โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เร่งเครื่องจบปมร้อมค่าการกลั่น-ค่าการตลาดก่อนชงครม.นัดแรก 6 เม.ย.นี้

The Better

อัพเดต 03 เม.ย. เวลา 09.05 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. เวลา 02.10 น. • THE BETTER
คตร.ถกต่อต้นทุนน้ำมันบี้โรงกลั่นฯสำแดงค่าพรีเมียมช่วงเกิดวิกฤตข้องใจสูงผิดปกติ ก่อนใช้กลไกเพดาน-ขั้นต่ำ ด้านพลังงานแจงค่าการตลาดและค่าการกลั่นในภาวะปกติไม่เกิน 2.45 บาท/ลิตร

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า การระชุมคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) นัดแรกได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานศึกษานแนวทางที่เหมาะสมในการกำหนดค่าการกลั่น ค่าการตลาด ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง และหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมในการคำนวณราคา กำหนดราคาสำหรับราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น ราคาขายให้ผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7, มาตรการ 10 และมาตรา 11 ก่อนสรุปและนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)นัดแรกในวันที่ 6 เม.ย.นี้

ปัจจุบันเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการคำนวณราคาค่าการกลั่น ค่าการตลาด ราคาหน้าสถานีบริการน้ำมันอย่างมาก และยังส่งผลให้เกิดค่า War Premiun หรือน้ำมันส่วนเกินที่บวกเพิ่มในราคาน้ำมันดิบจริง ซึ่งในเรื่องต้องไปพิจารณาข้อมูล เพราะที่ผ่านมา ค่าการกลั่นที่กระทรวงพลังงานนำเสนอตัวเลขมา อาจจะยังสูงเกินไปทั้งนี้สงครามที่เกิดขึ้น อาจส่งผลให้ค่า War Premiun ของน้ำมันดิบในตลาดตะวันออกกลางสูงขึ้นตามความเป็นจริงมาก แต่ในทางปฏิบัติแล้ว พบว่า ทุกวันนี้โรงกลั่นส่วนใหญ่ไม่ได้นำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางเหมือนในอดีตที่ผ่านมา เพราะมีการหาตลาดอื่นเพื่อทำให้น้ำมันเพียงพอใช้ในประเทศไทย ดังนั้นต้องไปคุยกับโรงกลั่น เพื่อศึกษาต้นทุนแท้จริงที่รวม ค่า War Premiun ที่ทุกคนกำลังอ้างถึง แต่ยังไม่มีใครรู้ว่าตกลงควรจะเป็นเท่าไร จะได้นำมาใช้ในการคำนวณค่าการกลั่น

นอกจากนี้ ยังมีค่าการตลาดที่ต้องยอมรับว่ายังมีการคำนวณที่อาจจะสูงและต่ำในบางช่วง กระทรวงพลังงานต้องไปคำนวณว่าราคาค่าการตลาดที่เหมาะสมควรจะเป็นเท่าไร โดยการดำเนินการทั้งหมด เชื่อว่าจะส่งผลไปสู่ราคาหน้าปั๊มที่คิดกับประชาชนในราคาที่ลดลง

นายเอกนิติ กล่าวว่า ที่ประชุม คตร.ได้มีการเสนอให้ศึกษาการกำหนดเพดาน (Ceiling) และราคาต่ำสุด (Floor) สำหรับค่าการกลั่น โดยมองว่าควรมีรูปแบบนี้ในกลไก แต่ต้องมีข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับต้นทุนที่แท้จริงอย่างชัดเจนก่อนนำมาจัดทำเป็นแนวทางปฏิบัติ

ด้าน นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเรื่องค่าการกลั่น และค่าการตลาดที่เห็นกันในขณะนี้ เป็นการคำนวณตัวเลขที่เกิดจากราคาขายส่ง ขายปลีกที่เป็นอยู่ ทำให้ราคามีความผันผวนมากในแต่ละวัน โดยในส่วนของค่าการตลาดที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2569 จนถึงวันที่ 2 เม.ย. 69 อยู่ที่ 1.95 บาทต่อลิตร

ทั้งนี้ในปี 2568 มีการศึกษาว่าค่าการตลาดควรจะเป็นเท่าไร โดยได้มีการค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มาคิดทั้งหมด ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าสถานที่ที่ปั๊มต้องใช้ และค่าใช้จ่ายจิปาถะมาคิด แล้วพบว่าค่าการตลาดควรจะเป็น 2.45 บาทต่อลิตร สำหรับทุกผลิตภัณฑ์น้ำมัน และตัวเลขย้อนหลัง 5 ปี ค่าการกลั่นก็อยู่ระดับใกล้เคียงที่ 2.45 บาทต่อลิตรเช่นกัน ตัวเลขนี้เป็นระดับที่ไม่มีเหตุการณ์ แต่พอมีเหตุการณ์ก็ต้องยอมรับว่าต้นทุนที่เกิดขึ้นจะสูงกว่า 2.45 บาทต่อลิตรที่เคยทำ แต่ช่วงที่ผ่านมา พบว่า ค่าการตลาดอยู่ต่ำกว่าระดับดังกล่าว ซึ่งค่าการตลาดไม่ได้สูง ถ้าดูเลขเฉลี่ยโดยรวม ขณะที่คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) และกระทรวงพลังงาน พยายามดูแลไม่ให้เกินอัตราที่กำหนดไว้

ส่วนค่าการกลั่นที่ 13-14 บาทต่อลิตร นั้น ในเดือน มี.ค.69 อยู่ที่ 7 บาทต่อลิตร ตรงนี้เป็นส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันดิบกับราคาน้ำมันสำเร็จรูป ไม่ใช่กำไร ซึ่งในส่วนต่างตรงนี้ ยังมีค่าวัตถุดิบ Premium ทั้งหลาย เนื่องจากตอนนี้ของหายาก โรงกลั่นอาจจะไม่ได้ซื้อน้ำมันดิบได้ในราคาที่มีการประกาศกัน ก็จำเป็นจะต้องมีการบวกค่าระวางเรือ ค่าประกันภัยเข้าไปด้วย ฉะนั้นต้นทุนเหล่านี้จึงเป็นต้นทุนที่ไม่ปกติที่เพิ่มขึ้นมา

นอกจากนี้ได้ขอให้โรงกลั่นสำแดงราคาต้นทุน (Declare) ที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤตสงครามว่าต้นทุน และกำไรคงเหลือเป็นเท่าไร ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ในการพิจารณากำหนด Ceiling และ Floor ที่เหมาะสมต่อไป

อย่างไรก็ตามในวันนี้(3เม.ย.) จะมีการประชุมคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) นัดที่สองเพื่อเร่งพิจารณาหาข้อสรุปแนวทางการกำหนดค่าการกลั่นและค่าการตลาดก่อนนำเสนอครม.นัดแรกในวันที่ 6 เม.ย. นี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...