อสร้างใหม่ หรือจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติ เพื่อลดความขัดแย้งและลดภาระทางการเงิน ซึ่งกฎหมายลักษณะนี้ประเทศสิงค์โปร์เคยออกมาใช้แล้วในช่วงโควิด
2.สำหรับงานภาครัฐ ขอให้มีการขยายอายุสัญญาโดยไม่ต้องใช้ดุลยพินิจ รวมทั้งขอให้มีการยกเลิกสัญญาที่ยังไม่ได้เริ่มทำงานได้ โดยไม่ติด Black list เปลี่ยนหรือเพิ่มคู่สัญญาได้
3.ขอให้ภาครัฐพิจารณาช่วยซับซิไดซ์ ค่าขนส่ง และค่าวัสดุก่อสร้างที่ปรับเพิ่ม เช่น ซับซิไดซ์ตรง ปรับสูตรค่า K ยกเลิก 4% แรกที่ผู้ประกอบการต้องรับ จ่ายค่า K ทันทีที่มีการเบิกจ่ายเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง สัญญาใด ๆ ที่ทำกับหน่วยงานรัฐที่ยังไม่มีค่า K ให้เพิ่มค่า K เข้าไปในสัญญา ปรับค่า K0 ให้เป็นวันที่คิดราคากลางไม่ใช่วันที่เคาะราคา ราคาน้ำมันที่เอามาคิดดัชนีควรเป็นราคาหน้าโรงกลั่นจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ ให้นำคุรุภัณฑ์ประกอบอาคารมาใช้คิดค่า K ได้ เป็นต้น
ทั้งนี้ ในการขยายอายุสัญญาจะช่วยลดแรงกดดันของราคาและลด Financial Pressure (ภาวะตึงเครียดทางการเงิน) ได้บางส่วน คือรอให้สถานการณ์นิ่ง ความผันผวนต่าง ๆ ลดลงก่อน อย่างไรก็ดีในข้อเท็จจริง ไม่อยากชวนให้หยุดงานหรือทิ้งงาน เพราะคิดว่าจะมีผลเสียต่อเจ้าของโครงการและในงานราชการหลายโครงการจะส่งผลกระทบต่อสังคมและประชาชนมากกว่า
แต่หากไม่ได้รับการตอบสนองหรือช่วยเหลือใด ๆ จากภาครัฐอย่างเร่งด่วนที่สุด ผู้รับเหมาก็อาจไม่สามารถทนอยู่ต่อไปได้ เข้าข่ายต้องรักษาชีวิตตัวเองก่อนที่จะช่วยคนอื่น การหยุดงานหรือทิ้งงาน จึงเป็นสิ่งที่อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รับเหมาโอด วิกฤตน้ำมันแพง งานรัฐ-เอกชน 8 แสนล้าน จ่อทิ้งงาน วอนรัฐช่วยด่วนที่สุด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net